บทที่ 5 ตอนที่ 5 รักคนง่าย

ตอนที่ 5 รักคนง่าย

แค่เสียรู้ยังน้อยไป เพราะหลังอาหารเย็น เธอพลาดท่าให้เขาทำแบบนั้นกับร่างกายเธออีกแล้ว ทั้งที่อยากปฏิเสธใจแทบขาด แต่ร่างกายกลับเรียกร้อง ขอให้เขาทำซ้ำ ๆ อย่างหน้าไม่อาย 

"จ่ายเงินถึงวันไหน" ชายหนุ่มถามขณะให้ร่างเล็กนอนหนุนแขน โดยเขาม้วนผมเธอเล่นระหว่างรอคำตอบ โรงแรมที่ไซฟีเลือกมานอน อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับท่าเทียบเรือ ทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว ดูวังเวง น่ากลัว ไม่เหมาะกับคนกลัวผีขึ้นสมองอย่างเธอสักนิด 

"วันนี้วันสุดท้าย" 

"กลับห้องหรือกลับบ้าน" 

"ยังไม่รู้" 

"คอนโดฉันไหม" 

"เดี๋ยวสัวก็แซวอีก" 

"ช่างหัวมัน" 

"เรารักคนง่าย ไม่อยากหวั่นไหว" ไซฟีพูดไปตามตรง ในใจอยากบอกให้เขารู้ เธอไม่อยากรู้สึกกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็มากพอแล้ว 

ไม่ใช่ไม่ชอบที่สัวแซว แต่สัวแซวแล้วเธอยิ่งคิดไปไกล บางครั้งการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นายทำให้มันก็น่าคิด พอมาคิดอีกที พี่น้อง เพื่อนพ้อง ทำให้กันเยอะจะตายไป เธอเลยตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่า 

"ไอ้สัวมันปากแบบนั้นอยู่แล้ว" 

"อืม" 

"เก็บคำพูดมันไปใส่ใจทำไม" ไอ้สัวมันเคยพูดความจริงอะไรบ้าง ดีแต่เหน็บแนม ใส่ไฟไปเรื่อย พอทะเลาะกันมันก็ขำคิกคัก คนบาป 

"เราเป็นผู้หญิง ไม่คิดก็แปลก" ยิ่งตอนนี้มีแค่เจ้านายคนเดียวที่ไว้ใจสนิทสนม ใจก็ยิ่งคิดไปไกล ประกอบกับโดนแซวบ่อยเข้า จะไม่ให้รู้สึกอะไรเลยคงไม่ได้ 

'เฮ้ย มึงมีซัมติงกันปะเนี่ย' 

'จะตักให้ทำไมนักหนา' 

'จ้องขนาดนี้ ลากเข้าห้องเลยไหม เดี๋ยวดูต้นทางให้' 

'มึงชอบฟีเหรอ?' 

'ไซฟีชอบมันไหม' 

'มันนิสัยเสียนะ' 

อาจดูเหมือนเป็นการแซวทั่วไป ทว่าเธอนี่สิ คิดไม่ซื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นเขาด้วย คิดไปไกลเลย 

แม้ที่ผ่านมาเจ้านายจะดูเหมือนไม่อะไร ไม่ใส่ใจ แต่เธอไม่เคยถือสา ต่อให้เขาจะแสดงท่าทีว่ารำคาญกันก็ช่าง เธอไม่เคยโกรธเขาเลย 

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ไซฟีพุ่งเข้าใส่อย่างเดียว 

เธอชอบจุ๊บแก้มเขาทีเผลอ ชอบเอนซบไหล่ ชอบนั่งมองหน้าเขาแล้วยิ้ม ต่างจากเจ้าตัวที่มองเธอนิ่ง ๆ ส่ายหน้าไปมาแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ไม่เช็ด และไม่ได้ไล่เธอ เขาอาจจะรำคาญ..มั้ง 

"เก็บมาคิดทุกเรื่อง ปวดหัวกันพอดี" 

"ถ้าไม่ใช่นาย เราคงไม่คิด" 

"..." ไซฟีกำลังจะบอกว่าเพราะคนนั้นเป็นเขาสินะ เธอถึงได้คิดไม่ตกทุกวันนี้ 

"เราเก่งไหม ไม่ทัก ไม่โทรหา ไม่รับสาย แล้วก็ไม่ตอบข้อความนายได้แล้วนะ" 

"อืม" 

"อีกหน่อยเราคงไม่รบกวนนายแล้ว" 

"ไม่ได้รบกวน" 

"เรากำลังฝึกอยู่คนเดียว จะได้ใช้ชีวิตเก่ง ๆ" 

"อยู่คนเดียวที่แปลว่าคุยกับคนอื่น หรือเปล่า" 

"ยัง ๆ เรายังไม่พร้อม" ไซฟีรีบส่ายหน้า ผงกศีรษะที่นอนหนุนแขนชายหนุ่มขึ้นมาสบตาเขาที่ไม่รู้ว่าจ้องมองเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ 

นัยน์ตาเจ้านายวูบไหวเหมือนกำลังคิดไม่ตก คงเครียดเรื่องงานแล้วก็เหนื่อยที่ต้องมาตามดูแลเธอแน่ ๆ แต่ไซฟีตัดสินใจแล้ว จากนี้ไปเธอจะพยายามใช้ชีวิตคนเดียวให้ได้ เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ไคเลอร์ก็คงสบายใจ ส่วนป๋าม้าน่ะเหรอ คู่นั้นรักกันอยู่สองคน ปล่อยให้ลูกดูแลกันเองตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

ในเมื่อไซฟียังไม่พร้อม เขาก็ยังไม่พร้อม ทำไมเราไม่รอให้พร้อม ถึงตอนนั้นค่อยคุยกันจริงจังอีกที ระหว่างนี้ก็ดูแลกันแบบนี้ไปก่อน มันไม่ดีกว่าเหรอ?

ทำไมเธอต้องอยากห่างจากคนอย่างเขา?

ทำไมต้องไม่รับสาย ไม่ตอบกลับ ไม่โทรหา ไม่ส่งข้อความมาเหมือนเดิม เพราะอะไร? 

"เราอิจฉาเจ้าขาที่เฮียเซ็นรักเจ้าขามาก เราอยากเป็นคนที่ถูกรักแบบนั้นบ้าง" แต่นิสัยแบบเฮียเซ็นไม่เอานะ นิสัยเสีย รับไม่ได้ 

"..." 

"คนที่ใช่ จะมาในเวลาที่พร้อม นายว่าจริงหรือเปล่า" 

"อืม" 

"อีกนานแค่ไหน เราเหงา.." ไซฟีตัดพ้อเสียงแผ่ว ตั้งแต่ไคเลอร์ไม่อยู่ ชีวิตเธอเปลี่ยนไปมาก จากคนที่ไม่เคยเรียกร้องหรือต้องการอะไร กลับกลายเป็นคนที่รู้สึกโหยหาจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ 

เธออยู่คนเดียวทั้งเหงาและโดดเดี่ยว 

บางทีก็คิดอยากเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาจริงจัง แต่พอมาคิดอีกที ผู้ชายคนนั้นจะรับความเอาแต่ใจของเธอได้จริงเหรอ คงไม่หรอกมั้ง บนโลกนี้คงไม่มีใครเข้าใจและตามใจเธอได้เท่าไคเลอร์อีกแล้ว

"เธอหมายถึงคนอื่น ฉันให้คำตอบไม่ได้"

"ต่อให้เราหมายถึงนาย นายก็ให้คำตอบไม่ได้อยู่ดี" เพราะถ้าเขาให้คำตอบได้จริง ๆ ความสัมพันธ์ของเรามันคงไม่คาราคาซังแบบนี้ หรือถ้าเขาคิดจะจริงจัง เราคงคบกันไปนานแล้ว ไม่ลักกินขโมยกินจนเกือบจะเลยเถิดบ่อย ๆ แบบนี้หรอก "ช่างมันเถอะ ไม่พูดแล้ว มีเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" 

"อยู่แบบนี้ก็สบายใจดีไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่อยู่ไปก่อน" 

"ถ้านายเป็นผู้ชายคนอื่นเราคงด่าเห็นแก่ตัวไปนานแล้ว" 

"..." เป็นเขามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? 

"รู้ตัวไหม ตัวเองเห็นแก่ตัวตรงไหน" 

"ไม่" ตอบไปตามตรง 

"นายเห็นแก่ตัวตรงที่รั้งเราไว้ แต่ก็ไม่พร้อมจะให้สถานะ นายกั๊กเราไว้เหมือนกลัวว่าเราจะไปมีความสุข พอเราตีตัวออกห่าง นายก็มาหา ตามมาแบบวันนี้ แล้วก็ทำกับเราอีก.."

"..."

"นายเก่งที่ทำให้เราคล้อยตามได้ แต่นายไม่เก่งเรื่องความรู้สึกของตัวเองเลย บางทีนายก็ดูเหมือนใจตรงกันกับเรา บางทีก็ไม่ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แววตาดูสับสน" 

"..."

"ถ้ามีคนในใจอยู่แล้วควรบอกเราตรง ๆ เราไม่อยากทำร้ายความรู้สึกใคร ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว นายเข้าใจเราหรือเปล่า" 

"บางทีเธออาจจะคิดมากไป" ไม่เคยรู้มาก่อนว่าความคิดผู้หญิงซับซ้อนขนาดนี้ 

"หรือเราจะย้ายไปช่วยไคเลอร์ดูแลงานที่จีนดี ตัดปัญหาทุกอย่างไปเลย ดีไหม" 

"ไม่ดี" 

"ส่วนเรื่องของเรา ถ้านายไม่พูด เราไม่พูด คงไม่มีใครรู้" 

"..."

"คิดซะว่าที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ก่อนลงสนามจริง" 

"คิดง่ายเกินไป เป็นไปไม่ได้" 

"เราจะคุยกับป๋าแล้วคุยกับเฮียเซ็นต่อเลย" ป๋าคงไม่ขัดเธอแน่ หากเธอจะตามไปทำงานใกล้ไคเลอร์ เฮียเซ็นก็คงดีใจที่ไม่ต้องดูแลน้องสาว จะได้เอาเวลาไปสนใจลูกกับเมียให้มากขึ้น แต่ปกติก็ไม่แยแสน้องอยู่แล้ว

ทุกอย่างเป็นไปได้ แค่เธอเอ่ยปาก 

แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้คือเรื่องของเราต่างหาก 

นับวันความสัมพันธ์ยิ่งคลุมเครือ ทั้งที่เธอพยายามแล้ว 

ถ้าเจ้านายไม่พร้อม เธอก็ไม่ควรเสียเวลารอ ถึงเขาจะเป็นรักแรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสุขสมหวัง โชคชะตาชีวิตไซฟีคงไม่เหมือนเฮียเซ็นกับเจ้าขา เพราะแบบนี้ เธอถึงได้อิจฉาทั้งสองคน อิจฉามากจริง ๆ 

อิจฉาที่เฮียเซ็นรักเจ้าขา แล้วก็อิจฉาที่เจ้าขารักเฮียเซ็น ทั้งที่เธอก็รักเจ้านาย แต่เจ้านายไม่เคยรักเธอบ้างเลย.. T-T 

"ถ้าคิดว่าดีก็ตามใจเธอ" เจ้านายทำได้เพียงสบตาร่างเล็กนิ่ง ทั้งที่ในใจตอนนี้คิดไม่ตกกับทุกประโยคที่ไซฟีพูด 

"อืม ขอบคุณนะที่ช่วยทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น" คำตอบแทบไม่ต่างจากที่คิด เหมือนมีอยู่ก็ได้ ไม่มีก็ไม่เดือดร้อน 

ถ้ารู้ว่าสุดท้าย ความพยายามจะสูญเปล่าขนาดนี้ วันนั้นเธอคงไม่พยายาม..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป