บทที่ 14 เด็กผู้หญิงคนนั้น

“ไม่มีอะไร ข้าลื่นล้มพลัดตกน้ำ”

“แม่นางว่านรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะไม่สบาย”

“ข้าจัดการตัวเองได้ ขอบใจพวกเจ้ามาก” นางฝืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องตัวเอง 

เมื่อบานประตูปิดลง หยดน้ำที่กลั้นไว้กลิ้งหล่นจากดวงตา 

‘หนิงเหมยที่รัก’

‘เหมยเอ๋อร์’

“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไร”  

ปากพูดว่าไม่เป็นอะไรแต่ร่างนางทรุดลงไปนั่งกอดเข่าแล้วร้องไห้ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด เขาจำนางไม่ได้ เขาเห็นนางเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน แต่นางกลับรู้ชัดว่าตนเองนั้น ‘รัก’ ชายผู้นี้เข้าแล้วจริงๆ  ไม่ใช่ความรู้สึก ‘คิดไปเอง’

จะเป็นไรไป นางเป็นฝ่ายไปรักชายผู้นั้นเอง นางต้องยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้ อย่างน้อยนางก็ได้รู้และได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

เสียงร้องไห้ของว่านหนิงเหมยไม่มีผู้คนได้ยิน ทว่าเสียงสะอื้นของนางทำให้เหล่าพฤกษาพากันหมองหม่นและเศร้าไปด้วย 

ใบไม้สั่นไหวบอกเล่าเรื่องราวของนางปากต่อปาก ต้นไม้ ดอกไม้ในสวนสี่ฤดูของฮองไทเฮา ต่างพากันถูกความเศร้าคลี่คลุมจนดอกไม้เหี่ยวเฉา ใบไม้กลายเป็นสีน้ำตาล

ว่านหนิงเหมยผล็อยหลับไป โดยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเลย.

ณ  ตำหนักฮองไทเฮา

“ไม่มีหญิงงามถูกใจเจ้าสักคนเลยรึเฟยเทียน”

ฮองไทเฮาทรงตรัสถามในขณะที่นั่งจิบน้ำชาด้วยกัน องค์ชายเฟยเทียนหรือชินอ๋องเพียงแค่กระตุกมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ยกชากลิ่นหอมขึ้นดมกลิ่นละมุนก่อนจิบลงคอ 

“เพราะเป็นห่วงหรอกนะ ข้าน่ะแก่แล้วก็อยากเห็นเจ้าเป็นฝั่งเป็นฝาเช่นผู้อื่น”  

เพราะสนทนาเพียงลำพังจึงพูดคุยราวเป็นสามัญชน ฮองไทเฮาพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อให้หลานชายผู้นี้ได้พ้นเคราะห์กรรมที่แบกรับแทนผู้อื่น เฟยเทียนเป็นหลานรักที่โปรดปรานและสงสารที่สุด ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรัชทายาทตั้งแต่กำเนิด ฝึกฝนและอบรมให้เติบโตเพื่ออยู่เหนือผู้อื่น ทว่ากลับถูกหักหลังให้ไปสิ้นชีวิตในสนามรบ 

แม้ตระหนักดีว่าสิ่งที่สิงสถิตในท่อนแขนซ้ายคือปีศาจ แต่ฮองไทเฮามิได้หวาดกลัวเช่นผู้อื่น เพราะสิ่งนี้ปกป้องชีวิตของเฟยเทียน นำหลานรักของนางกลับมาสู่อ้อมอก เรื่องราวในศึกทรายย้อมโลหิตนั้นบอกเล่ากันปากต่อปากก่อนที่เฟยเทียนกลับถึงเมืองหลวงด้วยซ้ำไป ชาวบ้านออกมามุงดู มิไม่ใช่การต้อนรับ แต่เพราะอยากเห็นด้วยตาของตนเองว่าแม่ทัพที่เรียกปีศาจออกมาเป็นเช่นไร แววตาคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวมากกว่าความชื่นชม

การกลับมาขององค์ชายเฟยเทียนไม่ใช่สิ่งที่ฮ่องเต้คาดหวัง เขาไม่แสดงอาการอื่นใด ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่สนับสนุนทัพหลัง ตัดกองหนุนและเสบียงอาหาร หลานรักไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย ราวกับไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้น เพียงเรียกร้องให้ตกรางวัลให้ทหารที่นำชัยชนะกลับมา และเตรียมแผนในการทำศึกรวมแคว้น  

สิบปีที่ผ่านมา เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ยกทัพกรำศึกแทบไม่เคยกลับเมืองหลวง หากไม่ใช่เพราะส่งสารเชิงบังคับให้กลับมาบ้าง คงไม่ได้เห็นหน้าที่ถอดแบบฮ่องเต้มาแทบทุกกระเบียดนิ้ว

“ตุนหวงอยู่ไกลเหลือเกิน คนแก่อย่างข้าคงไปเยี่ยมเยือนเจ้าไม่ได้ อย่างไรเจ้าก็แต่งภรรยาสักคนหรือสองคนก็ได้ คนเป็นย่าจะได้เบาใจว่าเจ้าจะมีคนดูแล”

องค์ชายเฟยเทียนเลิกคิ้ว ‘เล่นพูดกันแบบนี้เลยรึ?’ เห็นทีว่าหญิงงามที่คัดสรรมานั้น คงได้รับการ ‘ซื้อตัว’ มาแล้ว เพียงแค่นึกถึงสตรีที่ไม่เต็มใจมาอยู่เคียงข้าง หากให้กำเนิดบุตรไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงกับเขาแล้วจะเป็นเช่นไร เขาไม่ใช่คนรักใคร่เอ็นดูเด็ก แต่ไม่ได้รังเกียจ ตนเองกรำศึกยาวนาน จนนึกภาพยามเป็นพ่อคนไม่ออก เพียงนึกเล่นๆว่าหญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงานและให้กำเนิดทายาทแก่เขาจะเป็นเช่นไร  เขาเกิดมาเป็นลูกที่พ่อไม่รัก ความรู้สึกนี้ก็ราวกับรอยนาบของเหล็กร้อนบนหัวใจของเขาแล้ว หากนางผู้นั้นชิงชังลูกของเขาเล่า

 “กระหม่อมจำเป็นต้องเลือกหนึ่งในนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยออกมาหลังจากนั่งฟังฮองไทเฮาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน   

“เจ้าก็เอ่ยชื่อมาสักคนเถิด” เพราะไต้ซือซู่ย้ำหนักหนาว่าต้องเป็นคนที่เฟยเทียน ‘เอ่ยชื่อ’ ออกมาด้วยตนเองเท่านั้น ถ้าไม่ติดเงื่อนไขนี้  นางคงเลือกสตรีมาเป็นพระชายาให้หลานชายเองแล้ว

ชื่อ? นั่นสิ ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรกัน

พลันเขากลับคิดถึงหญิงสาวผู้นั้น แม้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า แต่นางไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ขนาดต้องปกปิดครึ่งหน้าเช่นนั้น นางตัวเล็กไปสักนิด ทว่ารูปร่างนางก็ไม่เลวเหมือนกัน

“เจ้าอย่าได้เกรงใจ เลือกคนที่ถูกใจเจ้า แล้วข้าจะเป็นธุระจัดการให้” ฮองไทเฮาย้ำอย่างกระตือรือร้น

“เลือกแล้วกระหม่อมกลับตุนหวงได้เลยหรือไม่” 

“เจ้ามีผู้ใดรอที่ตุนหวงรึ” ฮองไทเฮาแสร้งทำน้ำเสียงไม่พอใจ “หรือนางกำนัลของข้าดูแลเจ้าได้ไม่ดี เห็นว่าเป็นลมล้มพับไปหลายคน”

ดวงตาคมกลับมีประกายวูบไหวเล็กน้อย แสร้งยกน้ำชาขึ้นดื่มเพื่อปกปิดมุมปากที่ยกยิ้ม คิดถึงใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้น เมื่อคืนแกล้งนางหนักมือไปหน่อย มิรู้แอบไปร้องไห้หรือไม่ ทว่าเขาลองทำตามที่นางแนะนำ ไม่ได้ดื่มเหล้ารสแรง เปลี่ยนเป็นชาเกสรดอกบัวทำให้หลับสบายอย่างน่าประหลาดใจ

“ฮองไทเฮาก็ทรงมีนางกำนัลใจกล้าอยู่นี่”

“ฮึ! ใครกันที่ไม่เป็นลมยามเจอเจ้า กรุ่นไออำมหิตของเจ้าทำเอาคนอยู่ใกล้แข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว”

“นางผู้นั้น” เขาเงยหน้าขึ้นถาม แล้วนางเป็นใครกัน ถ้าไม่ใช่นางกำนัลของฮองไทเฮา

“ผู้ใดกัน?”   

“หญิงที่มีรอยแผลเป็นบนแก้มขวา”

“เอ๋? นั่นว่านหนิงเหมยไม่ใช่รึ” ฮองไทเฮาหันไปเรียกขันทีที่อยู่ไม่ไกลมาสอบถามและได้รับการยืนยันว่าเป็นนางจริง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป