บทที่ 4 ออกจากเมืองหลวง

เมื่อมาถึงบ้านน้องชายกับน้องสาวก็นั่งหลับรอนางทั้งคืนแต่เหตุใดมานั่งอยู่หน้าประตูบ้าน ในบ้านผู้คนพลุกพล่านนัก ทันทีที่เห็นพี่สาวทั้งคู่ก็วิ่งมากอด

"พี่ใหญ่ท่านหายไปทั้งคืนเลย เหนื่อยมากไหมเจ้าคะ"

"อืมไม่เหนื่อย ว่าแต่คนมากมายมาทำอันใดกัน"

"พวกเขามายึดบ้าน บอกว่าท่านพ่อติดหนี้ ไล่พวกเราออกมาอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ"

"อยู่ที่นี่เดี๋ยวพี่มา"

เมื่อไปสอบถามจึงรู้ว่าอาของพวกนางเสิ่นหลิวติดหนี้พนันเอาบ้านหลังนี้ไปจำนอง เสิ่นชิงเวยจึงขอเวลาพวกเขาสามวันเพื่อย้ายออก ขอเวลาหาบ้านเช่าให้ได้ก่อน จากนั้นก็เดินมาหาน้องชายน้องสาวยิ้มให้

"เราจะย้ายไปที่อื่น คืนนี้ไปนอนโรงเตี้ยมกันพี่ขอเวลาพวกเขาเก็บเสื้อผ้าของใช้"

เด็กทั้งสองพยักหน้าเสิ่นชิงเวยก็ลูบศีรษะพวกเขา พี่สาวเจ้าจากไปแล้วต่อไปนี้ ข้าจะดูแลพวกเจ้าแทนนางเอง

 เสิ่นชิงเวยกำลังปลอบใจน้องๆ ชายวัยกลางคนก็เดินมาหานางก่อนจะเอ่ย

"คุณหนูเสิ่น ข้าคือเถ้าแก่พ่าน มิทราบว่าแม่นางเสิ่นจำข้าได้หรือไม่"

เสิ่นชิงเวยมองหน้าบุรุษตรงหน้า พยายามเค้นความทรงจำของร่างเดิมก็จำบุคคลคนนี้ได้ เขาเป็นเถ้าแก่ซื้อขายบ้านหรือเช่าบ้านในเมืองหลวง

สมัยก่อนบิดาของร่างเดิมเคยคบค้าสมาคมกับเขาอยู่พอสมควร แต่สนิทถึงขั้นไหนนั้นนางไม่อาจรู้

"ท่านลุงพ่าน บังเอิญจังได้เจอท่านวันนี้ อาของข้านำไปจำนองท่านไว้หรือเจ้าคะ"

"เอ้อ นายท่านรองติดการพนันเขาไม่เพียงจำนำบ้านหลังนี้ ได้ข่าวว่าให้คนวาดรูปของท่านให้กับขุนนางเฒ่าคนหนึ่งในเมืองหลวงเพื่อต้องการขายท่านไปเป็นอนุ รวมถึงน้องสาวท่านด้วย”

“ได้ยินมาว่าเพียงแค่เห็นรูปวาดของท่านพวกเขาจ่ายถึงห้าพันตำลึงสำหรับท่านสองคนพี่น้อง ส่วนน้องชายท่านพวกเขาจ่ายอีกสองพันเพื่อส่งไปแคว้นลู่ ที่นั่นได้ยินว่าองค์ชายรองชอบบุรุษหนุ่มหน้าตาดี”

“ข้าเองก็แค่คนกลางในการซื้อขายบ้าน แม่นางเสิ่น ใต้เท้าเสิ่นชวนเคยช่วยข้าหลายครั้ง วันนี้บอกกล่าวท่านเพื่อให้ระวังตัว หากหาทางออกจากเมืองหลวงได้จงอย่ากลับมา"

พ่านจื่อส่งตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงให้แก่นาง ก่อนจะบอกว่าเขาเตรียมรถม้าไว้ให้นางแล้ว ให้รีบออกเดินทาง บ่ายวันนี้ใต้เท้าเหลียนจะส่งคนมารับนางกับน้องสาว

เสิ่นชิงเวยเกลียดอารองของร่างเดิมนัก  นางรับเอาตั๋วเงินมาก่อนจะกล่าวขอบคุณ เสิ่นชิงเวยเก็บของใช้บางอย่าง ป้ายฐานะรวมถึงป้ายวิญญาณบิดามารดา

จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบุรุษก่อนจะจับน้องทั้งสองคนเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษ  ตั๋วเงินถูกเย็บใส่ในชอบชายเสื้อกับกางเกง  นางเหลือเงินติดตัวเพียงห้าพวงกับตั๋วเงินห้าตำลึงสองใบ

เมื่อถึงเวลาก็ออกทางหลังจวน ยามอู่แล้วสามพี่น้องพากันเดินเลาะชายแม่น้ำหลังเมืองหลวงไปยังรถม้าที่พ่านจื่อจอดรอ ทั้งสามนั่งพักอยู่ที่ร้านน้ำชาเก่าๆ ของสองตายายคู่หนึ่ง ได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน

"ได้ข่าวว่าเมื่อคืนมีสตรีคิดปีนเตียงท่านแม่ทัพ ป้าฝางหญิงชราที่ส่งนางไปขึ้นเตียงถูกโบยจนตาย"

"วันนี้มีประชุมเช้า แต่ท่านแม่ทัพให้คนไปสืบแล้ว สตรีนางนั้นจะถูกโยนไปเป็นนางบำเรอกองทัพหรือถูกแส้ฟาดจนตายกันแน่"

"เฮ้อ หากเป็นข้าคงยอมตายดีกว่า เป็นนางบำเรอกองทัพยิ่งกว่าตกนรกเสียอีก วันหนึ่งต้องหลับนอนกับทหารกลัดมันเหล่านั้น   ชีวิตนางโลมในหอโคมเขียวยังดีกว่าเสียอีก"

เสิ่นชิงเวยที่กำลังยกน้ำชาขึ้นดื่มถึงกับสำลักจนน้องสาวต้องลูบหลังให้นาง เสิ่นชิงเวยยิ้มให้น้องสาวก่อนจะจ่ายเงินแล้วพากันออกไป

เสิ่นชิงเวยเดินไปหาคนรับเขียนคำร้อง เพื่อให้เขาเขียนจดหมายหนึ่งฉบับก่อนจะจ่ายเงินแล้ว   ส่งให้กับคนรับส่งข่าวสาร นางไม่อยากให้ลุงพ่านเดือดร้อน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็เอาดินมาทาหน้าตนเองกับน้องๆ  เสื้อผ้าทาด้วยดินสกปรกมอมแมม  จากนั้นก็ไปรวมกับบรรดาขอทานที่กำลังจะถูกผลักให้ออกนอกเมืองหลวง

ไม่นานนางกับน้องก็มาอยู่ตรงกลางกลุ่มผู้อพยพ เสียงร่ำไห้ระงม ชาวบ้านเหล่านี้หนีภัยพิบัติมา แต่กลับถูกผลักดันให้ออกจากเมืองหลวง ต้องไปอดอยากฮ่องเต้ทำอะไรกัน คนเหล่านี้มิใช่ราษฎรต้าหลี่หรอกหรือ

"ฮือๆๆ ใต้เท้าท่านนี้ ข้าไม่มีบ้านให้กลับแล้วอย่าไล่พวกเราไปเลย"

"ฮือ  นั่นสิใต้เท้าอย่าไล่พวกเราไปเลยนะขอรับ พวกข้าหนีมาเพราะสงครามตอนนี้ไม่มีที่ทำกินแล้ว"

เหล่าผู้อพยพต่างร้องขอแต่ทหารยามกลับเงื้อทวงเตรียมจ้วงแทงคนที่มาเกาะขอเขา แต่กลับถูกขวางไว้จากทหารด้วยกัน

ทหารพากันผลักดันเหล่าผู้ลี้ภัยออกไป เสิ่นชิงเวยจับมือน้องๆ แน่น ขอเพียงพ้นประตูเมืองได้นางก็จะเป็นอิสระ นางไม่รู้เลยว่าตอนนี้คนที่นางต้องการหนีมากที่สุดกำลังให้คนไปสืบเรื่องของนางแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป