บทที่ 6 ตอนที่ 6 ยื้อทำไม
ตอนที่ 6 ยื้อทำไม
เช้าวันนั้น เราขับรถคนละคัน เขาเลี้ยวซ้ายเพราะคิดว่าเธอจะต้องเลี้ยวตามมาแน่ แต่ไม่ใช่ มองจากกระจกมองหลัง ไซฟีเลี้ยวขวา เธอคงไม่ได้กำลังจะบอกว่า 'ต่อจากนี้ไป เราต้องเดินกันคนละทาง' ใช่ไหม?
ทั้งที่พยายามคิดทบทวน หาเหตุผลนับไม่ถ้วนมาหักล้างว่าไซฟีคงไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ทว่าการกระทำของเธอมันฟ้อง
ไซฟีกำลังตีตัวออกห่างจากเขาเรื่อย ๆ
ขนาดมาหาหลาน เธอยังมาหาตอนเขาไม่อยู่บ้าน ถ้าไม่ลืมเปลี่ยนรองเท้า คงไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่..
"ทำไมน่ารักจัง เอาแก้มแม่มาเยอะเลยนะ"
"พุงเนี่ย อย่าเอามาเยอะ มันน่าฟัด"
"น่ารัก เด็กน่ารัก น่ารัก น่ารัก" ไซฟีชมหลานชายไม่ขาดปาก อยากหอมแก้มใจแทบขาด แต่ทำได้แค่หอมไหล่ หอมเสื้อผ้าแทน เพราะกลัวจะทำให้หลานชายได้รับเชื้อโรคจนไม่สบาย
"ทำไมน่ารักขนาดนี้ เหมือนอาฟีแน่เลย"
"ไซฟีรักไคจินนะ ต้องคิดถึงไคจินมากแน่ ๆ" หญิงสาวพูดคุยกับหลานชายเจื้อยแจ้ว ทำให้พี่ชายที่เดินออกจากห้องน้ำมาได้ยินพอดี จึงเกิดคำถาม..
"แล้วจะไปทำไม?"
"เหงา ติดไคเลอร์ จะลงแดง"
"น้องชาย ไม่ใช่ผัว"
"ถ้ามีผัวจะยิ่งกว่านี้อีก คอยดูเลย"
"สงสารไคเลอร์"
"ไม่อะ เหงา อยากทะเลาะกับมัน"
"ถามมันยัง?" แค่คิดก็สงสารน้องชายรอแล้ว ลำพังอยู่ไทยโดนไซฟีกดขี่ข่มเหงสารพัด ขับรถก็ต้องขับคันของไซฟี ไหนจะสั่งห้ามปรับเบาะ ห้ามให้ผู้หญิงคนอื่นขึ้นรถ ห้ามทำรถสกปรก อีกสารพัด คิดแล้วสงสาร มีแต่คำว่าสงสารเต็มไปหมด
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เสือกตามใจกันเองตั้งแต่เด็ก พอโตมาเป็นยังไง หนักกว่าเดิมอีก! สมน้ำหน้า
"ถ้ามันคิดต่าง ฟีจะตบปาก"
"ดีแต่รังแกมัน"
"ใครจะเหมือนเฮียเซ็น รักเจ้าขามากกว่าน้องในไส้"
"แต่ที่มึงพูดถึงคือเมียกูนะ"
"ก่อนจะเป็นเมียเถอะ"
"กูรักของกู"
"แหวะ" เลี่ยน ไอ้คนรักเมีย!
"ไปกี่วัน"
"จะไปอยู่ ไม่ได้กำหนดวัน"
"ดูแลตัวเองดี ๆ"
"อือ เดี๋ยวรอบนี้กลับไทยจะเอาหลานมาฝาก เคไหม"
"หลาน?" หลานอะไร ไซฟีหมายถึงอะไร มันจะท้องเหรอ?
"หลานไง แบบไคจินเนี่ย"
"ตลก เลือกดี ๆ ไซฟี อย่าทำไปเรื่อย"
"มีให้เป็นเพื่อนเล่นไคจินไง"
"ไม่ต้อง เรื่องนั้นกูจัดการเอง"
"เบื่อจริง คนรักกัน" ไซฟีส่ายหน้า ถอนหายใจ ยังไม่ทันแซวพี่ชายที่ขยันรักเมีย เสียงแม่ไคจินก็ดังมาแต่ไกล ทว่าประโยคที่เธอได้ยินนั้น..ทำใจดวงน้อยเต้นรัวแทบกระเด็นออกจากอก
"ยืนดูอะไร สัวไม่อยู่ ทำไมไม่เข้าไป"
สัวไม่อยู่ เท่ากับว่าคนที่ยืนดูอยู่ตอนนี้เป็นเจ้านาย ใช่ไหม?
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้า เดินตามหลังพี่สาวเข้าไปในห้องนอน โดยนั่งลงข้างไซฟี เพราะตรงหน้าไซฟีมีไคจินนอนขยับตัวไปมาอยู่
เจ้าขาคงคิดว่าเขามาหาหลานเหมือนทุกวัน แต่ไม่ใช่ วันนี้เขามาหาคนที่แวะมาหาหลานต่างหาก
"กินนมให้น้อยหน่อย เดี๋ยวแก้มแตก" เจ้านายเผยยิ้มมองหลานชาย เนียนเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กมากอบกุมไว้ จนเธอนั่งนิ่ง ตัวแข็ง ไซฟีคงไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้สินะ
"กินเก่งจนแทบจะปั๊มนมไม่ทันแล้ว" เจ้าขาตอบกลับน้องชาย ขณะยืนหันหลังเพื่อเทนมที่เพิ่งหยิบออกจากตู้เย็นใส่ขวดนมให้ลูกชาย จนเมื่อเธอหันมามองหนุ่มน้อยบนเตียง ถึงได้เห็น ทั้งสองนั่งจับมือกัน โดยไซฟีพยายามจะสะบัดออก แต่เจ้านายกลับกระชับจับมือไว้แน่น
สองคนนี้เป็นอะไรกัน ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ
ใช่สาเหตุที่ไซฟีไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหรือเปล่า?
เมื่อทบทวนจนพอจะเดาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างคนสองคนได้ เจ้าขาเลยชวนสามีหนุ่มออกไปห้องอาหาร โดยอ้างว่าลืมเขียนวันที่บนถุงเก็บน้ำนมเลยอยากให้เขาไปช่วยดู
"ฝากหลานด้วยนะ"
ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท หญิงสาวรีบใช้อีกมือดันมือใหญ่ที่พยายามจะกอบกุมจับผสานมือไว้ออก ทำให้เจ้านายถลึงตามอง คว้ามือเล็กมากุมไว้แน่นกว่าเดิม
"ปล่อย!" ไซฟีบิดข้อมือให้หลุดจากพันธนาการมือใหญ่ แต่ยิ่งพยายาม เขาก็ยิ่งจับมือเธอไว้แน่น จับแน่นจนรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกจะร้าว "เจ็บนะ!" พอพูดว่าเจ็บเขาถึงได้รีบปล่อยมือ
"หลบหน้าทำไม โทรหาก็ไม่รับ จะเอายังไง"
"วันนั้นเราพูดไปหมดแล้ว"
"คิดจะไปก็ไปง่าย ๆ เลย?"
"ต่างคนต่างอยู่" ไซฟีถอนหายใจ เธอไม่อยากทะเลาะกับเขาตอนนี้ เวลานี้ที่อยู่ต่อหน้าหลาน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้น เจ้านายยังตั้งคำถาม กระชากข้อมือเธอให้ขยับเข้าไปใกล้ทั้งที่เธอไม่เต็มใจ
"คิดดีแล้วเหรอ"
"ดีที่สุดเท่าที่เราจะจัดการความรู้สึกตัวเองได้แล้ว"
"ฉันขอแค่เวลา มันมากไปเหรอไซฟี?" ชายหนุ่มกัดฟันถามร่างเล็กตรงหน้าอย่างคนที่ใกล้จะเหลืออด ใจหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจกำลังปั่นหัวให้เขาสับสน
ดีใจด้วย ตอนนี้ทั้งสับสน หงุดหงิด งุ่นง่าน เขากำลังจะเป็นบ้าเพราะเธอ
"..." เธออยู่กับความไม่ชัดเจนมาครึ่งปี แบบนี้มากพอหรือยัง?
"ตอบดิ!"
"ยื้อเราเหรอ?"
"..." เขาพยักหน้าแทนที่จะตอบเธอไปตรง ๆ
"ยื้อเราทำไม ในเมื่อนายไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรา"
"ใครบอกเธอ" ตัวเขาเองยังไม่เคยพูดเลยด้วยซ้ำ
"ครึ่งปีที่ผ่านมา เราพยายามอยู่ฝ่ายเดียว ยังต้องบอกด้วยเหรอ"
"ฉันไม่เคยพูดคำนั้น"
"แต่นายก็ไม่เคยบอกว่าชอบเราเหมือนกัน"
"..."
"มีแต่เราที่พูด ที่แสดงออกอยู่ฝ่ายเดียว"
"ไปกันใหญ่แล้วไซฟี"
"ตอนนี้เราต้องการความรักจากนายมาก ถ้านายให้ไม่ได้ก็ปล่อยเราไปเถอะ เราไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้" ไซฟีตัดสินใจพูดออกไปทั้งที่ยังหลับตาทำใจ สองมือเล็กปิดหน้าไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธออ่อนแอ
"ไซฟี.." เจ้านายขยับเข้าไปดึงร่างเล็กมากอดปลอบ ไร้คำอธิบายเหมือนอย่างหลายวันที่ผ่านมา
"ช่วยอย่าทำให้เรารู้สึกอ่อนแอไปมากกว่านี้ได้ไหม อย่าปลอบเราเลย ขอร้อง"
"..."
"เราไม่อยากหวั่นไหวกับความหวังดีของนายอีกแล้ว"
"..."
"อย่ายื้อเราเลย แค่นี้เราก็เจ็บมากพอแล้ว" ไซฟีเช็ดน้ำตาที่คลออยู่ในเปลือกตาออกแล้วดันอ้อมกอดที่เคยรู้สึกอบอุ่นออกห่าง เธอดันเจ้านายค้างไว้เพื่อเว้นระยะห่าง "ถ้าสุดท้ายจะไม่รักเราก็อย่าสงสารเราเลย"
ตอนนี้เริ่มคิดแล้ว..
เขาคงเห็นแก่ตัวอย่างที่เธอว่า คงจะเห็นแก่ตัวมากจริง ๆ ที่ไม่ได้เอ่ยความรู้สึกออกไปในขณะที่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม และยังดีไม่พอ ไม่คู่ควรกับเธอ
ขนาดบ้าน ยังเป็นชื่อพ่อแม่ รถที่ขับก็ย่าซื้อให้ ตัวเขามีแค่เงินติดบัญชีไม่กี่หลัก จะกล้าเสนอหน้าไปขอดูแลลูกสาวคนเดียวของลุงไคซ์ได้ยังไง ลำพังฐานะก็ต่างกันฉิบหายแล้วมั้ง พี่ชายเธอหัวธุรกิจอย่างกับอะไร ไหนจะตัวเธอ ไคเลอร์ เฮียซูม เหมือนรวมพวกหัวกะทิไว้ด้วยกัน ถ้าไม่เชื่อ ลองหันมาดูไอ้สัวดิ แม่งไม่ได้ครึ่ง กะอีแค่จะแดกหนังไก่เคเอฟซียังต้องโทรมาสั่ง นับประสาอะไร
เราต่างกันเกินไปจริง ๆ เรื่องนี้คงต้องทำใจยอมรับ ทว่าหกเดือนที่ผ่านมา เขาเก็บเงินเพิ่มได้หลายล้านแล้วนะ มากกว่าเดิมเท่าตัว คงพอซื้อที่ สร้างบ้าน สร้างเรือนหอได้ แต่มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อวันนี้เธอไม่ได้อยู่รอวันที่เขาพร้อม..
ทั้งที่เขาขอแค่เวลา ไม่เคยขออะไรไปมากกว่านี้ ถ้าให้ไม่ได้ก็ไม่รู้จะรั้งยังไงเหมือนกัน แล้วใครบอก เขาไม่อยากได้เธอ เขาอยากได้เธอใจจะขาด แต่ใจไม่กล้าพอ อยากรอให้อะไร ๆ มันพร้อมกว่านี้ ถึงวันนั้นไซฟีจะได้ไม่เสียใจที่เลือกเขาเป็นผัว
