บทที่ 9 ตอนที่9

ชินธิปชักตาขุ่นเมื่อได้ยินแม่คุณฉอดๆ ใส่ไม่พักและไม่ได้คำตอบอะไรจริงจังสักอย่าง ด้านที่รักพอเห็นสายตาแบบนั้นของเขาเธอจึงเริ่มขยับถอยห่างอัตโนมัติ แล้วพยายามจะก้าวเลี่ยงไปที่ประตู แต่ก็ถูกมือหนาตามมาคว้าลำแขนเรียวเอาไว้มั่น

“ปล่อยนะ! ฉันจะฟ้องพี่วินกับหนูดา ถ้าคุณคิดจะทำอะไรฉันละก็”

“ก็เอาสิ! อย่าลืมฟ้องให้ละเอียดล่ะ ว่าผมทำอะไรคุณไปบ้าง”

ชายหนุ่มตวัดรวบเอวเล็กเข้ามาปะทะกับแผงอกแล้วกอดเอาไว้แน่น มือกระด้างอีกข้างกระชากเอากระเป๋าเป้ในมือเล็กเหวี่ยงไปบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะไปตกอยู่ที่ตรงไหน ทำเอาที่รักตกใจยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเจอการจู่โจมที่แทบไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัวแบบนั้น ก่อนมือใหญ่ข้างหนึ่งจะกระชับเข้าที่ต้นคอระหง เธอดิ้นสุดแรงแต่อ้อมแขนแข็งแกร่งก็รัดแน่นเหลือเกิน

เธอชาวาบไปตลอดทั้งตัวเมื่อปากร้อนจัดทาบทับลงมากับกลีบปากอิ่มรวดเร็ว แล้วบดจูบหนักหน่วงร้อนแรง ชายหนุ่มอาศัยตอนเธอเผลอสอดปลายลิ้นอุ่นเข้าไปในโพรงปากนุ่มพลางเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อปลายลิ้นละมุนด้วยความชำนาญ ด้วยไม่เคยทำให้ที่รักสั่นเป็นเจ้าเข้า สองขายืนแทบไม่อยู่ และจูบดูดดื่มก็ทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเธอมึนงงไปหมด สติสตังเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หญิงสาวหลับตาพริ้มชักเคลิบเคลิ้มไปกับความรู้สึกวาบหวามแปลกใหม่โดยไม่รู้ตัว นานทีเดียวกว่าเขาจะยอมถอนริมฝีปากแล้วกระซิบมาแผ่วๆ ชิดกลีบปากนุ่มๆ

“งั้นเราก็มาทำความรู้จักกันแบบไม่ต้องใช้คำพูดดีกว่านะ”

ร่างใหญ่ดันร่างสั่นน้อยๆ ล้มลงไปบนเตียงหนานุ่มแบบไม่ใคร่จะนุ่มนวลนัก กักเรือนกายละมุนเอาไว้ใต้ร่างกำยำจนแทบขยับตัวไม่ได้ ชินธิปจ้องเรียวปากหวานที่กำลังสั่นระริกเชิญชวนให้จูบซ้ำนิ่ง ก่อนจะก้มลงมาหาอีกครั้ง

“ดะ...เดี๋ยว...เดี๋ยว!”

เธอครางประท้วงพร้อมกับเบี่ยงหน้าหลบอย่างว่องไว มือเล็กรีบดันปลายคางสากไรหนวดเอาไว้เต็มแรง แต่มือใหญ่ก็ตามมาดึงมือนุ่มของเธอออกอีกจนได้

“แต่ตอนนี้ผมชักไม่อยากคุยแล้วสิ”

เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอกชิดกลีบปากแดงเรื่อแผ่วๆ พูดเสร็จก็ทาบปากร้อนๆ ลงมาหาอีกหน แต่ที่รักก็สะบัดหน้าหลบฉับไว จมูกโด่งๆ กับเรียวปากร้อนจึงโดนเข้ากับแก้มนุ่มไปอย่างเต็มรัก

“ฉันสัญญาว่าจะคุยดีๆ จะตอบคำถามของคุณทุกคำถามเลย จริงๆ นะ”

หญิงสาวต้องรีบพูดออกมาเร็วปรื๋อเมื่อปากร้อนจัดเริ่มระเรื่อยลงมาตามซอกคอขาวเนียนอย่างเอาจริง ขณะที่ชินธิปเมื่อได้ยินดังนั้นจึงเงยขึ้นมาจ้องดวงหน้างามช้าๆ ซึ่งขณะนี้ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และกำลังจับจ้องใบหน้าของเขาเขม็ง

‘สงสัยกลัวโดนปล้ำ’ ชายหนุ่มกระตุกยิ้มน้อยๆ ยอมคลายอ้อมแขนลงนิดหนึ่ง แล้วถึงเอ่ยถาม

“แน่นะ”

“แน่!” เธอรีบพยักหน้ารัวๆ

นั่นแหละชายหนุ่มถึงยอมขยับตัวลุกและดึงร่างเล็กขึ้นมาด้วย แต่มือใหญ่ยังจับกระชับแขนเรียวเอาไว้แน่น ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยที่รักจึงออกแรงลากคนตัวโตมานั่งยังโซฟามุมห้องเพื่อให้ไกลจากเตียงเอาไว้ให้มากที่สุด ชินธิปก็พอจะรู้ทันว่าเธอกลัวอะไร เขาจึงแอบซ่อนยิ้มเอาไว้อย่างแนบเนียน

“เริ่มสิ! จากคำถามแรกที่ผมถามคุณน่ะ คุณเป็นอะไรกับปีเตอร์ วิลเลียมเบอร์ลิซ”

“ฉันเป็นลูกบุญธรรมของเขา...”

หลังจากนั้นอีกหลายคำถามก็ถูกพรั่งพรูออกมาจากปากเขา แล้วเธอก็ต้องตอบอย่างจำใจ จนผ่านไปร่วมสามสิบนาทีทุกข้อสงสัยก็ถูกไขกระจ่างจนหมด และดูท่าจะเป็นที่พอใจของชินธิปอยู่มาก แต่ก็เล่นเอาที่รักดวงตาหรี่ปรือและปิดปากหาวหวอดๆ ด้วยความง่วงกันเลยทีเดียว

“พอใจแล้วใช่ไหม ฉันง่วง คุณจะออกไปจากห้องได้หรือยัง ฉันจะได้นอนสักที”

“ใครบอกว่าผมจะออกไปนอนข้างนอกห้อง ผมจะนอนในนี้แล้วก็เตียงนี้ด้วยต่างหาก”

ที่รักเบิกตาโตแทบหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แต่ก่อนจะทันได้เอื้อนเอ่ยคำใดเธอก็ถูกคนตัวใหญ่ดึงตัวปลิวไปที่เตียงอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนทันที โดยรั้งร่างเล็กหากอิ่มเต็มไปทั้งเนื้อทั้งตัวติดมือลงไปนอนด้วย และอ้อมแขนกำยำก็สวมกอดเอวคอดมาจากด้านหลังแน่นหนา ขณะที่หญิงสาวก็ได้แต่ดิ้นรนแตกตื่นอย่างตกใจ

“ถ้าไม่หยุดดิ้นแสดงว่าไม่ง่วง ผมจะทำอย่างอื่นนะ”

เสียงขู่ริมหูทำให้คนดิ้นเอาเป็นเอาตายถึงกับชะงักลงฉับพลัน แล้วนอนตัวเกร็งแข็งทื่อเลยทีเดียว

‘โอ๊ย! แล้วใครจะหลับลง ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมากอดตอนนอนสักทีนี่นา’

ทว่าต่างนอนนิ่งกันอยู่ได้พักเดียวคนที่คิดว่าจะหลับไม่ลงก็เริ่มหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกให้รู้ว่าคนในอ้อมแขนได้หลับสนิทไปแล้ว นี่ถ้าเขาไม่แกล้งหลับ คุณเธอก็คงยังนอนไม่หลับเป็นแน่ ชินธิปชะโงกหน้าขึ้นมาจ้องคนอยู่ในห้วงนิทราแล้วพึมพำออกมาเบาๆ

“ในเมื่อมาอยู่ในอ้อมแขนของผมแล้ว คิดจะหนีคงยากหน่อยนะ ผมจะทำให้คุณมาเป็นที่รักของผมจริงๆ ให้ได้ ก็มาลองดูกันสักตั้งแล้วกัน”

ชายหนุ่มมองใบหน้าละมุนยามหลับใหลด้วยสายตาลึกซึ้งอ่อนโยนพลางกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น แอบขโมยจูบแก้มหอมหนึ่งที ก่อนเขาจะล้มตัวลงนอนบ้าง และไม่นานก็หลับใหลตามเธอไปในที่สุด

สองสาวเพื่อนรักเมื่อบินมาถึงอังกฤษก็แยกกันที่สนามบินฮีทโธรว์กรุงลอนดอน เพราะชาลิญาต้องไปพบกับมารดาของเธอก่อน ส่วนอวัสดาก็รีบขึ้นแท็กซี่มายังคอนโดอย่างเร่งรีบด้วยเป็นห่วงเพื่อนรักอย่างที่รักว่าไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง

มาถึงคอนโด พอเปิดประตูเข้าห้องมาปุ๊บอวัสดาก็วางกระเป๋าเอาไว้ตรงหน้าประตูโดยไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น แล้วตรงดิ่งพรวดพราดไปเปิดประตูห้องนอนทันที แต่ภาพที่เห็นทำให้เธอต้องปล่อยลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นร่างของเพื่อนรักนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนโดยไม่รับรู้สักนิดว่ามีใครเป็นห่วงมากมายสักแค่ไหน

ทว่าสาวแสบก็ต้องตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้างในวินาทีต่อมา เมื่อเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าขนหนูที่กำลังเปิดประตูก้าวออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มเดินก้มหน้าก้มตาใช้ปลายผ้าขนหนูผืนเล็กที่คล้องคอเอาไว้เช็ดผมออกมาด้วยอย่างใจเย็น อวัสดาจึงร้องเรียกออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความลืมตัวและตกใจ

“พี่ชิน!!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป