บทที่ 1 ตำรากฤษณา กามสูตร
ตอนที่ 1 ตำรากฤษณา กามสูตร
“ขยับยกสะโพก ดันขึ้นสูงอีกหน่อย ดีมากค่ะคุณกันต์”
“อย่าลืมวางมือดึงขาของคุณพฤกษ์เข้ามาหาตัวด้วย แบบนี้คุณพฤกษ์ถึงจะความสุข”
สามเดือนแล้วที่ผมถูกส่งมาร่ำเรียนตำรา “กฤษณา กามสูตร” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ประจำตระกูล เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เนื้อหาภายในตำราจะกล่าวถึงหลักและเคล็ดลับมัดใจสามี รวมไปถึงการปฏิบัติตนให้สมกับการเป็นภรรยาที่ดี ตำราเล่มนี้จะถูกเปิดออกก็ต่อเมื่อคนในตระกูลของเราคนใดคนหนึ่งกำลังจะออกไปทำหน้าที่อันทรงเกียรติ นั่นคือการไปนั่งแท่นเป็นคุณหญิงหรือภรรยาเอกในตระกูลใหญ่และครั้งนี้ใครคนนั้นคือ...ผมเอง
ตระกูล “กันต์กฤษณะ” เป็นเหมือนเพชรยอดมงกุฎที่เหล่าคุณชายทั้งหลายหมายปองอยากได้คนของตระกูลเราไปเป็นแม่พิมพ์แห่งความสมบูรณ์แบบและแน่นอนเมื่อถูกขนานนามเช่นนี้พวกเราทุกคนจึงยิ่งไม่อาจพลาดพลั้งทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลต้องมัวหมองแม้ต้องแลกด้วยชีวิต
“ย่าคิดว่า กันต์พร้อมแล้วที่จะรับใช้คุณชายพฤกษ์ในวันพรุ่งนี้” คุณย่าของผมส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจมาให้ หลังจากที่ผมขยับตัวลงมาจากเตียงนอนซึ่งเป็นเหมือนการสอบเชิงปฏิบัติในการทบทวนท่าร่วมรักหนึ่งร้อยแปดกระบวนท่าในการทำให้สามีมีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดๆ
“ครับ คุณย่า”
“อย่าลืมสิ่งที่ย่าสอน การที่หลานเข้าไปอยู่ในรั้วของตระกูลพรรณพนา ย่าไม่รู้จริงๆ ว่าหลานต้องไปเจอกับอะไรบ้าง แต่การทำให้สามีลุ่มหลงในรูปกาย กามารมณ์ มันจะทำให้คุณพฤกษ์ไม่อาจมองใครอื่นได้อีก ที่สำคัญหากหลานมีทายาทให้กับคุณพฤกษ์ได้เมื่อไหร่หลานก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีก”
"ครับ คุณย่า ผมจะทำให้ดีที่สุด"
"หลานคือตัวแทนของตระกูลเรา อย่าทำให้ใครมาดูแคลนพวกเราได้ ย่าเชื่อมั่นในตัวหลาน"
ผมยืนมองตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ผู้ชายร่างสูงโปร่งผิวขาวราวกับกลีบดอกไม้อันบอบบางเข้ากับชุดทักซิโด้สีครีมปักด้วยดิ้นไหมสีทองอันเลอค่า อกเสื้อด้านหนึ่งติดเข็มกลัดประดับเพชรอันเป็นสัญลักษณ์ตราประจำตระกูลส่องประกายระยิบระยับโดดเด่นสะดุดตา
“สวยจังพี่กันต์ แต่จะสวยกว่านี้ถ้าพี่กันต์ยิ้มอีกหน่อย” เสียงสดใสจากน้องชายคนเล็กของผมดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“จะให้พี่ยิ้มอะไรล่ะกรณ์ มันไม่ได้มีอะไรน่ายินดีสักหน่อย” ผมยกมือขึ้นมาขยับหูกระต่ายสีทองให้ตรงเข้าที่แล้วหันหลังกลับมาจัดเสื้อผ้าในน้องชายคนเล็ก
"ไปเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านพรรณพนาเชียวนะ ไม่น่ายินดีเหรอ" เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงยืนเอียงคอมองผม
"พี่อยากเป็นพี่ใหญ่อยู่ที่บ้านเรามากกว่า"
“นั่นสิ...ถ้าพี่กันต์ไม่อยู่ กรณ์ต้องเหงามากแน่ๆ”
“พี่ไม่อยู่กรณ์ต้องดูแลคุณย่าแทนพี่นะเข้าใจหรือเปล่า แล้วก็...เลิกซนได้แล้วนะอีกหน่อยกรณ์ก็ต้องออกไปเป็นสะใภ้ตระกูลใด ตระกูลหนึ่ง ตั้งใจเรียนวิชาที่คุณย่าสอน”
“ครับ ผมจะดูแลทุกคนที่นี่แทนพี่กันต์เอง พี่กันต์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” น้องชายคนเล็กยิ้มหวานนัยน์ตาใสบริสุทธิ์พร้อมกับพุ่งลงมากอดเอวผมแน่น
ผมเดินลงมาตามบันไดกลางของบ้านซึ่งวันนี้มันถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนบันไดสวรรค์ ซึ่งจะนำผมให้เดินไปหาคู่ชีวิต ตรงปลายสุดของบันไดด้านล่างนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมทักซิโดสีเดียวกับผม ใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาคมแสนเย็นชายืนนิ่งมองขึ้นมายังผมเหมือนไม่เต็มใจนัก และนั่นทำให้ผมรู้ในทันทีว่าเทพบุตรรูปหล่อท่วงท่าสง่างามคนนั้นคือ "คุณพฤกษ์" ผู้ซึ่งกำลังจะเป็น “สามี” ของผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
ฝ่ามือเรียวหนาถูกยกยื่นมาด้านหน้าในลักษณะอาการของผู้เฝ้ารอ ผมปรายตามองมือนั้นนิดหน่อยก่อนจะวางมือของตัวเองลงไป ฝ่ามือนั้นอุ่นนิดๆ ผิวเนียนนุ่มละเอียดแสดงให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยจับต้องงานหนัก
“ได้ฤกษ์แล้วพฤกษ์สวมแหวนให้น้องสิลูก”
ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้ชายตรงหน้าท่าทางสง่างามดูสุขุม แต่ทว่าดวงตานั้นไร้แววแห่งความสุข บางทีอาจจะเรียกได้ว่าเป็นดวงตาอันว่างเปล่าไร้อารมณ์ไม่ต่างจากผม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับลูกหลานตระกูลใหญ่อย่างพวกเรา เพราะแทบจะไม่มีใครเลยที่สามารถเลือกคู่ด้วยตัวเองได้ แม้กระทั่งเราทั้งสองคน
คุณพฤกษ์เป็นลูกชายคนโตของ "ตระกูลพรรณพนา" ตอนนี้อายุย่างเข้าสามสิบปี ซึ่งทุกคนต่างลงความเห็นว่าถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะมีครอบครัวและมีทายาทเพื่อสืบวงศ์ตระกูลได้แล้วและแน่นอนว่าผมคือตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเป็นแม่พิมพ์ที่จะทำให้ทายาทแห่งตระกูลพรรณพนารุ่นถัดไป สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติทั้งฐานะ ชาติกำเนิด เผ่าพันธุ์และวงศ์วานแห่งความเป็นสกุลเก่าแก่ไร้มลทินใดๆ
ฝ่ามือหนานุ่มละมุนดุจปุยสำลีเอื้อมมาสัมผัสมือของผมแล้วบรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดใหญ่ แม้ขนาดแขกผู้มาร่วมงานนั่งไกลห่างไปสิบ เมตรก็ยังสามารถมองเห็นเพชรตรงส่วนยอดได้อย่างถนัดชัดเจน
งานแต่งงานของผมวันนี้เป็นการที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเดินทางมารับตัวเจ้าสาวเช่นผมจนถึงตระกูลเพื่อเป็นการให้เกียรติ ส่วนผมตระกูลของเราก็จัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นการต้อนรับฝ่ายเจ้าบ่าวเช่นเดียวกัน คฤหาสน์เกือบทั้งหลังถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณตั้งแต่เปิดประตูรั้วเข้ามาแม้กระทั่งในห้องน้ำ ทั่วทั้งงานทุกคนต่างกล่าวขานเอ่ยปากชมไม่มีหยุดทั้งการจัดสถานที่ การรับรอง อาหาร เครื่องดื่ม
หลังจากเสร็จพิธีมงคลสมรสอันน่าอึดอัดนี้แล้ว ฝ่ายเจ้าสาวเช่นผมจะต้องออกเดินทางเพื่อกลับไปยังบ้านของฝั่งเจ้าบ่าวเพื่อเข้าหอต่อไป ซึ่งในส่วนนี้เป็นพิธีการอันสำคัญเพราะหลังประตูบานนั้นผมจะต้องใช้สิ่งที่นับว่าเป็นมรดกซึ่งสืบต่อกันมาจากปู่ย่าตายายเอาชนะใจผู้ชายคนนี้ให้ได้
