บทที่ 4 ตอนที่ 4 หักดิบไม่คุย

ตอนที่ 4 หักดิบไม่คุย

วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน ตรงที่ไซฟีหนีหลับก่อน เธอหลับโดยไม่รอให้เขามานอนกอดเหมือนทุกครั้ง อีกทั้งวันนี้ยังนอนหันหลังให้เหมือนไม่แคร์ เธอเอาแต่ใจหนักยิ่งกว่าพี่สาวเขาซะอีก 

ไม่รอก็ไม่รอ ไม่กอดก็ไม่กอด เดี๋ยวกอดเอง

จากนั้นชายหนุ่มจึงวางพาดแขนบนเอวเล็กคอดโอบกอดเจ้าของห้อง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากโลชันที่ไซฟีใช้เป็นประจำช่วยทำให้เขาหลับง่ายขึ้น คงไม่แปลกหากจะผล็อยหลับตามเธอไปภายในไม่กี่นาที 

เจ้านายหลับไปพักใหญ่ กว่าจะรู้สึกตัวก็ช่วงสายของวันใหม่ และขณะที่งัวเงียจวนจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ หางตาเหลือบไปเห็นสายเรียกเข้าจากน้องชาย 

ไอ้สัวโทรมาทำไม?

ครืด ~ 

(อยู่ไหน! คอนโดก็ไม่อยู่ บ้านก็ไม่กลับ หายหัวไปทั้งคืน โทรไม่รับเลย เป็นบ้าอะไรของมึง) 

"กูหลับ" 

(มึงหลับที่ไหนฮะ? หลับหรือตาย!) 

"มีไร" ผู้เป็นพี่ถาม ไม่คิดถือสาความขี้โวยวายของน้องชาย ปกติไอ้สัวก็บ้าแบบนี้อยู่แล้ว ไม่แปลกเลย 

(กูหิว อยากกินหนังไก่ มึงอยู่ไหน มารับหน่อย) 

"เดี๋ยวซื้อไปให้ หนังไก่ทอด"

(หนังไก่เคเอฟซีโว้ย! หนังไก่ทอดเฉย ๆ กูไม่กิน!) 

"เออ รออยู่บ้านนั่นแหละ" 

(รู้เหรอ กูอยู่ไหน?) 

"หน้าอย่างมึงไม่เฝ้าไคจินแล้วจะไปไหน" ไคจิน หลานชายตัวอ้วน ลูกของเจ้าขา พี่สาวฝาแฝดเขากับเจ้าสัว 

ไอ้สัวติดหลานอย่างกับอะไร ทั้งรักทั้งหวง แทบไม่ให้ลุงป้าน้าอา พี่น้องอุ้ม จนตอนนี้ทุกคนหมั่นไส้มันกันหมดแล้ว

(เอาถุงมือมาด้วย เดี๋ยวมือเผ็ด ลูกกูจะแสบ) 

"เออ" เจ้านายตอบแล้วตัดสายน้องชายทิ้ง จะว่ารำคาญก็คงใช่ เขารำคาญมัน รำคาญมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ 

เจ้านายตื่นมาไม่เจอไซฟี เธอไม่ได้อยู่ในห้อง อาจจะออกไปดูงานตั้งแต่เช้า ทว่าคำตอบที่ได้ฟังจากพนักงานคนสนิทของเธอนั้นทำให้เขาถึงกับคิ้วกระตุก..

'คุณไซฟีออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วนะคะ' 

เช้ามืดเลยเหรอ รีบไปไหน รีบอะไรขนาดนั้น? 

ตั้งแต่วันที่นอนกอดกันจนเวลาล่วงเลยผ่านไปสิบวันเต็ม เขาไม่สามารถติดต่อไซฟีได้เลย โทรไป ไม่รับ ส่งข้อความไป ไร้การตอบกลับ ยืมโทรศัพท์ไอ้สัวแล้ว แต่ก็เหมือนเดิม 

กระทั่งวันนี้ เขาเห็นเธอเดินออกมาจากลิฟต์ 

"ทำไมไม่รับโทรศัพท์" 

"มีธุระสำคัญเหรอ" ไซฟีย้อนถามคนไม่ชัดเจนน้ำเสียงปกติ อย่างไม่ได้โกรธเคือง แต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นไปสบตาเขา 

ประจำเดือนหมดไปแล้ว แต่ความน้อยใจยังอยู่ 

"ยังไม่หมดเหรอ" เขาหมายถึงวันนั้นของเดือนที่ทำให้อารมณ์เธอขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่ได้หมายถึงอย่างอื่นเลย 

"ถ้าไม่มีอะไร ไปก่อนนะ ช่วงนี้ยุ่ง" หญิงสาวตอบกลับ รีบสาวเท้าไปยังรถที่จอดอย่างเร่งรีบ ทั้งที่ความจริงแล้ว งานไม่ได้ยุ่ง เธอต่างหากที่ทำตัวเหมือนยุ่งเพื่อเลี่ยงการเจอหน้าเขา และช่วงสิบวันมานี้ เธอก็ทำได้ ทำได้ดีเลยทีเดียว 

ไซฟีหักดิบ ไม่ทัก ไม่โทร และไม่ตอบ ไม่รับสาย เธอเลือกรับแค่สายที่สำคัญเท่านั้น 

ครืด! 

Jaonay : อยากห่างก็พูดมาตรง ๆ จะหลบหน้าเพื่ออะไร 

Jaonay : เป็นอะไรก็พูด ไม่ใช่เด็กแล้ว 

SF : เราคิดว่าเราเจอคนที่ใช่กว่านายแล้ว 

Jaonay : ก็แค่คิด 

แล้วแต่จะคิด เขาจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา 

ครืด ~ 

ยังไม่ทันวางโทรศัพท์ด้วยซ้ำ โทรศัพท์สั่นอีกแล้ว คราวนี้เป็นสายเรียกเข้าจากน้องรักที่อาจจะโทรมาบอกข่าวดี 

"จองตั๋วแล้วเหรอ วันไหน เดี๋ยวไปรับ" 

(ใคร?) 

"อะไร"

(คนที่คุยอยู่มันเป็นใคร?) 

"งงอะ" ทุกวันนี้แทบไม่ได้คุยกับใครเลยด้วยซ้ำ นอกเสียจากพวกเขา..

เจ้านายไปฟ้องเหรอ?! ไอ้คนที่ฟ้อง! 

(ไอ้นายบอกหมดแล้ว) 

"เชื่อคนอื่นมากกว่าพี่ตัวเองเหรอ เนรคุณนะ" 

(มีจริงหรือไม่มี) 

"โทรคุยกันทุกวัน เห็นไหมล่ะ?" 

(ไม่เห็น) 

"ก็แสดงว่าไม่มีไง โง่!" 

(แล้วมันเอาอะไรมาพูด) 

"วันหลังอย่าเชื่อคนอื่นมากกว่าพี่ตัวเอง จำไว้ เด็กโง่!" 

(กูไม่ได้โง่ กูกลัวมึงโดนหลอกไซฟี) 

(กูอยู่ไกล ไปรับไปส่งไม่ได้ คุมพฤติกรรมมึงไม่ได้ ตอนนี้กูไม่รู้เลย มึงไปไหนมาไหนกับใครบ้าง หรือจะเถียง?) 

"ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นไหม" 

(กู เป็น ห่วง) ไคเลอร์พูดย้ำ ให้รู้ว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน 

"โตแล้ว"

(แสดงว่านอนคนเดียวได้?) 

"ไม่ได้ โทรมาด้วย กลัวผี" 

(กลัวก็กลับบ้าน จะไปเสียเงินนอนโรงแรมทำเพื่อ? มึงว่างมากเหรอ) หลายวันมานี้ วิดีโอคอลไป ไซฟีอยู่โรงแรมตลอด ไม่รู้อารมณ์ไหนถึงได้ไปนอนโรงแรมหลายคืน ทั้งที่กลัวผีขึ้นสมอง

"โอ๊ย บ่นอีกแล้ว" โทรมาทีไรบ่นทุกที บ่นจนหูชาไปหมดแล้ว 

(รู้ทั้งรู้กูอยู่ไกล ทำไมมึงชอบทำให้เป็นห่วงวะ?) 

"ห่วงอะไรนักหนา โตแล้วปะ อีกไม่กี่ปีก็มีผัวแล้วเนี่ย" 

(สงสารผู้ชายว่ะไซฟี) 

"สัด!" เธอกัดฟันด่าน้องชาย 

(ใครได้มึงเป็นเมีย ปวดหัวตายห่า ขนาดกูเป็นน้อง ยังเกือบประสาทแดก) ไซฟีทั้งขี้อ้อนและขี้งอน งี่เง่า เอาแต่ใจ มีทุกอย่างครบ จบที่ไซฟีคนเดียว 

"อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนที่หน้ามืด เชื่อเถอะ" 

(มึงกำลังจะทำลายชีวิตผู้ชายบริสุทธิ์ไซฟี) 

"อย่าเว่อร์ กูไม่ได้แย่ขนาดนั้น" 

(ตอนนี้มึงคงคันมือคันตีน อยากตบอยากกระทืบกูใช่ไหม รู้นะ) 

"ปากแบบนี้สมควรโดน" ไม่โดนสักทีคงไม่หุบปาก 

(เออ จะไปไหนก็ขับรถดี ๆ มีอะไรโทรมาได้ตลอด) 

หลังวางสายไคเลอร์ เธอเพิ่งรู้ตัวว่าขับรถมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เผลอ ๆ ไม่เคยเลี้ยวมาทางนี้เลยด้วยซ้ำ จุดหมายปลายทางของเธอคือโรงแรม ไม่ใช่ถนนเส้นที่ไร้ผู้คนสัญจรแบบนี้ 

เมื่อเช้าตั้งใจกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบชุดใหม่ติดมือมาสักชุดสองชุด แต่เพราะลืมโทรศัพท์ เลยต้องกลับขึ้นไปบนห้อง พอลงมาก็เจอเข้ากับคนที่ไม่อยากเจอพอดี 

วันนี้เป็นวันอะไร น่าหงุดหงิดเป็นบ้า! 

นานหลายนาที กว่าไซฟีจะขับรถวนมาเจอถนนเส้นหลัก และกลับมาถึงโรงแรม ประสบการณ์คุยโทรศัพท์ขณะขับรถครั้งนี้ เธอจำไม่ลืม จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ไคเลอร์นะไคเลอร์ เกือบทำให้เธอหาทางกลับโรงแรมไม่เจอเลย ไอ้เด็กโง่เอ๊ย! 

วันนี้ไซฟีหงุดหงิดมาก หน้าตาเลยไม่รับแขก แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเสียงคุ้นหูเอ่ยทักทายขึ้น แทบไม่ต้องเดาว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพราะเขาเป็นคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดเลย 

"หลงซอยเหรอ?" ถามพลางกลั้วหัวเราะอยู่ในลำคอ ก่อนจะเดินไปกอดคอร่างเล็กเพื่อกระซิบ "วันหลังอยากไปไหน บอกฉันก็ได้ เดี๋ยวไปส่ง" 

"เฮ้อ!" 

"ถอนหายใจใส่ทำไม" 

"อารมณ์ไม่ดี" 

"เพราะ?" 

"ก็อารมณ์ไม่ดีไง" ต้นเหตุมาจากเขานั่นแหละ ไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอ 

"งั้นขึ้นห้องกัน" เจ้านายกระซิบชิดกกหูขาวสะอาดของหญิงสาว "เดี๋ยวทำให้อารมณ์ดี" คงไม่ต้องอธิบายหรอกมั้ง เขาหมายถึงอะไร 

"วันนี้ไม่อยาก กลับไปเถอะ" เธอพูดขณะใช้ทั้งสองมือดันแขนและลำตัวร่างสูงที่พยายามใกล้ชิดให้ออกห่าง เขายืนใกล้จนเหมือนจะสิงร่าง เธออึดอัด! 

"ฉันมีวิธีของฉันแล้วกัน" 

"จิ๊!" 

"ดื้อ เอาแต่ใจ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย" 

"กลับไป" สบตาตอบเขาตาเขียวอย่างไม่พอใจ 

"ขอขึ้นไปดูห้องก่อน เดี๋ยวจะกลับ" โน้มหน้ากระซิบบอกเธอที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อใจ "ฉันไม่ใช่คนขี้โกหก พูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว" 

เพราะอยากให้เขารีบกลับไป เธอเลยเดินนำไปที่ห้องอย่างไม่คิดอะไร จนเมื่อเปิดประตู เขาก็เสียมารยาทแทรกตัวเข้าไปในห้องก่อน แถมยังนอนบนเตียงที่เธอนอนหน้าตาเฉย อีกทั้งยังพูดประโยคที่ทำให้เธอรู้สึกเสียรู้คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาเอามาก ๆ 

"ขอนอนสักงีบ ขับรถมาเหนื่อย ง่วง" 

"!!!" ไอ้คนเจ้าเล่ห์!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป