บทที่ 7 ตอนที่ 7 เหนี่ยวรั้ง

ตอนที่ 7 เหนี่ยวรั้ง

สนามบิน ขาออกนอกประเทศ 

ทุกคนรู้แค่ว่าหญิงสาวจะตามไปทำงานกับน้องชายเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่ภายในคืนนี้ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เจ้านายจะรู้เรื่องนี้ เขารู้ได้ยังไง รู้จากใคร ทั้งที่เธอไม่ได้บอกใคร นอกเสียจาก..น้องชายฝาแฝด 

"คืนนี้ไคเลอร์ไม่ว่าง" 

"..." น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขาช่วยดึงสติเธอที่เผลอเหม่อคิดคาดโทษน้องชายตัวดีให้หันไปมองเขาที่นั่งเก้าอี้ด้านหลัง แต่ตรงข้ามกับเธอ 

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน" เจ้านายคงน้ำเสียงเรียบไว้ ก่อนที่จะปรายตามาสบตาไซฟีที่กำลังจ้องมอง "ดูเหมือนจะต้องคุยยาว" 

"คุยกันจบไปแล้วไม่ใช่เหรอ" ย้อนถามร่างสูงอย่างแปลกใจ ระหว่างเรายังติดค้างอะไรอีก ในเมื่อเธอพูดไปขนาดนั้นแล้ว หรือที่เขาตามมาเพราะกำลังจะบอกว่ามีใจให้เธอเหมือนกันแบบนั้นเหรอ ไม่จริงหรอก ถ้าเจ้านายมีใจให้กันจริง ๆ ทำไมไม่ยอมพูดอะไรเลย เขาปล่อยให้เธอเสียใจ คิดไปเองทำไม 

"ไคเลอร์ไม่ว่าง คืนนี้นอนโรงแรม ไม่ต้องรีบสงสัย" 

"!!!"

"เดี๋ยวคืนนี้จะให้สงสัยทั้งคืนเลย" คำพูดกำกวมทำให้ร่างเล็กเริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจ ต่างจากคนพูดที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร กลับกันเขามองว่าดีซะอีกที่สวิตช์ฟีแสดงออกแบบนี้ เพราะมันทำให้รู้ ความรู้สึกของเธอที่มีให้เขายังคงอยู่เหมือนเดิม 

ไคเลอร์ น้องชายฝาแฝดของไซฟี ดีใจมากที่พี่สาวเปลี่ยนใจมาหาตัวเอง ตอนนี้คงกำลังเตรียมที่หลับที่นอนไว้รอ แต่เขาโทรไปบอกอีกฝ่ายแล้ว 

'กูมีธุระช่วงเช้า อยากให้ไซฟีไปด้วย' 

'เช้าก่อน ค่อยว่ากัน' 

'จองโรงแรมไว้แล้ว สองเตียง' 

'...' 

'ตอนพี่มึงอาบน้ำ กูจะรอที่ระเบียง ไม่เข้าไปรบกวน' 

'ถ้ามึงมีคำตอบอยู่แล้วจะมาถามกูทำไม?' 

'แค่โทรมาบอกให้รู้ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายเจอกัน' 

'กูไม่ได้อยากเจอมึง' 

แม้อีกฝ่ายจะตอบเหมือนไม่พอใจ แต่ก็มีเหตุผลมากพอ เราคุยกันอีกสองสามประโยค เป็นอันว่าเข้าใจตรงกัน และนัดเจอกันช่วงบ่ายที่ท่าเทียบเรือ Kai 

นั่งรอราวครึ่งชั่วโมง ทางสายการบินก็ประกาศให้เตรียมความพร้อม 

วันนี้เจ้านายไม่โชคดีเหมือนทุกครั้ง เขานั่งห่างจากไซฟีหลายที่นั่ง และที่นั่งข้างเธอก็เป็นผู้ชายถึงสองคน ก่อนนั่งอีกฝ่ายทักทายไซฟีอย่างเป็นมิตร จนเขาที่นั่งมองอยู่ นั่งก้นแทบไม่ติดเก้าอี้ 

ถ้าลุกไปยืนเฝ้าไซฟีได้ เขาคงทำไปแล้ว ต่อให้ต้องยืนหลายชั่วโมงก็ช่างมัน ขอแค่ได้กีดกันเธอกับไอ้นักธุรกิจนั่นก็พอ 

ช่วงหลายวันมานี้ คิดไม่ตกกับการเรียกร้องของไซฟี จนแทบนอนไม่หลับ ถึงหลับก็ไม่เคยหลับสนิท มีก็แต่ผล็อยหลับไปทั้งที่เพลียมาก ๆ วันนี้ก็เหมือนกัน..

เจ้านาย ลูกชายฝาแฝดคนกลางของป๋าขุนแม่เพลง

แฝดพี่ชื่อเจ้าขา แฝดน้องชื่อเจ้าสัว 

ปัจจุบันเขากับน้องชายยังครองตนเป็นโสดในวัย 25 ปี ส่วนพี่สาวฝาแฝด รายนั้นมีครอบครัวแล้ว พ่อของลูกเจ้าขาชื่อไคเซ็นเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของไซฟี ทั้งสองมีพยานรักตัวน้อยคือหลานชาย ไคจิน วัยเดือนเศษ ๆ 

ระยะเวลาที่ลอยเหินอยู่บนฟ้านานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เจ้านายสะดุ้งตื่นตอนแอร์สาวสวยเข้ามาสะกิด ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความฝัน พร้อมกับประโยคที่ว่า 'ถึงจุดหมายแล้ว' จนเมื่อเขากวาดสายตามองรอบ ๆ ตอนนี้เครื่องบินทั้งลำว่างเปล่า ไร้ผู้คนแออัด มีเพียงเขา และแอร์สาว สองสามคน 

ฉิบหาย! 

ไซฟีต้องโทรให้ไคเลอร์มารับแล้วแน่ ๆ 

ระหว่างกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังตัวอาคารของสนามบิน มือใหญ่กดโทรออกหาร่างเล็กอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังกวาดสายตามองหาเธอ จนสายตาสะดุดอยู่ที่ประตูทางออกหมายเลข 2 

เธอกำลังยืนรอแท็กซี่ และกดปิดสั่นสายเรียกเข้าของเขาต่อหน้าต่อตา โคตรเลือดเย็น

แก๊ก ปึง! 

เสียงกระชากประตูรถเปิดและปิด ทำให้ร่างเล็กตกใจจนตาโต เธอคงไม่คิดสินะว่าเขาจะตามมาได้ทันเวลาพอดี อย่าว่าแต่เธอ เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกัน ในใจร่ำร้องแต่คำว่าเกือบไปแล้ว เกือบไปแล้ว 

เกือบจะพลาดโอกาสดี ๆ ที่มีแค่เราสองคนไปแล้ว

โรงแรมย่านเฟียง 

โรงแรมห่างจากสนามบินไม่ถึงสิบกิโลเลยใช้เวลาเดินทางไม่นาน รถไม่ติด เพราะเวลานี้เป็นเวลานอนของคนทั่วไป

เมื่อถึงห้องพัก ใบหน้าสวยของไซฟีบูดบึ้งยิ่งกว่าอยู่บนแท็กซี่เท่าตัว ไม่ต้องบอกก็รู้ เธอกำลังไม่พอใจเขามาก กระทั่งอาหารของทางโรงแรมที่ชายหนุ่มจองไว้มาเสิร์ฟถึงห้อง 

ใบหน้าหงิกงอก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย ราวกับเด็กน้อยดีใจที่ได้ของเล่น นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ไซฟีเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน เธอใจเย็นขึ้น หันมาสบตาเขาบ่อยขึ้น ไม่ทำหน้าบึ้งใส่แล้ว 

เขาสรุปเอาเองว่าที่เธอหงุดหงิดนั้นเป็นเพราะโมโหหิว เจ้าขาเคยเป็นอยู่บ่อย ๆ ถ้าไม่ได้ดั่งใจ ไม่เขาก็ไอ้สัว ต้องมีใครสักคนโดนกินหัว 

มื้ออาหารจบลงพร้อมกับใครบางคนที่อารมณ์ดีขึ้น..

"เราขอนอนบนเตียง บนเครื่องเรานอนไม่หลับ" 

"นอนด้วยกัน" 

"ไม่ นายต้องนอนโซฟา" 

"เพราะ?"

"เราต้องเว้นระยะห่างกัน" 

"ยิ่งห่างก็ยิ่งคุยไม่รู้เรื่อง ต้องนอนคุยมากกว่า" 

"เรานอนที่เตียง นายนอนโซฟา ตกลงตามนี้" 

"ไม่ตกลง เราจะไม่แยกกันนอน" เรื่องอะไรจะปล่อยให้โอกาสดี ๆ แบบนี้หลุดมือ 

"ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องเราจะโทรให้ไคเลอร์มารับตอนนี้" 

"โทรดิ ฉันจะปล่อยให้มันนั่งตบยุงรอเธอยันเช้าเลย" 

"ต้องการอะไรกันแน่" ตอนนี้เธอสับสน มึนงงไปหมดแล้ว 

"ไปอาบน้ำ เดี๋ยวมาคุยกัน" 

"ได้" แต่อย่าคลาดสายตาแล้วกัน เธอไปแน่ 

ขณะยืนใต้สายน้ำ ไซฟีหวนนึกไปถึงเมื่อชั่วโมงก่อนที่ยังอยู่บนเครื่องบิน ผู้ชายด้านข้างเธอหล่อมาก หล่อเหมือนพระเอกในซีรีส์ ทว่าเขามากับแฟน และแฟนเขาก็เป็นผู้ชายที่นั่งข้างกัน 

โชคดีที่วันนี้อยู่ลำพัง เพราะถ้าบีเลิฟมาด้วยคงขายขี้หน้าแย่ รายนั้นเคยแผ่วซะที่ไหน ปากไวยิ่งกว่าอะไร 

หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำ ทาครีมบำรุงราวยี่สิบนาที 

"ผู้หญิงอาบน้ำนานทุกคนเลยเหรอ" 

"ทุกคน?" ไซฟีคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เขากำลังจะสื่ออะไร หลอกด่าเธอทางอ้อมอย่างนั้นเหรอ แล้วทุกคนที่ว่า มีใครบ้าง 

"ก็แม่ เจ้าขา รวมเธอด้วย" กลัวคนขี้น้อยใจจะคิดไปไกลเลยรีบอธิบาย 

"มั้ง" 

"อาบน้ำแล้วแสดงว่าตัวหอมแล้วใช่ไหม" 

"เข้าเรื่องคุยเลยดีกว่า เหนื่อย อยากพัก" เธอเปิดประเด็นเพราะไม่อยากประวิงเวลาให้นานไปกว่านี้ ตอนนี้แค่หัวถึงหมอน ไซฟีก็พร้อมปิดสวิตช์ตัวเองแล้ว ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ง่วง ครบเลย 

"นอนเลย" 

"?" ไหนล่ะเรื่องที่บอกจะคุย? 

"นอนลงไป ไม่ได้จะทำอะไร" ชายหนุ่มพูดพลางกดไหล่ร่างเล็กให้นั่งบนเตียง อีกทั้งยังจัดหมอนให้และประคองลงนอน ส่วนเขานั่งลงที่ปลายเตียง จับเท้าสองข้างของไซฟีวางพาดบนตัก อาศัยความชำนาญที่พอมีติดตัวเล็กน้อย นวดฝ่าเท้าให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นค่อยเริ่มเข้าประเด็น..

ไซฟีงุนงงกับการกระทำที่แปลกไปแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เพียงแค่สงสัย เจ้านายทำแบบนี้ทำไม เขาใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เพื่ออะไร กลัวเธอหนีไปมีแฟนเหรอ? 

"เธอชอบฉัน ฉันรู้ เธอน่ะรู้หรือเปล่าว่าฉันก็ชอบ.." 

"?"

"ชอบเธอเหมือนกัน" 

"ที่บอกชอบเพราะกลัวจะเสียเราไปใช่ไหม" แม้จะดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ แต่ก็ไม่ลืมถามคำถามที่ค้างคาใจมาตลอดหลายวัน 

ครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเป็นฝ่ายเข้าหา และบอกความรู้สึกที่มีต่อเขาตลอด ในขณะที่เขานิ่งเงียบ เก็บงำความรู้สึกไว้ ไม่แม้แต่จะบอกให้เธอรู้ จนวันนี้ที่เธอตัดสินใจจะไม่ร้องขอความรักจากเขาอีกแล้ว

"ใช่ กลัว" คนไม่กล้าเผยความรู้สึกตอบเสียงแผ่ว

เพราะได้ยินคำตอบไม่ชัด ไซฟีเลยเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่ง ใช้สองมือประคองใบหน้าเขาให้เงยหน้าสบตา จากนั้นจึงโถมตัวไปจูบแนบริมฝีปากเขาเอาไว้ ทำให้แขนแกร่งตวัดมาโอบรอบเอวเธอโดยที่ไม่ต้องบอกกล่าว 

เธอได้คำตอบแล้ว เขารู้สึกยังไง..

แต่แค่ไม่รู้ เจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงไม่กล้าเปิดใจรับเธอเข้าไปสักที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป