บทที่ 4 บทที่3
บท 3
"เธอมีแฟนนี่ เล่าความรู้สึกให้ฉันฟังหน่อยสิ มันเป็นยังไงอะ" ฉันนั่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้เก็บข้อมูล แล้วเอามาเขียนนิยายให้มันฟิน ๆ
"อืม.....มันก็....จะว่ายังไงอะ มันจะตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนมีผีเสื้อมาบินวนอยู่ในท้องอะ อธิบายไม่ถูกหรอก" อลันทำท่านึกคิดถึงอารมณ์ตอนที่กำลังพลอดรักกัน แต่มันก็อธิบายเป็นคำพูดยากอะ
"โถ่ ช่วยเพื่อนคนนี้สักครั้งเถอะนะ ถ้าเธอช่วยฉัน เธอจะขออะไรฉันก็ได้หนึ่งอย่าง"
"เรื่องแบบนี้เธอต้องเจอกับตัวเองสิ จะให้บอกได้ไงเล่า"
"ช่วยฉันเถอะ อะไรก็ได้นะๆๆๆ" ฉันเข้าไปกอดขาอลันแล้วพยายามทำตัวน่ารักๆ ไว้ เผื่ออลันจะเห็นใจ
เธอทำท่าคิดสักพัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้หญิงซกมกอย่างเพื่อนเธอจะหาแฟนได้ยังไง นี่ถ้าไม่ติดว่าหลวมตัวเข้ามาละก็ ฉันก็ไม่คบยัยนี่เหมือนกันนั่นแหละ
"ก็ได้ ๆ เลิกเกาะแข้งเกาะขาฉันสักที ปล่อยได้แล้ว" อลันสะบัดขาเพื่อให้ฉันหลุดออกไป
"จะช่วยฉันจริง ๆ เหรอ ฉันรักเธอที่สุดเลยอลันนนน" ฉันเปลี่ยนจากการเกาะขา เป็นกอดแทน
"โอ๊ย!! ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไม่ช่วยแล้วนะ" เสียงตวาดดังขึ้น ในน้ำเสียงนั้น เริ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"หยุดแล้วจ้า" ฉันหยุดแทบจะทันที ค่อย ๆ เดินออกห่างและเว้นระยะเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะโมโหแล้วไม่ช่วยฉัน เธอคือความหวังเดียว อย่าพึ่งไปยั่วโมโหดีกว่า
"อย่างแรก เธอต้องหาแฟนให้ได้ก่อน"
"แล้วฉันจะไปหาที่ไหนอะ ฉันไม่ค่อยรู้จักคนมากมายซะด้วยสิ" วัน ๆ ก็อยู่แต่ในห้อง จะเอาเวลาที่ไหนไปทำความรู้จักใครละ
"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ไปหาพี่ฉันกัน เผื่อเขาจะแนะนำได้"
"ต้องหาแฟนก่อนสินะ" ฉันยืนทำหน้าครุ่นคิด ว่าฉันจะหาแฟนยังไงดีนะ
ผู้ชายในสเปกฉันเหรอ ต้องเป็นผู้ชายอบอุ่น มีความเป็นผู้ใหญ่ ปกป้องฉันได้ พูดจาน่ารักกับฉันเสมอ ไม่เจ้าชู้ หลายใจ ถ้าฉันได้คนแบบนี้เป็นสามี ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่ขออะไรแล้วละ
"ไม่ใช่"
"อะไรไม่ใช่?" อยู่ดี ๆ อลันก็มาพูดขึ้นมาช็อตฟิลฉัน ถ้าไม่ใช่หาแฟน แล้วต้องทำอะไรอะ
"หาแฟนยังไม่ใช่ตอนนี้ และตอนนี้ที่เธอต้องทำก็คือ.....มาเก็บขยะพวกนี้ออกไปซะ!!"
"โถ่อลันน ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้"
"ไม่ได้ ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ทำฉันจะไม่พาเธอไปและจะไม่ช่วยเธอด้วย"
"อ้ากกกกก" สั่งอย่างกับแม่ เธอเอาจุดอ่อนฉันมาขู่แบบนี้ได้ยังไง ช่างเลือดเย็นจริง ๆ เลย ฮือ ๆ ๆ
พวกเราช่วยกันเคลียร์ของในห้องและทำความสะอาดเพื่อให้มันน่าอยู่ยิ่งขึ้น
เราใช้เวลาไปประมาณสามชั่วโมงกว่าๆ เพราะขะ...ของในห้องก็ไม่ใช่น้อย ๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อย ก็แหมฉันก็แค่นาน ๆ ทีจะออกจากห้องสักทีไง จะให้เดินไปทุกวี่ทุกวันก็ไม่ได้ไหมล่ะ เดียวไอเดียในหัวหายหมด
"เฮ้ออ เสร็จสักที เหนื่อยจะแย่" ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อย ใครจะไปคิดว่าการเคลียร์ของในห้องเล็ก ๆ นี่จะใช้เวลาขนาดนี้ ห้องฉันมันก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร เป็นห้องในอพาร์ทเมนท์ถูก ๆ ทั่วไป หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ก็คือห้องนอนก็คือห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นก็คือห้องนอน เปิดประตูมาก็เห็นฉันนอนเลย อะไรทำนองนั้น
"ทีหลังก็หัดเคลียร์ห้องซะบ้าง จะได้ไม่หมักหมมแบบนี้" ตลอดการเคลียร์ห้อง อลันก็ยังไม่หยุดบ่นฉัน บ่น ๆ ๆ จนตอนนี้หูฉันดับไปละ สำนึกไม่ทัน
"เธอบ่นฉันมาทั้งวันแล้วนะ หยุดเถอะอลัน ฉันสำนึกไม่ทันนน" ฉันนอนงอแงอยู่บนเตียง ฉันว่าถ้าอลันเอาไม้มาตีฉันได้คงทำไปแล้ว
"หยุดเลย ๆ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ต้องให้คอยห่วงอยู่เรื่อยเลย ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ ฉันคอยเป็นห่วงเธอไปทั้งชีวิตไม่ได้หรอกนะกีวี่" อลันลงมานอนข้าง ๆ ฉัน ด้วยท่าทางที่เหนื่อยกาย ไม่ใช่ น่าจะเหนื่อยใจมากกว่า
"เธอเป็นเพื่อนฉันนะ ถ้าเธอไม่ห่วงฉัน แล้วเธอจะไปห่วงใครกันเล่า" ฉันเข้าไปกอดอลันไว้
"ฮ่า ๆ ๆ ยัยบ๊อง นั่นสินะ ถ้าฉันไม่มีเธอ ชีวิตฉันก็คงไม่ดูวุ่นวายขนาดนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่เหงาดี" พวกเรานอนเล่นกันอยู่อย่างนั้น
ฉันรู้จักอลันตั้งแต่วันที่เข้ามหา'ลัยปีหนึ่ง วันแรกเลย เราได้ทำกิจกรรมคู่กัน ก็เลยทำความรู้จักกันไว้ จนเริ่มสนิทกัน มาเช่าอยู่ห้องเดียวกัน จริง ๆ เธอไม่ต้องมาหารค่าเช่ากับฉันก็ได้ เพราะบ้านเธอรวยอยู่แล้ว
แต่เพราะฉันที่พึ่งจะออกมาอยู่ตัวคนเดียว ต้องคอยทำงานพาร์ทไทม์จ่ายค่าเทอม ค่าห้อง ไหนจะค่ากินอีก ถ้าจ่ายคนเดียวทั้งหมดก็คงไม่ไหว เธอเลยบอกว่าจะมาอยู่กับฉัน ช่วยหารค่าห้อง ส่วนของกิน เธอก็คอยซื้ออาหารมาใส่ไว้ มีทั้งของสดและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ช่วยฉันได้เยอะเลยละ
จนตอนประมาณปีสามได้มั้ง ฉันเริ่มมีจินตนาการและคิดไปเรื่อยเปื่อย เลยลองเอาความคิดนี้มาแต่งนิยายดู และปรากฏว่ามันดังขึ้นมาจริง ๆ จนฉันแทบไม่อยากจะเชื่อ เดือนแรกที่ฉันทำเงินได้ ประมาณสามหมื่นกว่าบาท ฉันดีใจมาก ๆ ฉันแต่งนิยายส่งตัวเองจนเรียนจบ สถานะการเงินถือว่าดี เลยยึดเป็นอาชีพหลัก เรียนจบมาก็มาแต่งนิยายต่อ ทั้ง ๆ ที่ก็เรียนบริหารธุรกิจมาแต่ก็ไม่ได้ใช้เลย
ฉันก็แต่งมันมาต่อเรื่อย ๆ จนตอนนี้เริ่มที่จะเข้าขั้นวิกฤตแล้ว คนเริ่มไม่อ่านแนวที่ฉันเขียน แต่หันไปอ่านแนวที่ฉันไม่เคยมี การที่จะเปลี่ยนแนวเขียนได้ มันไม่ง่ายเลย แต่ฉันก็ต้องพยายาม เพราะถ้าฉันไม่เปลี่ยน เงินที่เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่นี้ ก็คงจะยื้อไปได้อีกไม่กี่เดือน ยอดขายก็ลดลงไปทุกวัน ฉันก็เลยต้องศึกษาแนวนี้ให้ดีซะก่อน ถ้าไม่ศึกษาก็จะเป็นแบบเรื่องแรกที่แต่งนั่นแหละ มีแต่ คนด่า
ฉันอ่อนไหว รับไม่ด้ายยยยย
