บทที่ 13 คิดจะยั่วยวนข้า
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันมาปรนนิบัติเพคะ” นางรีบพูดออกไปพร้อมกับก้าวเร็วๆ เข้าไปด้านใน แล้วก็เป็นตัวนางเองที่สะดุ้งเฮือก กว่าจะตั้งสติได้ก็รีบหันหลังให้กับบุรุษที่เปลือยท่อนบนอยู่
“ทำไมพวกเจ้าไม่บอกข้าว่าท่านอ๋องกำลังจะอาบน้ำ!” ว่านหนิงเหมยกัดฟันพูด เห็นเพียงต้นไผ่ทองที่ตั้งประดับมุมห้องขยับใบเล็กน้อย
องค์ชายเฟยเทียนที่เดิมทีหันหลังอยู่ แต่พอได้ยินเสียงหญิงสาวเข้ามาใหม่จึงหันกลับมามอง กลายเป็นอีกฝ่ายหันหลังให้เสียนี่ แต่กระนั้นจำได้ว่าเป็นหญิงสาวที่เจอเมื่อช่วงบ่าย
“ปากว่าปรนนิบัติ ไยหันหลังให้ข้าเช่นนี้”
“เอ่อ.. เพคะ”
นางรวบรวมความกล้าอยู่อึดใจ ได้ยินเสียงน้ำก็เดาว่าเจ้าของร่างสูงได้ก้าวเท้าลงในอ่างอาบน้ำแล้ว นางจึงหันกลับมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ เห็นเพียงด้านหลังของคนผู้นั้นที่เอนตัวพิงขอบอ่าง วางแขนสองข้างไปกับขอบอ่าง รู้ว่าผู้คนหวาดกลัวปีศาจมังกรเพลิงบนท่อนแขนซ้ายนี้ก็ยังชอบอวดให้ผู้อื่นเห็น นางกำนัลพากันเป็นลมล้มพับเพราะเห็นรูปปีศาจมังกรเพลิงนี่กระมัง คงรวมไปถึงปลายเส้นผมที่เป็นสีแดงดุจจุ่มโลหิตของเขาด้วย
ว่านหนิงเหมยม้วนแขนเสื้อของตนเอง หยิบผ้าชุบน้ำเช็ดเนื้อตัวให้องค์ชาย จะว่าไปนางก็คุ้นเคยกับการดูแลปรนนิบัติผู้อื่นอาบน้ำ แต่เป็นคุณชายน้อยของตระกูลว่านและจ้าวต้าเด็กชายที่นางซื้อตัวมา ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกล้ามเนื้อแน่นหนั่น ดวงตาสุกใสสังเกตเห็นรอยแผลเป็นจางที่เกิดขึ้นมานานแล้ว หัวใจนางเหมือนถูกบีบรัด ใครกันบอกว่าเขามีปีศาจปกป้องแต่กลับได้รับบาดแผลเช่นนี้
องค์ชายเฟยเทียนแปลกประหลาดใจนัก สตรีผู้นี้ไม่ได้กลัวเขาเช่นนางกำนัลคนอื่น แล้วมือเล็กนั้นก็บีบไหล่ของเขา แม้แรงไม่มากแต่กลับช่วยให้ไหล่ที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้มาก
“การนอนไม่หลับนั้นเกิดจากระบบในร่างกายไม่สมดุล เปรียบเสมือนตาชั่งน้ำหนักสองด้านเอนไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ท่านอ๋องโปรดลดการดื่มสุรารสแรงก่อนนอน เปลี่ยนเป็นชาสมุนไพรจะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้นเพคะ”
เห็นอีกฝ่ายเงียบไป นางพูดไปพลางใช้นิ้วโป้งนวดขมับ รู้สึกได้ว่าร่างกายนี้โอนอ่อนตามแรงสัมผัสของนาง หญิงสาวเผลอยิ้มขณะเลื่อนมือไปที่ใบหูของท่านอ๋อง ไม่ทันตั้งตัว มือใหญ่กระชากนางลงไปในอ่างน้ำอย่างรวดเร็ว กว่าจะตั้งสติได้ ตัวเองก็เปียกชุ่มและนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำเดียวกับชายหนุ่มแล้ว
“ท่านอ๋อง!” นางเกือบจะตวาดออกไป แต่พอยกมือขึ้นเช็ดน้ำบนใบหน้าของตนออก เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย นางรู้ว่าเขาชอบแกล้งให้ผู้อื่นกลัว แต่แกล้งนางเช่นนี้ย่อมซุกซนเกินไป
“หากไม่พอใจหม่อมฉัน เอ่ยปากไล่ออกไป หม่อมฉันก็ไม่ดื้อดึงที่จะอยู่ แต่ทำแบบนี้... ว้าย!”
ว่านหนิงเหมยร้องเสียงหลงเมื่อมือใหญ่ดึงนางเข้าไปใกล้ จับท้ายทอยของนางให้แหงนหน้าขึ้น ริมฝีปากหยักประกบริมฝีปากนางอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่กลับทำให้มองเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มได้ชัด และเริ่มกลายเป็นเปลวไฟจนนางต้องหลับตา
ริมฝีปากถูกขบเม้มและไล้เลียจนหัวใจแทบหยุดเต้น สติที่เหลือเพียงน้อยนิดสั่งให้นางผลักเขาออก แต่มือเล็กคู่นั้นทำได้แค่ทุบแผงอกเปลือยเปล่าไปไม่กี่ครั้ง นางเผลออ้าปากหวังเรียกอากาศหายใจ แต่กลับเปิดทางให้เรียวลิ้นเปียกชื้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อยๆ ของนาง ปากและลิ้นร้อนของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาจุมพิตนางยึดครองเอาสติของไปหมดสิ้น เพียงแค่จูบ นางอ่อนระทวยอย่างน่าอับอายในอ้อมอกแข็งแกร่งของเขา
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหมดสติ จึงส่งลมปราณให้นางแล้วถอนจุมพิตอย่างเสียดาย มองดูนางที่ไร้เรี่ยวแรงในอกของเขา พอดวงตากระจ่างใสของนางลืมตาขึ้นกะพริบถี่ๆ ท่าทางไร้เดียงสานั้นทำให้เขาขบขันจนหัวเราะลั่นออกมา
“คิดจะยั่วยวนข้า แต่แม้กระทั่งจูบเจ้ายังไม่เป็น เช่นนี้คงจะต้องฝึกปรืออีกหน่อยนะ”
“หม่อมฉัน... ไม่ได้...”
จะพูดว่าไม่คิดก็ไม่เต็มปาก ก่อนหน้านี้นางแอบคิด แม้เป็นเพียงความคิดในหัวน้อยๆของนาง แต่นางไม่ได้เจตนาร้ายกับเขา ที่นางวิ่งกระหืดกระหอบมาเพียงเพราะเป็นห่วงด้วยความจริงใจ เมื่อเขาเห็นความตั้งใจดีของนางเป็นเพียงเรื่องขบขัน หัวใจน้อยๆ กลับเจ็บแปลบขึ้นมา นางไม่มีสิทธิ์แสดงความเจ็บปวดใดให้เขาได้รับรู้ จึงทำได้เพียงเบือนหน้าไปทางอื่น ขยับตัวออกห่างจากรัศมีมือของเขาแล้วจึงปีนขึ้นจากอ่าง
“ขออภัยที่หม่อมฉันมารบกวนเวลาของท่านอ๋องเพคะ”
นางยืนอยู่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ นางสวมชุดแบบเดียวกับนางกำนัลแต่เป็นชุดนอนสีขาวมีเสื้อคลุมตัวนอกเพียงตัวเดียว ซึ่งเวลานี้เปียกแนบเนื้อกายจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งสมส่วนของหญิงสาว ผมยาวปล่อยทิ้งตัวสลวยไร้เครื่องประดับเหมือนคนเตรียมเข้านอน นางย่อตัวลงคารวะท่านอ๋อง หมุนตัวเดินออกไปอย่างช้าๆ แม้ก้าวสั้นๆแต่หนักแน่น มือเรียวสั่นระริกขณะผลักบานประตูออกไป
นางเพียงผงกศีรษะให้องครักษ์ทั้งสองที่มองมาอย่างประหลาดใจ ก่อนเข้าไปเห็นท่าทางร่าเริง ไฉนออกมาถึงเปียกเหมือนตากฝน ซ้ำยังดวงตาเศร้าหมองเช่นนั้น ว่านหนิงเหมยเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองราวกับวิญญาณที่เลื่อนลอย นางกำนัลที่รอรับใช้หน้าประตูเห็นเข้าก็ตกใจ แต่หญิงสาวฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา
