บทที่ 7 เดินทางออกจากเมืองหลวง

สามพี่น้องนอนพักกันอยู่ในถ้ำ ส่วนด้านนอกฝนหยุดแล้ว โชคดีที่ด้านในมีบ่อน้ำพุร้อน จึงทำให้อุ่นอยู่เสมอ เสิ่นชิงเวยที่วางซาลาเปาไว้ข้างบ่อน้ำทั้งคืนก็ลุกมาปลุกน้องชายกับน้องสาวให้ตื่นเพราะเช้าแล้ว

"น้องรอง น้องเล็กตื่นเถอะ เดินทางตอนเช้าจะได้ไม่ร้อน"

"พี่ใหญ่ เหตุใดเราต้องออกจากเมืองหลวงขอรับ"

"ท่านอาขายพี่กับพี่รองเจ้าให้กับขุนนางเกษียณคนหนึ่งไปเป็นอนุ หากไม่หนีจะทำเช่นไร รีบล้างหน้าล้างตาเถอะ ที่นี่ถึงจะอยู่ในป่าแต่ห่างจากเมืองหลวงเพียงสามสิบลี้ พวกเรายังไม่ปลอดภัย"

สองพี่น้องพยักหน้าก่อนจะไปล้างหน้า เสิ่นชิงเวยบอกน้องๆ ว่านางจะไปหาผลไม้และหาแหล่งน้ำ เพราะน้ำใกล้จะหมดแล้ว สัญชาตญาณเอาตัวรอดจากชาติที่แล้วทำให้ตามหาไม่ยาก ไม่นานก็เจอไก่ป่าสองตัว กำลังจะจัดการก็เห็นว่ามีไก่ป่าจากอีกด้านเกือบยี่สิบตัว ถ้าเช่นนั้นที่นี่เป็นรังของพวกมันหรือ

เสิ่นชิงเวยค่อยๆ คลานเบาๆ ไปยังฝูงไก่ที่จิกหาหนอนอยู่ ไม่นานก็เจอรังของพวกมัน มีไข่กว่าสามสิบฟอง นางเก็บมาทีละฟองอย่างทะนุถนอม ไม่รู้ว่าต้องเดินอีกนานไหมมีเสบียงดีกว่าไม่มี เงินที่ปล้นเขามาได้ยังไม่ถึงเวลาใช้

ไม่อยากเสียเวลามานั่งเชือดไก่จึงเอาแต่ไข่แล้วจากไป เจอเถาวัลย์เส้นโตก็ตัดเอาน้ำจากเถาวัลย์ใส่ในน้ำเต้าจนเต็ม เร่งฝีเท้าเดินกลับไปหาน้องๆ ที่ในถ้ำ เสิ่นชิงเวยได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ตรงมาทางนางจึงรีบกลับ เมื่อมาถึงก็รั้งเอาเถาวัลย์และกิ่งไม้ปิดปากถ้ำอำพราง ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุย

"นี่พี่หลิว เมื่อวานนี้ทางการผลักดันผู้ลี้ภัยไปเมืองหว่านถิง ได้ข่าวว่าทหารที่คุมการเดินทางเกิดทำตัวชั่วช้า ลวนลามข่มขืนสตรีในกลุ่ม แม่ทัพเผยมาถึงตัดหัวทั้งๆ ที่คนเลวพวกนั้นกำลังขืนใจพวงนางอยู่เลย"

"อั๊ยย่ะ แบบนี้พวกนางไม่ฝันร้ายหรอกหรือ แม่ทัพเผยนี่โหดเหี้ยมเสียจริงๆ"

"ฝีมือนับว่าเก่งกาจ เป็นแม่ทัพตั้งแต่อายุสิบเก้าไม่ใช่ว่าใครจะทำได้ ตัดหัวแม่ทัพศัตรูมาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าคน อีกทั้งยังเป็นสหายต่างวัยของฝ่าบาทอีกด้วย"

"อืม ได้ข่าวว่าทรงแต่งตั้งเขาเป็นอ๋องต่างแซ่ราชโองการประกาศเมื่อวานนี้ จวนเผยจัดงานคึกคักแต่เขากลับไม่อยู่"

"ใต้เท้าเผยแต่งภรรยารองเข้ามาตอนที่ศพฮูหยินเผยยังไม่ทันเย็น เป็นข้าก็รังเกียจเช่นกันไปๆ กลับกันเถอะ สายมากแล้วเดี๋ยวจะขายยาก เสียดายเมื่อวานฝนตกหากมาดูกับดักตั้งแต่เมื่อวานเนื้อคงสดกว่านี้"

นายพรานสามคนจากไปไกลแล้ว เสิ่นชิงเวยจึงส่งสัญญาณให้น้องๆ เดินออกมาก่อนจะสังเกตรอบข้างจากนั้นก็พากันเดินต่อไป สามพี่น้องออกจากถ้ำตอนยามซื่อเดินมาจนปลายยามอู่จึงเจอลำธาร

เสิ่นชิงเวยนั่งลงล้างหน้าล้างตา บอกน้องๆ ให้พักบริเวณนี้ก่อน นางจะไปดูรอบๆ ว่าคืนนี้จะพักที่ใด คำนวณแล้วพวกเขาน่าจะห่างจากเมืองหลวงเกือบร้อยลี้แล้ว ต้องหาทางเข้าเมืองเพื่อหาโรงเตี้ยมพักผ่อน จะได้กินอาหารอุ่นๆ นอนหลับได้สักที

"น้องรองน้องเล็กพี่เจอวัดร้างเราจะพักที่นั่นก่อน อยู่ที่นั่นจนกว่าพี่จะกลับมาเข้าใจหรือไม่ หากคืนนี้พี่ยังไม่กลับอย่าตกใจ พี่จะไปดูว่ามีเกวียนรับจ้างหรือรถม้ารับจ้างหรือไม่ เราต้องไปให้ไกลจากเมืองหลวง"

เสิ่นชิงเวยบอกกล่าวแก่น้องๆ ก่อนจะพากันเดินไปวัดร้าง แม้ว่าจะอยู่ไกลจากเมืองหลวงถึงร้อยลี้แต่ยังไม่พ้นเงื้อมมือของเผยซ่างกวน นางไม่กลัวอารองของนาง แต่เผยซ่างกวนไม่เหมือนกัน ผู้ชายคนนี้น่ากลัว

ในองค์กรนางถือว่าเป็นมือเพชฌฆาตเชียวล่ะ แต่พออยู่ใกล้เผยซ่างกวนนางดูเหมือนเด็กประถมไปเลย ออร่าน่ากลัวมาก เสิ่นชิงเวยหาเก็บผลผิงกั๋วและผูเถาที่เจอระหว่างทางเป็นเสบียงเดินมาไม่นานก็เจอกับวัดร้างกลางป่า มองไปน่ากลัวไม่น้อย แต่เพราะความน่ากลัวนี่แหละปลอดภัย เด็กทั้งสองกอดกันแน่นพากันเดินเข้าที่พัก

เสิ่นชิงเวยเลือกพักห้องสวดมนต์ มีผ้าปูโต๊ะ มีจีวรเก่าๆ หลายผืน เดินหาตามห้องต่างๆ มีผ้าห่มสำหรับคนที่เคยมาพัก วัดนี้ก่อนจะร้างดูแล้วเมื่อก่อนคงเคยรุ่งเรืองไม่น้อย

นางนำผ้าห่มมาปูที่พื้น ไก่ย่างเมื่อคืนเหลืออยู่ครึ่งตัว ฝนเริ่มจะตกอีกครั้งจึงไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ทั้งสองคนมองหน้าพี่สาว เสิ่นชิงเวยลูบหัวพวกเขา เสิ่นชิงผิงมองหน้าพี่สาวนางอายุสิบสามพอรู้เรื่องบ้างแล้วจึงถามพี่สาว

"พี่ใหญ่ ท่านกำลังหนีท่านอาหรือหนีใครอยู่เจ้าคะ เกี่ยวกับที่ท่านหายตัวไปคืนนั้นหรือเปล่า"

"เฮ้อ พี่ถูกคนเลวหลอกไปที่เรือนแม่ทัพเผย จากนั้นก็ถูกเขาข่มเหง มีคนวางแผนร้ายกับเขาแต่พี่ถูกเขาคาดโทษ เราไม่ควรอยู่เมืองหลวง พี่กลัวว่าเขาจะมาทำร้ายพวกเจ้า"

"ฮือๆๆ เป็นเพราะข้าทำให้พี่ต้องไปรับจ้างทำงานที่นั่น ทำให้พี่ถูกคนรนังแก ฮือๆๆๆ"

"เสี่ยวผิงอย่าร้องไห้ เรื่องมันผ่านไปแล้ว จากนี้ไปเราต้องอยู่ให้รอด ต้องหาทางตั้งรกรากให้ได้"

"พี่ใหญ่พวกเราไปเมืองเป่าซานดีหรือไม่ เป็นบ้านเกิดท่านแม่ ไม่มีใครรู้จักไม่มีใครรู้ว่าท่านแม่มาจากที่ใด"

"พี่กำลังคิดเช่นนั้นเช่นกัน แต่จากนี่ไปเป่าซานหนึ่งพันห้าร้อยลี้ เราเดินเท้าคงไม่ไหวต้องหาทางอื่นไป"

เสิ่นชิงชิวนั่งฟังพี่สาวคุยกันจากนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้น

"พี่ใหญ่ พี่รองท่านพ่อเคยวาดรูปให้ข้าดู เมืองเป่าซานไปทางเรือได้ หากเราไปทางเรืออาจจะถึงเร็วกว่า แต่หน้าฝนไปทางเรือคงไม่ดีแน่ๆ"

"อาชิวแน่ใจนะ"

"ขอรับพี่ใหญ่"

"งั้นเรานอนเอาแรงเถอะ พี่จะลองดูว่าท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน วันนี้กินผลไม้ไปก่อนนะ"

สามพี่น้องกินผลไม้ประทังความหิวไปก่อน จากนั้นก็นอนในวัดร้าง ฝนตกลงมาสามวันทำให้ติดอยู่ที่นั่น หลังจากฝนหยุดก็พากันเดินทางต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป