บทที่ 8 หาทางขายหยกที่ฉกมา

ครึ่งเดือนต่อมาก็ออกจากป่ามาถึงหมู่บ้านริมน้ำ เสิ่นชิงเวยพาน้องๆ ไปหาที่พัก เดินทางมาอีกครึ่งเดือนก็ถึงเมืองเหอ เมื่อหาโรงเตี้ยมได้พอเข้าที่พักก็สั่งอาหารกับน้ำอุ่นให้น้องๆ ได้อาบน้ำ ระหว่างทางแวะหมู่บ้านที่ผ่านทางขอซื้อเสื้อผ้ากับชาวบ้าน

ตอนนี้เสิ่นชิงเวยกับน้องๆ จึงเหมือนชาวบ้านมาจับจ่ายข้าวของเพราะใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว

"อยู่ในนี้นะ พี่จะไปดูว่ามีรถม้ารับจ้างหรือไม่ ที่นี่อยู่ไกลจากเมืองหลวงน่าจะห้าร้อยลี้แล้ว ถ้าเราจ้างรถม้าไปที่เมืองเป่าซานน่าจะไม่เกินสิบวันก็ถึง แต่ถ้าเป็นเกวียนวัวคงจะนาน"

เด็กๆ พยักหน้า เสิ่นชิงเวยไม่อยากเอาน้องๆ มาเสี่ยง การเช่ารถม้ามีแต่ผู้หญิงกับเด็กคนเราใช่ว่าจะซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ตัดสินใจไปร้านมืดนำป้ายหยกออกมาก่อนจะเดินเข้าไป

"คุณชายท่านนี้มีทราบว่าต้องการให้ข้าน้อยรับใช้อันใดหรือขอรับ"

"เอ่อ เถ้าแก่เบาๆ หน่อย คือว่าเจ้านายของข้าบังเอิญเสียในบ่อนพนันไปพอควรจึงอยากถอนทุนคืน ไม่ทราบว่าท่านรับจำนำหรือไม่"

"จำนำแล้วจะมาไถ่คืนหรือไม่"

"ต้องไถ่คืนสิ แต่ท่านอย่ากล่าวดังไปนะขอรับ หยกห้อยเอวนี่ราคาสูงนักว่ากันว่าราคาเกือบห้าหมื่นตำลึง แต่ท่านชายของข้าต้องการเงินไปต่อทุนระหว่างรอคนของเขานำเงินมาส่ง"

เสิ่นชิงเวยนำหยกที่ได้จากการปลดออกจากเอวของจ้าวเหวินมาส่งให้ คนรับทำสีหนาลังเล คนตรงหน้าแต่งตัวคล้ายบ่าวจวนขุนนาง หยกนี่เจ้าหมอนี่ไม่มีทางโกหกแน่นอน แต่ว่าเงินเยอะต้องตามเถ้าแก่หรือไม่ ก่อนที่เสียงของเสิ่นชิงเวยจะดังขึ้น

"เถ้าแก่ หยกนี่จำนำเพียงหนึ่งหมื่นสองพันตำลึงเท่านั้นขอรับ ไม่มากมายแต่อย่างใด ไม่นานก็มาไถ่คืนแล้ว หากท่านไม่รับก็ส่งคืนเถอะขอรับ ข้าจะลองไปร้านอื่น หากท่านชายถามข้าจะได้บอกถูกว่าร้านท่านเงินไม่พอ"

"เพ้ย อะไรคือเงินไม่พอ นี่เจ้าอ้วนพูดจาดูถูกข้าหรือ อาลิ่วเอาหยกมาดูสิ"

เสิ่นชิงเวยยิ้มหวาน นางยัดเสื้อผ้ากว่าสิบตัวดูแล้วเหมือนคนน้ำหนักแปดสิบเก้าสิบโล ตาแก่นี่ถึงเรียกนางว่าเจ้าอ้วน

"หึ เจ้านี่กล้าดูถูกจริงๆ นี่หยกจักรพรรดิ ได้ๆๆ ข้าให้เจ้าสามหมื่นตำลึง หากภายในเย็นนี้ไม่มาไถ่ถอนข้าไม่คืน ท่านชายของเจ้าตกลงไหม เจ้าไม่รู้หรือเบื้องหลังโรงรับจำนำพระจันทร์มืดเป็นของผู้ใด"

"ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ขอรับ เถ้าแก่สั่งสอนถูกต้องแล้ว สามหมื่นต้องมาไถ่ก่อนตะวันตกดิน มิเช่นนั้นหยกนี่ถือเป็นของโรงรับจำนำ ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ"

เมื่อตกลงกันได้ ทางร้านก็ออกตั๋วเงินให้เสิ่นชิงเวยสามหมื่นตำลึง นางขายปิ่นของตนกับกำไลได้มาอีกยี่สิบตำลึง

คุณหนูหลิวกระจอกเสียกว่าแม่บ้านจวนเผยอีก ปิ่นของนางราคาถูกกว่าปิ่นยายเฒ่าฝางอีก จากนั้นก็เดินออกมาจากทางโรงรับจำนำ มีคนสะกดรอยตามนาง ดูท่านจะมาเอาสัญญากับตั๋วคืน ไม่เสียเงินแถมยังได้ของ สารเลวจริงๆ นี่ใครกันจะลองของกับแม่หรือ

เสิ่นชิงเวยหลบเข้าในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทันทีที่คนแรกเข้ามานางก็จัดให้ชุดใหญ่จนสลบเหมือด นางแฝงตัวในทุกประเทศหากไม่เพราะถูกองค์กรทรยศใครจะล้มนางได้

คนที่สองที่สามมาเห็นคนของตนเองสลบก็พุ่งตรงมาทันที เสิ่นชิงเวยไม่อยากยืดเยื้อจึงเตะเข้าจุดตายทั้งสามคน ไม่นานพวกมันก็นอนกองสลบเหมือด ค้นดูตามตัวได้มาอีกสองพันตำลึง เฮ้อวันนี้ดวงดีนัก

ก่อนจะออกจากตรอกเดินไปอีกห้าตรอกเปลี่ยนชุดบัณฑิตหนุ่มสีขาวสะอาด เสื้อผ้าที่สวมก่อนหน้าเก็บไว้ทำประโยชน์

มาถึงลานค้าสัตว์ก็ถามหาเถ้าแก่

"เถ้าแก่ ข้าจะกลับบ้านที่ชนบทบิดามารดาชราแล้ว อยากเดินทางเร็วไวมิทราบว่าท่านพอจะมีม้าที่เทียมกับรถเสร็จแล้วหรือไม่ขอรับ"

"มีน่ะมีนะคุณชาย แต่ราคาสูงพอควร หากอย่างดีก็แปดร้อยตำลึง หากใช้ทั่วไปไม่หรูหรามากนักก็ห้าร้อยตำลึง ข้ามิได้ตั้งใจดูถูกเจ้าแต่ว่าบัณฑิตเช่นเจ้ามีเงินหรือ"

"เอ่อ พอดีข้าสอบได้อันดับหนึ่ง ทางสำนักศึกษาจะจ่ายให้ทันทีที่ผลสอบออกมา ตอนนี้ชีวิตพ่อแม่สำคัญกว่าเงินตำลึงขอรับ"

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยเสิ่นชิงเวยจึงซื้อรถม้าธรรมดาในราคาหกร้อยตำลึง เพราะนางสั่งให้เขาปูผ้าอย่างดีและมีโต๊ะเล็กๆ พร้อมเตาอุ่น

ใกล้เทศกาลปีใหม่เดือนหน้า อากาศเริ่มหนาวลงน้องๆ ยังเด็กควรจะระวังเรื่องอากาศ เมื่อตกลงเรียบร้อยก็รับใบสัญญาลงชื่อเสิ่นชิว นางไม่อยากเปิดเผยตน จากนั้นก็กลับโรงเตี๊ยมที่ไม่ไกลมากนัก

"พี่ใหญ่เช่าได้ไหมเจ้าคะ"

"อืม พี่เอาเงินที่ท่านลุงพ่านให้มาซื้อรถม้าน่ะ อย่างน้อยเราควรมีของตนเอง เช่ารถม้าไม่อาจไว้ใจได้พวกเรามีแต่เด็กกับสตรี"

"พี่ใหญ่ขอรับเราจะไปที่ใดกันขอรับ"

"ไปเมืองตงหนิง เป่าซานอยู่ไกลไม่พออีกอย่างพี่ไม่ชอบความวุ่นวาย ที่นั่นค้าขายคึกคัก พี่ว่าเราหาที่สักแปลงปลูกบ้านแล้วก็ค้าขายเล็กน้อยดีกว่า ที่สำคัญตงหนิงมีสำนักศึกษามากมายให้เจ้าได้เรียนอีกด้วย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป