บทที่ 5 อยากได้ต้องได้

“ก็ใครจะใส่แบบนั้นกันล่ะ เวลาไปทำงานแพรก็สวมสูททับ ส่วนชุดด้านในก็เอาไว้ตอนอยู่กับพี่วัตถ์สองคน” ในหัวเธอวางแผนไว้แล้วว่าจะทำยังให้ผู้ชายเย็นชาหน้าตาแสนเย็นชามาสนใจเธอ

“แพรไม่กลัวว่าพี่วัตถ์จะสนใจแค่ตัวแพรเหรอ พัดเป็นห่วง” เธอรู้ว่าผู้ชายที่เพื่อนชอบนั้นเป็นคนเจ้าชู้แค่ไหน เพราะมีลูกค้าบางคนนั้นเป็นคู่นอนแค่คืนเดียวของเขามาใช้บริการที่สปาอยู่ก็หลายคน เพราะทิวัตถ์มักพาคู่นอนมาใช้บริการที่โรงแรม และสาวๆ พวกนั้นก็มักจะมาทำสปาเพื่อรอเวลาที่จะขึ้นห้องกับเขา

“แพรก็ต้องการแบบนั้น”

“จะบ้าเหรอ ทำไมต้องเอาตัวเข้าแลกแบบนั้น”

“พัดจ๋า อย่าห่วงเลย แพรเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” หญิงสาวมั่นใจเธอผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วและก็สามารถเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยต้องรีบบอกพัดนะ” แม้เพื่อนจะมั่นใจในสิ่งที่กำลังจะทำแต่ภัทรานิษฐ์ก็อดห่วงได้อยู่ดี

“จ้ะ แพรจะนึกถึงพัดคนแรกเลย” หญิงสาวพูดอย่างเอาใจ

แล้วสองสาวก็ช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาทานอาหารเย็นก็พากันไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นอันเป็นร้านที่เธอสองคนมักมาเป็นประจำ

ขาเรียวยาวเป็นอันต้องหยุดยืนนิ่งตรงประตูทางเข้าร้านอาหาร

“โอ๊ย!” ภัทรานิษฐ์เกือบจะล้มเมื่อจู่ๆ เพื่อนก็หยุดเดินจนเธอชนเข้าอย่างจัง

“เบาๆ สิพัด” หญิงสาวยกนิ้วชี้แตะริมของตนเองเพราะกลัวคนที่นั่งอยู่ก่อนจะรู้ตัว

“มีอะไรเหรอแพร” เธอพยายามชะโงกดูว่าเพราะอะไรเพื่อนถึงหยุดเดินเอาเสียอย่างนั้น

“นั่นไง” คนใบหน้าสวยพยักพเยิดไปทางโต๊ะด้านในสุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งทานอาหารกับผู้ชายที่เป็นหัวข้อสนทนาของสองสาวมาตลอดบ่าย

“เปลี่ยนร้านไหมแพร”

“ทำไมต้องเปลี่ยน” หญิงสาวเดินไปนั่งโต๊ะตัวที่ใกล้ที่สุดเพราะอยากจะรู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน

ทิวัตถ์พูดกับนางแบบสาวว่าถูกมารดาบังคับให้หมั้นกับลูกสาวของเพื่อนแต่เขาไม่อยากจะหมั้นเลยสักนิดจึงปฏิเสธฝ่ายนั้นไปแล้ว

“เรนนี่ดีใจที่ได้ยินแบบนี้ ว่าแต่ทำไมคุณถึงไม่อยากจะหมั้นล่ะคะ” หญิงสาวถามเพราะถ้าเขาตัดสินใจจะหมั้นเธอก็จะใช้โอกาสนี้บอกเลิกเขา

“ก็ผมมีคุณอยู่แล้วไง อีกอย่างน้องแพรอะไรนั้นไม่ใช่สเปกผมเลย”

“เคยเจอกันแล้วเหรอคะ”

“เคยเจอเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กกะโปโลตัวคล้ำๆ ผอมเก้งก้าง สิวก็เขรอะใส่เหล็กดัดฟันสีชมพูดูยังไงก็ตลก”

“แต่ตอนนี้เธออาจจะสวยขึ้นก็ได้นะคะ”

“คนเราไม่น่าจะเปลี่ยนได้มากขนาดนั้น อยากมาก็คงดูดีในระดับหนึ่งแต่ความสวยคงสู้คุณไม่ได้หรอกเรนนี่”

อารมณ์ของแพรรดาเดือดปุดๆ เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ชายที่ตนเองแอบชอบมาตั้งหลายปี และมันยิ่งกระตุ้นให้หญิงสาวอยากจะเอาชนะมากขึ้น

“พัดได้ยินที่เขาว่าแพรใช่ไหม”

“อือ ฟังแล้วมันน่าโมโห พัดว่าถ้าเขารู้ว่าตอนนี้แพรไม่เหมือนเมื่อก่อนเขาจะต้องเปลี่ยนใจและยอมหมั้นกับแพรแน่ๆ”

“แต่แพรว่าถ้าเราแสดงตัวตอนนี้มันก็ไม่สนุกสิ แพรอยากให้เขาหลงแพรจนโงหัวไม่ขึ้น”

“แพรสวยกว่าผู้หญิงคนนั้นอีกนะ แต่ยังขาดอะไรไปอย่าง”

“อะไรเหรอพัด”

“ก็มารยาหญิงไงล่ะ แพรสู้เธอคนนั้นไม่ได้เลย มันต้องยั่วหน่อยๆ เขาจะได้สนใจ” ภัทรานิษฐ์บอกเพื่อนไปอย่างที่ตนเองคิด

เรื่องหน้าตาเสื้อผ้าหน้าผมเธอก็คงพอสู้ได้แต่เรื่องยั่วยวนนี่สิ หญิงสาวคิดหนัก แล้วเธอก็ยิ้มออกเมื่อนึกได้ว่าเรื่องนี้ควรจะปรึกษากับใคร

“แพร พัดว่าเรารีบกินเถอะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่มองไปทางทิวัตถ์ เธอก็รู้สึกว่าอาการของเพื่อนคงจะหนักเอาการ

“แพรกินไม่ลงหรอกพัด” ก็เพราะภาพตรงหน้านั้นบาดตาบาดใจเธอเหลือเกิน

“วันนี้กินให้เต็มที่ก่อน จะได้มีแรง”

“กินก่อนก็ได้” ใบหน้าเธอยิ้มหากแต่แววตานั้นช่างดูไม่สดใสเลยสักนิด

พอแยกจากเพื่อนที่หน้าห้างใหญ่ใจกลางกรุง แพรรดาก็ขับรถไปหาเพื่อนสาวสุดจี๊ดคนหนึ่งที่เปิดคลาสสอนการแสดงอยู่อีกมุมเมือง

“ลมอะไรหอบมาไกลถึงนี่ยะ คุณหนูแพร” เสียงที่พยายามบีบให้เล็กของเพื่อนทำให้แพรรดายิ้มออก

ที่เธอเลือกขับรถมาหาชาญวุฒิหรือชาช่าเพราะว่าอยากให้เพื่อนคนนี้สอนเธอเรื่องจริตจะกร้าน รวมไปถึงท่าทางยั่วยวนที่เธอไม่ค่อยถนัด

หญิงสาวบอกถึงความต้องการของตัวเองกับเพื่อนสาวในร่างชายอย่างไม่ปิดบัง

“แกมาหาถูกคนแล้วล่ะ ฉันชาช่าคนนี้จะให้คุณหนูแพรแสนธรรมดาอย่างแกกลายเป็นแพรรดาสาวเปรี้ยวจี๊ดจนพ่อพระเอกของเธอยอมสยบแทบเท้า ไม่ต้องถึง 3 เดือนหรอก แค่ 1 อาทิตย์ก็พอ” เสียงนั้นฟังดูมั่นใจ

“ฉันก็หวังอย่างนั้น”

“แต่ฉันขอถามแกก่อนนะแพร ว่าถ้ามันเกิดเกินเลยไปไกลกว่าที่แกคิด แกจะรีบมันไหวแน่นะ”

“สำหรับฉันมันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ ถ้าฉันทำให้พี่วัตถ์หันมาชอบฉันภายในเวลา 3 เดือนไม่ได้ ฉันก็จะลาออกแล้วกลับไปทำงานกับพ่อ”

“แกชอบผู้ชายคนนี้มากขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แต่ก่อนนะใช่ ฉันชอบเขามาก อาจจะเรียกว่ารักเลยก็ได้ แต่ตอนนี้ฉันก็แค่อยากจะเอาชนะ”

“แต่ดูแกลงทุนมากเลยนะแพร”

“แกก็รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ชอบให้ใครมาเมินใส่ อีกอย่างฉันก็อยากให้เขารู้ว่าฉันในตอนนี้ไม่ใช่เด็กกะโปโลคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

“แกจะทำให้มันยุ่งยากไปหรือเปล่า ทำไมถึงไม่บอกเขาไปตรงๆ ล่ะว่าแกก็คือแพรรดาที่เขาเคยเจอหลายปีก่อน”

“ถ้าบอกมันก็ไม่สนุกสิชาช่า”

“แกนี้เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกันนะ”

“ใช่สิ ฉันต้องให้เขารู้ว่าอย่ามาดูถูกคนอย่างฉัน แล้วอะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้ ยิ่งเขาไม่อยากหมั้นฉันก็จะทำให้เขารู้ว่าไม่ควรปฏิเสธฉันตั้งแต่แรก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป