บทที่ 6 แม่ตัวดี ได้ข้าแล้วทิ้งขว้างหรือ
เสิ่นชิงเวยที่ออกจากประตูเมืองได้สักพักแล้ว จนห่างจากเมืองหลวงถึงสิบลี้แล้ว (ประมาณ5กิโลเมตร) จากนั้นก็รอจนทหารยามเผลอจึงจูงน้องๆ ออกมาจากกลุ่มผู้ลี้ภัย ทหารเหล่านี้ไม่ใช่คนดี
เห็นได้ชัดบางคนก็ลวนลามหญิงสาว ไม่มีใครกล้าทำอะไรพวกมัน เสิ่นชิงเวยแม้ไม่พอใจแต่นางไม่อาจช่วยคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อน เพิ่งมาได้สองวันต้องยอมมองดูความอยุติธรรมตรงหน้า
"พี่ พวกเขาจะตามจับเราไหม"
"ชู่ จุ๊ๆๆ อย่าเสียงดัง เห็นเหวข้างล่างไหม พี่จะใช้เชือกมัดเอวพวกเจ้าแล้วหย่อนลงไปห้ามร้องห้ามโวยวายไม่งั้นพวกนั้นได้ยินจะฆ่าเรา"
"พี่ใหญ่ ข้าไม่ร้องข้าอดทนได้"
เสิ่นชิงชิวเอ่ยกับพี่สาว เสิ่นชิงเวยมัดเอวเสิ่นชิงผิงคนแรก ก่อนจะค่อยๆ หย่อนน้องสาวลงไปที่เหวด้านล่าง ลึกประมาณสิบจั้ง
จากนั้นก็บอกให้แกะเชือกก่อนจะหย่อนน้องชายตามลงไป เมื่อน้องๆ ลงแล้วนางก็หย่อนตัวเองตามไป จากนั้นก็จุดไฟเผาเชือกให้ไฟค่อยๆ ลามเผาไหมจนหมด
ทั้งสามคนหลบอยู่ใต้ชะง้อนหินของหน้าผา หินขนาดกลางเกือบสองจั้งที่ยื่นออกมาทำให้สามพี่น้องหลบอยู่ใต้นั้นได้พอดี เสียงหญิงสาวผู้อพยพร้องโหยหวนมาทางด้านบนพวกของพวกนาง ทหารเหล่านั้นกำลังย่ำยีเหล่าหญิงสาว
ไม่ถึงอึดใจเลือดก็ไหลลงมาที่พวกนางนั่งหลบอยู่ ก่อนจะมีร่างของทหารถูกโยนลงมาสองคน เสิ่นชิงเวยส่ายหน้าไม่ให้น้องๆ ร้องออกมา เด็กทั้งสองปิดปากพยักหน้า เสียงเกือกม้าดังเข้ามาเรื่อยๆ สามพี่น้องค่อยจูงมือกันออกจากที่ซ่อน เดินหายเข้าไปในป่า
ด้านบนเผยซ่างกวนที่ตอนนี้นั่งอยู่บนหลังม้า สายตากวาดหาคนที่เขาสบตาด้วยตอนบ่าย นางเป็นคนแรกที่กล้าสบตาเขา เมื่อคืนตอนที่เร่าร้อนอยู่ใต้ร่างเขานางช่างยั่วยวนนัก
สายตาคู่นั้นยามที่เขากับนางมาอยู่ในอารมณ์ปกติเป็นสายตาที่เขาลืมไม่ลง คนที่กล้าจ้องหน้าเขานอกจากฮ่องเต้ในแคว้นนี้ก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้วแม้แต่บิดา
เขาอยู่บนม้าไล่สายตามองหาคนที่เพิ่งสบตาเขาเมื่อสองชั่วยามก่อน ทหารที่คุมเหล่าคนอพยพต่างตัวสั่น ทหารสองคนที่ลวนลามหญิงสาวกระทำย่ำยีถูกตัดหัวทั้งๆ ที่อาวุธของพวกเขายังคาอยู่ในร่องของสตรีเหล่านั้น
"พวกเขาเป็นผู้ลี้ภัย ฝ่าบาทให้พาพวกเขาไปยังค่ายเพื่อให้ควบคุมดูแลได้ทั่วถึงมิใช่ให้พวกเจ้ามากระทำการเยี่ยงสัตว์ป่าเช่นนี้"
เสียงของเขาดังกังวานมากพอทหารถึงกับคุกเข่าทันที อาฝูมารายงานว่าไม่เจอ เผยซ่างกวนกำมือแน่น
"แม่ตัวดี ได้ข้าแล้วทิ้งขว้างหรือ กล้าสร้างความอัปยศให้ข้าเสิ่นชิงเวย ชื่อนี้ข้าจำได้แล้ว"
จากนั้นเผยซ่างกวนก็ไปส่งผู้ลี้ภัยด้วยตนเองกว่าจะถึงก็ใช้เวลาถึงสามวัน และต้องเดินทางกลับเมืองหลวงระหว่างทางก็พยายามตามหาคนที่กล้าเล่นตลกกับเขา ลูกแกะตัวน้อยนี้เขาต้องจับกลับมาลงโทษให้เข็ดหลาบ
เสิ่นชิงเวยพาน้องๆ เดินมาไกลจากทางเดินนั้นน่าจะเกือบสิบลี้ ในป่าครึ้มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า เด็กทั้งสองถูกกิ่งไม้เกี่ยวเต็มตัวไปหมดมีรอยเลือดไหลซิบๆ แต่กลับไม่บ่นออกมา
สายฝนใกล้เริ่มลงเม็ดแล้ว สามพี่น้องหาที่พักก่อนที่ฝนจะตกหนัก เดินมาสักพักก็เจอถ้ำเล็กๆ
"อยู่ปากถ้ำก่อนนะ พี่จะไปหากิ่งไม้แห้งมาจุดไฟ คืนนี้นอนที่นี่ก่อนพี่จะลองดูว่าพอหาอะไรกินได้บ้าง"
"พี่ใหญ่ค่ำแล้วท่านอย่าไปเลยเจ้าค่ะ"
"นอนในป่าอาจมีสัตว์ร้าย หากไม่ก่อกองไฟเราอาจหนาวตายได้"
เสิ่นชิงเวยเดินไปทางที่เพิ่งเดินผ่านมา นางเห็นต้นไม้ล้มตายอยู่เก็บมาสักสิบกว่าท่อนคงพอทั้งคืน ก่อนออกจากเมืองนางได้แอบซื้อซาลาเปามาได้สิบลูกเดี๋ยวค่อยเอาออกมากิน
อยากได้มิติในนิยายบ้างจัง วาสนาฉันจะมีไหม เก็บฟืนได้ก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ มองไปเห็นเป็นไก่ป่าคงหลงฝูง
ตะวันตกดินแล้วยังไม่กลับรัง นางคว้ากิ่งไม้ขนาดพอเหมาะก่อนจะขว้างออกไปถูกเจ้าไก่โชคร้ายพอดี เสิ่นชิงเวยหอบฟืนกับหิ้วไก่ป่ากลับมา
สามพี่น้องพากันเข้าไปในถ้า แม้ไม่ลึกมากแต่ด้านในอบอุ่นพอควร เสิ่นชิงเวยก่อไฟเห็นว่ามีแอ่งน้ำอยู่ใกล้ๆ เดินไปดูก็เห็นเป็นบ่อน้ำพุร้อน มิน่าในถ้ำนี้จึงอุ่น
หยิบมีดที่เดิมทีเอามาป้องกันตัวเชือดไก่แล้ว ทำความสะอาดก่อนจะเสียบไม้ย่างพลิกไปพลิกมาไม่นานก็สุก ใบไม้ที่เก็บมาใช้ปูเป็นเสื่อใกล้ๆ กับบ่อน้ำร้อนเพื่อให้ความอบอุ่น สามพี่น้องกินอาหารค่ำก่อนจะพากันนอนหลับ
พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางอีก ต้องไปให้ไกลที่สุด เผยซ่างกวนคนใจแคบนั่น ทั้งที่ต่างคนต่างถูกคนใช้เป็นเครื่องมือกลับมาแค้นเคืองนางน่าโมโหชะมัด จากนั้นก็หลับไป ข้างนอกฝนตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตาฟ้าร้องรุนแรง
เผยซ่างกวนที่ตอนนี้พักอยู่จุดพัก ฝนกระหน่ำอย่างแรง ผู้ลี้ภัยต่างหนาวเหน็บ เพราะเรือนพักไม่พอพวกเขาพยายามเบียดกันให้มากที่สุด เผยซ่างกวนกำลังคิดถึงร่างนุ่มนิ่มที่เขาได้ครอบครองเมื่อคืน ก่อนจะเอ่ยลอดไรฟัน
"เสิ่น ชิง เวย"
