บทที่ 11 ตอนที่11

ขณะเดียวกันทางด้านอวัสดาเมื่อเห็นเพื่อนรักของพี่ชายซึ่งเธอก็นับถือเสมือนพี่ชายของเธออีกคนหนึ่งก้าวเข้ามาทรุดนั่งข้างๆ ตรงโซฟายาวที่เธอกำลังนั่งอยู่ สาวแสบจึงเปิดประเด็นทันที

“พี่ชิน! หนูดารู้นะว่าพี่ชินคิดจะทำอะไร เพื่อนหนูดาไม่ใช่ของเล่นของใครนะคะ”

“แล้วคิดว่าพี่จะทำอะไรล่ะ ไหนบอกมาสิ”

“ถ้าคิดจะเล่นๆ กับเพื่อนของหนูดาละก็ เลิกคิดไปได้เลย หนูดาไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

“นี่เราเห็นพี่เป็นคนยังไง เจ้าชู้ฟันผู้หญิงไม่เลือกงั้นเหรอ ทำไมไม่คิดบ้างว่าพี่อาจจะจริงจังจริงใจกับเพื่อนของหนูดาก็ได้”

“น่าเชื่อตายละ พี่ชินเพิ่งเจอหน้ายัยที่รักเองนะ จะมาจริงใจจริงจังอะไรรวดเร็วปานนั้นล่ะ”

“รักแรกพบไง ไม่เคยได้ยินหรือไง”

“เคยค่ะ แต่มันใช้ไม่ได้กับกรณีของพี่ชิน ถ้าจะให้หนูดาเชื่อ พี่ชินต้องไปสลัดยัยระรินดาแม่นางเอกใหญ่อะไรนั่นทิ้งก่อน ไม่งั้นอย่าหวัง”

ชินธิปยิ้มกว้างกับท่าทางกระเง้ากระงอดแสนงอนของน้องสาวเพื่อนรัก ซึ่งเขาก็เอ็นดูเหมือนน้องเหมือนนุ่งคนหนึ่ง เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย รู้จักคุ้นเคยกับความแสบซ่าของอวัสดามาเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยไปค้างที่คฤหาสน์กิตติพงษ์ไพศาลกับอวัชรวินอยู่บ่อยๆ มือใหญ่โยกศีรษะเล็กเบาๆ พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย

“สักวันหนูดาก็รู้เองนั่นแหละ เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของอนาคต คอยดูกันต่อไปแล้วกัน ว่าแต่เชอร์รี่ไปไหนล่ะ เดี๋ยวไอ้วินมาถึงไม่เห็นยาหยีของมันก็ได้โวยบ้านแตกเอาหรอก”

“ยัยเชอร์รี่แวะไปหาแม่ที่ร้านอาหารค่ะ เดี๋ยวเรานัดเจอกันที่มหาวิทยาลัย จะเอาวิทยานิพนธ์ไปส่งให้อาจารย์กัน แล้วนี่พี่วินไปไหนคะ น้องนุ่งมาไม่เห็นออกมารับเลย”

“ที่โรงงานมีปัญหานิดหน่อย เมื่อคืนมันเลยมาไม่ได้ มันบอกจะมาวันนี้แหละ อาจจะถึงช่วงบ่ายๆ เราไปเตรียมตัวได้แล้วไป วันนี้พี่ว่าง เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่มหาวิทยาลัยให้เอง”

“ดีเลย หนูดายิ่งจำถนนหนทางไม่ค่อยได้อยู่ด้วย งั้นรอหนูดาแป๊บหนึ่งนะคะ”

บอกเสร็จสาวแสบก็รีบวิ่งเข้าห้องไปทันที และสวนกับที่รักตรงประตูซึ่งกำลังจะออกมาจากห้องพอดี

“ที่รัก ขอกาแฟเผื่อแก้วหนึ่ง ฉันขอไปอาบน้ำตัวแต่งตัวแป๊บเดียว”

ยังไม่ทันจะได้รับปากว่าอย่างไร ร่างของเพื่อนรักก็วิ่งปรู๊ดหายเข้าห้องน้ำไปว่องไว ที่รักจึงได้แต่ส่ายหัวให้ พอเดินเข้ามาในห้องรับแขกเธอก็เจอตัวก่อเหตุกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟากลางห้องนั่งเล่น ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มกวาดสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมแย้มยิ้มน้อยๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังขำอยู่แน่นอน กางเกงยีนสีซีดเอวต่ำพอดีตัวมันก็สวยดีอยู่หรอกนะ แต่เสื้อไหมพรมสีขาวแขนยาวคอเต่าสูงจนถึงฐานคอนี่สิ ชินธิปรู้ว่าเธอใส่ปกปิดอะไร เขาจึงอดที่จะแซวไม่ได้

“ผมว่าอากาศวันนี้กำลังดีนะเนี่ย ไม่เห็นจะหนาวตรงไหนเลย ใส่มิดซะขนาดนั้นไม่ร้อนหรือไงครับ”

“ก็เพราะใครกันล่ะที่ทำให้ฉันต้องแต่งตัวแบบนี้น่ะ โรคจิต! ชอบใช้ความรุนแรงกับคู่นอนหรือไงคุณน่ะ”

“ปกติก็ไม่เคยหรอก ใช้กับคุณนี่แหละคนแรก ไม่ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก เอาไว้คราวหน้าผมจะนุ่มนวลกว่านี้ก็แล้วกันนะครับ ที่รัก...”

เจ้าของชื่อแก้มแดงปลั่งขึ้นมาทันตาเมื่อได้ยินประโยคยั่วยวนกวนอารมณ์ให้ขุ่นนั้น

‘ยังจะมีคราวหน้าอีกงั้นเหรอ ช่างกล้าพูด แล้วใครใช้ให้เรียกฉันว่าที่รักไม่ทราบ’

“ใครอนุญาตให้คุณเรียกชื่อนี้ ฉันชื่อไอลิซ ชื่อที่รักมีเอาไว้ให้คนที่สนิทเรียกเท่านั้น”

“อ้อ! เมื่อคืนมันยังสนิทไม่พอใช่ไหม เดี๋ยวผมจัดให้ จะเอาให้สนิทแนบเนื้อแบบเน้นๆ เลยละ”

ที่รักรีบถอยหลังอย่างรวดเร็วทั้งที่คนพูดก็ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แถมยังหัวเราะขบขันกับท่าทางของเธออีกต่างหาก

“คนบ้า!”

คนอายตวาดแหวให้เสร็จก็เดินกระแทกเท้าเข้าห้องครัวไป แต่ก็ยังได้ยินเสียงกวนโมโหตะโกนผ่านเข้ามาในครัวอีกจนได้

“ขอกาแฟให้ผมด้วยนะครับ ที่ร้าก...”

เธอรู้ว่าเขาจงใจยั่วโมโห อยากจะใส่เกลือแทนน้ำตาลในกาแฟให้กินใจแทบขาด แต่ก็นึกหวั่นสายตาคมกริบวาววับดูเอาจริงที่กำลังจ้องผ่านผนังกระจกกำกับมาอยู่นั่น ที่รักจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาชงกาแฟให้เขาแต่โดยดี

บ่ายสองโมงกว่าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเกือบครึ่งอก พับแขนเอาไว้ลวกๆ จนถึงศอก และซ่อนดวงตาสีน้ำตาลคู่คมภายใต้แว่นกันแดดสีชายี่ห้อดัง ก็มายืนกอดอกพิงร่างสมาร์ตดูแข็งแกร่งไปทั้งเนื้อทั้งตัวกับมินิคูเปอร์สีขาวของอวัสดา รอสามสาวซึ่งนำวิทยานิพนธ์ขึ้นไปส่งให้อาจารย์บนตึกเรียน เล่นเอาสาวน้อยสาวใหญ่ที่เดินผ่านไปมาต่างส่งยิ้มชายตาให้หนุ่มหล่อมาดผู้ดีกันเป็นทิวแถว หากชินธิปก็ปั้นหน้านิ่งเรียบเฉยจนไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทายหรือเล่นด้วย กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงสามสาวเพื่อนรักก็พากันเดินลงมาจากตึกเรียน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป