บทที่ 4 อยากได้ต้องรุกให้หนัก
“หนูจะทำงานที่เดิมว่าแต่หนูขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” แพรรดามองหน้าบิดาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถามมาสิลูก” คุณทรงภพเห็นท่าทางของลูกสาวแล้วก็เริ่มคิดหนักเพราะท่าทางแบบนี้หมายความว่าหญิงสาวคงกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างซึ่งมันต้องเป็นอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไปทำแน่ๆ
“พ่อกับแม่อยากได้พี่วัตถ์เป็นลูกเขยมากไหมคะ”
“อยากได้สิ ไม่ใช่แค่พ่อกับแม่ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขยแต่ลุงดิลกกับป้ากัลยาก็อยากจะได้หนูเป็นสะใภ้ ว่าแต่หนูถามแม่ทำไมในเมื่อหนูเองก็ไม่อยากจะหมั้น”
“หนูว่าหนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ”
“แพรคิดจะทำอะไร”
“ก็ทำให้พ่อ แม่และลุงกับป้าสมหวังไงคะ”
ดรุณีมองหน้าสามีแล้วแอบยิ้ม เธอรู้ว่าลูกสาวเป็นคนชอบเอาชนะยิ่งได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่อยากจะหมั้นก็ยิ่งกระตุ้นให้เธออยากจะทำตรงกันข้าม
หลังจากบิดามารดากลับไปแล้วแพรรดาก็เริ่มคิดถึงแผนการที่จะให้ทิวัตถ์เปลี่ยนใจมาหมั้นกับตนเองให้ได้เพราะเธอสืบจากเพื่อนมาแล้วรู้ว่าผู้หญิงที่เขาควงนั้นไม่ได้มีเขาแค่คนเดียวและเธอยังรู้อีกว่าอีกไม่กี่วันนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเปิดตัวว่ากำลังคบกับนักธุรกิจท่านหนึ่งอยู่
เธอแพรรดาหวังจะใช้โอกาสนี้ทำให้ทิวัตถ์หันมามองเธอและจากนั้นแผนขั้นต่อไปก็จะเริ่มขึ้น คนอย่างเธอไม่ชอบเลยที่ใครจะมาปฏิเสธง่ายๆ และเธอจะทำเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ หญิงสาวจึงนึกถึงเพื่อนสนิทของตนเองขึ้นมาทันที
วันจันทร์ซึ่งตรงกับวันหยุดแพรรดาขับรถยุโรปสีแดงคันเก่งออกจากคอนโดมิเนียมตรงไปยังสปาสุดหรูของเพื่อนสนิทที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้นล่างสุดของโรงแรมห้าดาว
ยามบ่ายวันหยุดแบบนี้สปาของภัทรานิษฐ์ดูคึกคักกว่าวันปกติ ลูกค้าของเธอนั้นมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แม้ค่าบริการจะแพงกว่าที่อื่นอยู่หลายเท่าแต่ลูกค้าก็ยังคงเชื่อใจและมาใช้บริการอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เธอจะเลือกแต่ของเกรดพรีเมียมแล้ว ที่นี่พนักงานทุกคนยังผ่านการฝึกอบรมการบริการรวมไปถึงกิริยามารยาทเป็นอย่างดี ทุกคนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและที่สำคัญคือความเป็นส่วนตัวซึ่งหญิงสาวเจ้าของสปาเน้นย้ำเป็นพิเศษ
ภัทรานิษฐ์เดินตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ลูกค้าเยอะนั้นก็หมายถึงเม็ดเงินที่เธอจะได้ก็เยอะตามไปด้วย เมื่อเห็นลูกค้าทุกคนพึงพอใจกับการบริการเธอก็มานั่งยังเคาน์เตอร์เพื่อรอรับลูกค้ารายใหม่ที่มักจะพากันมาในวันพักผ่อนหยุดเช่นนี้
ขณะที่กำลังนั่งคิดวางแผนโปรโมชันสำหรับเดือนหน้า เสียงตะโกนทักทายก็ดังมาแต่ไกล
“พัดจ๋า”
คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นใครเธอก็รีบเดินออกจากเคาน์เตอร์ ก่อนทั้งสองจะสวมกอดกันอย่างกับว่าไม่ได้เจอกันนานแสนนานทั้งที่พึ่งเจอกันไปเมื่อ 2 วันก่อน
“นึกยังไงมาหาถึงที่นี่” เธอแปลกใจเพราะปกติเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลว่าสปาของเธอมันหรูหราเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้ามาใช้บริการได้
“วันนี้แพรอยากมาเป็นลูกค้า”
“ห๊ะ!” เธอคิดว่าตัวเองหูเพี้ยน
“ตกใจอะไรเบอร์นั้น แพรพูดจริงนะ วันนี้ขอมาเป็นลูกค้า”
“วันนี้มาแปลกจัง งั้นไปขัดผิวกับนวดอโรม่ากันไหม นวดไปคุยไป” เจ้าของสปาเสนอ
“อืม นวดเสร็จไปช้อปปิ้งกันนะ”
“ได้สิ”
เมื่อได้ขัดผิวและนวดตัวแล้วแพรรดากับเพื่อนก็พากันมายังห้างสรรพสินค้ากลางเมือง
“พัดว่าชุดนี้โอเคไหม” แพรรดาทาบมินิเดรสคอวีลึกปาดหลังที่มีความสูงเหนือเข่าเล็กน้อยเพื่อนช่วยดู
“มันเซ็กซี่ไปไหมแพร”
“ก็แพรอยากเซ็กซี่”
“แค่แพรแต่งตัวธรรมดาหนุ่มๆ ก็มองตาไม่กะพริบแล้วนะ” ภัทรานิษฐ์ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด เพราะเพื่อนของเธอนั้นทั้งสวยทั้งหุ่นดีดูเสน่ห์น่าค้นหา เธอสูง แต่ไม่ถึงกับเก้งก้าง เอวคอดเล็ก หน้าอกนั้นก็ได้มาจากแม่อย่างล้นหลาม ไม่ต้องพึ่งมีดหมอเลยสักนิด ผมหยักศกเป็นลอนยิ่งได้บำรุงด้วยชมพูและครีมนวดชั้นดีก็ยิ่งพลิ้วสวย แม้ผู้หญิงด้วยกันก็ยังอดชื่นชมไม่ได้
“แพรไม่สนใจคนอื่นหรอก พัดก็รู้”
“อย่าบอกนะว่าที่ลุกมาแต่งตัวแบบนี้เพราะพี่วัตถ์”
“อืม แพรว่าถึงเวลาแล้วที่แพรต้องทำอะไรสักอย่าง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะ”
ระหว่างเลือกซื้อแพรรดาก็เล่าเรื่องของตนเองให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด
“มันจะดีเหรอแพร”
“แพรรู้ว่ามันดูไม่ดีเพราะเราเป็นผู้หญิง แต่แพรก็ชอบพี่วัตถ์มากยิ่งเขาไม่อยากจะหมั้นกับแพร แพรก็ต้องเอาชนะเขาให้ได้”
“แล้วจากนั้นล่ะ”
“พอเขาตกหลุมรักแพร แพรก็จะทิ้งเขาไงล่ะ”
“แน่ใจเหรอว่าถึงตอนนั้นจะกล้าทิ้งเขา”
“แน่ใจสิ คนอย่างแพรไม่มีทางกลืนน้ำลายตัวเองหรอก”
“แต่มันจะเสี่ยงไปไหม”
“แพรจะดูแลตัวเองดีๆ ถ้า 3 เดือนพี่วัตถ์ยังไม่มาสนใจ แพรก็คงต้องตัดใจ”
“พัดเอาใจช่วยเต็มที่ จำได้ไหมสมัยเรียนแพรเป็นสาวฮอตแค่ไหน”
แล้วความทรงจำสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็ทำให้แพรรดามีกำลังใจขึ้น ก็ตอนนั้นหญิงมีหนุ่มมาจีบแทบไม่เว้นแต่ละวัน เธอเองก็หว่านเสน่ห์ไปทั่วแต่ก็ไม่เคยคบหากับใครอย่างจริงจังเพราะในใจนั้นเฝ้าแต่คิดถึงชายหนุ่มที่ชื่อทิวัตถ์จนไม่มีสายตามองคนอื่น
แม้กระทั่งตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ แพรรดามีเพื่อนชายมากมายก็จริงแต่ไม่มีใครทำให้เธอลืมเขาได้เลยสักนิด ทุกคนที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นได้แค่คนคุยแก้เหงาสำหรับหญิงสาวเท่านั้น
“แต่แพรจะใส่ชุดนี้ไปทำงาน พัดว่ามันไม่ค่อยเหมาะนะ ดูมันโป๊ไปนิด คอก็ลึก กระโปรงก็สั้น” เธอเป็นห่วงเพื่อนเพราะที่ทำงานไม่ได้มีแค่ทิวัตถ์เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวเสียหน่อย
