บทที่ 9 ตอนที่ 9 อ้อน

ตอนที่ 9 อ้อน

ไซฟีไม่อยากไปเที่ยว เธอบอกอยากอยู่ในห้อง และอยากกอดเขาแบบนี้นาน ๆ เธอกลัวออกไปเที่ยวแล้วจะไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา นี่แหละ ไซฟีตัวจริง 

ไซฟีคนขี้อ้อนเริ่มกลับมาแล้ว..

"เราอยู่ด้วยกันแบบนี้หลาย ๆ วันได้ไหม" 

"ไม่ทำงานเหรอ" 

"อู้งานมาอยู่กับนายไง เหมือนที่นายทิ้งงานมาง้อเรา" 

"แบบนี้เมื่อไหร่จะพร้อม" 

"ขาดเหลืออะไรบอกเรา เราจะหามาให้" 

"ลุงไคซ์คงภูมิใจนะ" ที่ลูกสาวคนเดียวออกตัวจะเลี้ยงผู้ชายแบบนี้ 

"ป๋าต้องภูมิใจในตัวเราอยู่แล้ว เราดูแลตัวเองได้ ไม่เคยรบกวนเงินป๋าม้าสักบาทเลย" ไซฟีพูดอย่างภูมิใจ เธอคิดว่าป๋าก็คงจะภูมิใจเหมือนกันถ้ารู้ว่าผู้ชายที่เธอหมายปองคือเขาที่คอยช่วยดูแลเธอมาตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต 

ถึงเจ้านายจะปากเสียนิดหน่อย แต่เขาน่ารัก แล้วเธอก็ไม่เคยหยุดรักเขาได้เลยด้วย 

เจ้านายนิสัยคล้ายไคเลอร์ตรงที่ปากไม่ตรงกับใจ ทว่าไม่เคยมีสักครั้งที่จะปฏิเสธหรือไม่เป็นห่วงเธอ พวกเขาดูแลเธอดียิ่งกว่าไคเซ็นพี่ชายคนโตซะอีก รายนั้นแกล้งน้องอย่างเดียว นิสัยไม่ดีจริง ๆ 

'ไคเลอร์ให้มารับแทน โดดไม่ได้อาจารย์โหด' 

'แล้วอาจารย์คณะนายโหดไหม' 

'โหด แต่มาได้' 

'วันนี้มารับเราจะพาเราไปกินอะไร' 

'อยากกินหมูกระทะไม่ใช่เหรอ' 

'...' เท่าที่จำได้ เธอบังคับไคเลอร์ ไม่ใช่เขา แล้วเราก็นัดกันวันนี้ 

'มันไม่ชอบ ฉันเลยมาแทน' 

'แล้วนายไม่กลัวหัวเหม็น ตัวเหม็นเหรอ' 

'แค่อาบน้ำ' 

เขาตอบเสียงเรียบ นั่งกินกับเธอทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหล ทว่าไม่ได้ยินเสียงบ่นจากปากเขาสักคำ ต่างกับน้องชายตัวดี นั่งไม่ถึงห้านาที บ่นร้อนจนน่ารำคาญ 

"อืม" เจ้านายอืมตอบเสียงอยู่ในคอ แอบสะอึกกับประโยคที่หญิงสาวพูด.. 'ป๋าต้องภูมิใจในตัวเราอยู่แล้ว เราดูแลตัวเองได้ ไม่เคยรบกวนเงินป๋าม้าสักบาทเลย' พอเขาหันมองตัวเองกับไอ้สัว

พวกเขาสองคนแม่งโคตรไม่เอาไหน ขนาดเงินเดือนยังต้องโอนผ่านบัญชีป๋าอยู่เลย ถ้าไม่หันมาคลุกคลีทำอสังหา คงไม่มีทางหาเงินเป็นกอบเป็นกำได้แน่ 

แค่หน้าที่ ความรับผิดชอบก็ต่างกันมากโข 

ลุงไคซ์ป้าภัสไว้ใจลูกให้ช่วยดูแลสานต่อธุรกิจ ไคเซ็น ไซฟี ไคเลอร์เลยได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย 

ส่วนบ้านเขาน่ะเหรอ วันไหนไอ้สัวเข้าบริษัทแล้วไม่แหกปากไล่ส่งลูกค้าก็บุญหัวแล้ว แทบไม่ต้องถามหาความสงบสุข สามัคคี แค่เราไม่ตีกันตาย ป๋าก็ดีใจจนไม่รู้จะพูดยังไง

เรื่องสานต่อยังไม่เคยได้ยินป๋าพูดถึง แม่ก็ยังไม่วางมือ แต่เท่าที่เดา ป๋ากับย่าไว้ใจเจ้าขาที่สุด อนาคตเจ้าขาคงได้รับช่วงต่อ ไม่น่าจะใช่เขากับไอ้สัวแน่นอน ทว่าเรื่องอสังหาที่ย่าถือครอง ก็ไม่แน่ งานเหนื่อย งานหนัก ต้องบุกน้ำ บุกป่า กว่าจะได้เงิน ป๋ากับย่าคงไม่ยอมให้เจ้าขากระเตงไคจินไปด้วยหรอก 

งานหนักแบบนี้ต้องยกให้ไอ้สัว 

ตอนนี้มองยังไง เราก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว เขายังต้องพึ่งป๋าแม่ ส่วนเธอไม่พึ่งใครเลย นอกจากตัวเธอเอง ไซฟีเป็นผู้หญิงเพียบพร้อม มีทุกอย่างครบครัน ทั้งเงินทองและหน้าตา บางทีเธออาจจะเจอคนที่คู่ควรมากกว่าเขาที่แทบไม่มีเชี้ยอะไรดีเลย นอกจากทะเลาะกับไอ้สัวไปวัน ๆ ก็ได้

ถ้าฐานะเราใกล้กันกว่านี้สักนิด เขาคงไม่ต้องคิดมากอย่างทุกวันนี้ 

นี่สินะ วิธีการเลี้ยงลูกของใครของมัน โคตรลำบากเลย

"เป็นอะไรหรือเปล่า คิดอะไรอยู่" ไซฟีถามอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่เธอพูดประโยคนั้นไป เจ้านายตอบแค่อืม เธอพูดอะไรผิดหรือเปล่า? 

ยิ่งเขาเหม่อก็ยิ่งสงสัย เธอพูดแทงใจดำเขาใช่ไหม? 

เจ้านายเพิ่งได้สติหลังคนตัวเล็กตั้งคำถาม เขาเลยลูบหน้าตัวเองที่เผลอแสดงท่าทีแบบนั้นออกไปให้เธอได้เห็นจนเป็นกังวล ก่อนที่จะตอบ..

"น่าจะนอนน้อย นอนไม่ค่อยหลับ" แก้ตัวน้ำขุ่น ไซฟีไม่เชื่ออยู่แล้ว เธอไม่ได้ใสซื่อขนาดนั้น 

"เรา..ทำให้ไหม จะได้สบายตัว" เหมือนอย่างที่เขาชอบทำให้เธอบ่อย ๆ 

"..." ทำที่ว่าคือทำอะไร? 

"ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวเราโทรบอกไคเลอร์ว่าเราปวดหัว" 

"เธอปวดเหรอ?"

"เราไม่ได้ปวด แต่เราเป็นห่วงนาย" 

"นอนสักงีบน่าจะดีขึ้น" อันที่จริง ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย ถ้านอนแล้วรวย ป่านนี้ไอ้สัวเป็นเจ้าสัวสมชื่อแล้ว กินแล้วนอน ตัวอ้วนอย่างกะหมูป่า 

"เดี๋ยวเราโทรไปบอกไคเลอร์" หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มาไว้ในมือ เตรียมจะออกไปโทรหาน้องชายหลังจากไปยืนที่ระเบียง ทว่าเขารั้งเธอไว้ และขอให้โทรตรงนี้ เปิดลำโพงด้วย อาการหวงแบบนี้ยิ่งกว่าไคเลอร์อีก 

รอสายไม่ถึงหนึ่งนาที..

(มาถึงแล้วเหรอ อยู่ไหนอะ) 

"ยังไม่ได้ไป ปวดหัว ว่าจะนอนต่อ"

(อยู่โรงแรมไหน มียาไหม เดี๋ยวไปหา) 

"นายไปซื้อให้อยู่" 

(มันจะกลับวันไหน) 

"ไม่รู้" เธอตอบพลางสบตาเขาที่ทิ้งศีรษะลงมานอนหนุนตัก 

(ส่งชื่อโรงแรมมา เดี๋ยวไปหา) 

(อากาศเปลี่ยนเดี๋ยวไม่สบาย) 

(ได้ยินไหมที่พูด) 

(ฟี ไซฟี) 

(ไซฟี) 

เพราะหญิงสาวมัวแต่มองริมฝีปากที่พรมจูบมือของเธอ เลยเผลอนึกไปถึงเรียวลิ้นที่ทำเธอตัวลอยเมื่อเช้านี้ถึงสามครั้งอย่างหน้าไม่อาย 

ปากเขาที่เคยจูบของรักของหวงของเธอ กำลังจูบฝ่ามือและหลังมือซ้ำ ๆ ราวกับว่าเขาต้องการจะสื่อ..

(ไซฟี!!) 

"อ..เออ! โอ๊ย! จะเสียงดังทำไม!" ไคเลอร์ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ที่เจ้านายกำลังล่อลวง ให้ถลำลึก สีหน้าและน้ำเสียง ท่าทางตื่นตกใจของเธอทำให้ชายหนุ่มหัวเราะอยู่ในลำคอคล้ายว่าเอ็นดู แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย 

ไอ้ไคเลอร์ ไอ้เด็กเวร ไอ้..กขค! 

ฝากไว้ก่อนเถอะ! 

(ไหวไหม ไม่ไหวจะพาไปหาหมอ) 

"ไหว! แค่นี้แหละ ไม่อยากคุย" ขืนฝืนคุยต่ออีกนิด ความแตกแน่ ไคเลอร์ยิ่งจับผิดเก่งอยู่ด้วย 

"แค่จูบมือก็จะไม่ไหวแล้วเหรอ" ชายหนุ่มเผยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ถามร่างเล็กเจ้าของตักที่นอนหนุน เธอดูมีอารมณ์ง่ายกว่าที่ผ่านมามาก หรือเพราะคนที่ทำเป็นเขา ไซฟีเลยปล่อยตัวปล่อยใจให้แบบนี้ 

ถ้าคำตอบของเธอคือ ใช่ ก็คงดี..

เขาคงมีใจทำงานหาเงินมากองให้เธอใช้ไม่เหนื่อยเลย 

เมื่อถูกจับได้ว่าเผลอคิด หญิงสาวจึงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งยังผละมือข้างที่เขากอบกุมไปพรมจูบ สอดเข้าไปในคอเสื้อร่างสูงแล้วลูบไล้กล้ามหน้าอกเขาเล่น โดยไม่กลัวว่าจะเลยเถิดเลย 

"แน่นมาก ~" เธอหยุดปลายนิ้วอยู่ที่ตุ่มไตบนอกชายหนุ่ม แสร้งทำปูไต่ ไต่ไปมาให้เขาเกร็งหน้าท้องเล่น ก่อนจะเป็นเธอที่ตกใจจนแน่นิ่งเพราะถูกเขาบีบขยำหน้าอกอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว 

"แรงมาก เจ็บนะ!" ไซฟีพูดพลางถลาตัวไปคว้าหมับที่เป้ากางเกงร่างสูงหวังจะบีบคืนให้สาสม ทว่าเธอพลาดท่าเสียที ล้มหน้าคะมำบนเตียงนอน ทำให้เจ้านายพลิกตัวมาประคองเอวเล็กคอด โดยนั่งคุกเข่าช้อนอยู่ด้านหลัง 

เธอโดนเขาแกล้งเด้าบั้นท้ายทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้ารัว ๆ จนหน้าคะมำซ้ำ ไร้หนทางสู้ 

ไอ้คนโรคจิต! 

"โดนแค่นี้ตัวอ่อนเลยเหรอ ลุกขึ้นมา" เจ้านายกระโดดลงจากเตียงในรัศมีที่พ้นคมเล็บไซฟีถึงได้กล้าพูดท้าทาย ขืนพูดตอนอยู่ใกล้เธอ มีหวังเลือดซิบ ไหลเป็นทางเหมือนไคเลอร์ที่โดนบ่อย ๆ แน่นอน 

"!!!" อย่าให้ถึงคราวเธอบ้างนะ เดี๋ยวจะทำให้เขาอ้อนวอน ขอร้องเธอให้ได้เลยคอยดู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป