บทที่ 2 คืนแต่งงาน
ตอนที่ 2 คืนแต่งงาน
ตระกูลพรรณพนามีความใหญ่โตโอ่อ่าไม่ต่างจากผม และการรับรองเตรียมต้อนรับผมก็จัดเตรียมเอาไว้อย่างดีเยี่ยม ภายในห้องส่งตัวคู่บ่าวสาวนี้ถูกประดับขึ้นมาด้วยดอกไม้สดกลิ่นหอมอย่างที่ผมชอบ พื้นห้องถูกปูลาดโปรยไว้ด้วยกลีบดอกกุหลาบสีหวานละมุนส่งกลิ่นกรุ่นชวนฝัน แม้กระทั่งบนเตียงนอนกลีบดอกไม้กลิ่นหอมถูกโปรยประดับเอาไว้อย่างสวยงาม
“คุณพฤกษ์จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรือเปล่าครับ” นี่เป็นประโยคการสนทนาแรกที่ผมเป็นฝ่ายเริ่มต้นขึ้นหลังจากเราสองคนนิ่งเงียบใส่กันมาตลอดทั้งวัน
“ทำไมเธออยากจะนอนกับฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงและท่าทีเย็นชาจากเจ้าบ่าวรูปหล่อของผมชัดเจน โทนเสียงต่ำแข็งกระด้างบ่งบอกถึงความรังเกียจ
“นั่นมันเป็นหน้าที่ของภรรยาอย่างผม ที่จะต้องปฏิบัติต่อสามี นับจากวันนี้เป็นต้นไป จนกว่าผมจะมีทายาทสืบสกุลให้กับพรรณพนาได้มากพอ จนเป็นที่พอใจแล้วเท่านั้นผมถึงอาจจะหยุดเว้นไม่นอนกับคุณ”
“หน้าที่นอนกับผู้ชายอย่างนั้นเหรอ ตระกูลเก่าแก่ที่เอาทายาทของตัวเองใส่พานถวายให้กับผู้ชายไปทั่ว...น่ารังเกียจ” ใบหน้าคมสะบัดไปด้านข้างริมฝีปากหยักแสยะยิ้มแห่งความดูแคลนออกมาราวกับว่าผมเป็นกิ้งกือไส้เดือน
“หากคุณรังเกียจตระกูลผมนัก ทำไมไม่ปฏิเสธการแต่งงานไปล่ะครับ จะมาพูดถากถางทำไมให้ทั้งสองตระกูลต้องหมางใจกัน”
“อย่าคิดว่าฉันเต็มใจแต่งงานกับเธอ”
“คุณไม่มีทางเลือกเพราะว่าผมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพราะฉะนั้นทำใจยอมรับซะเถอะครับ นับจากนี้ไปผมคือภรรยาของคุณ”
“อยากมีผัวจนตัวสั่นสินะ ได้ยินว่ากันต์กฤษณะ มีตำรากามสูตรสุดอุบาทว์ เอาไว้ล่อลวงผู้ชายนี่” คุณพฤกษ์ปรายหางตามองผมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าแล้วไล่กลับขึ้นมาจากเท้าก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของผม
“คุณพฤกษ์ครับ โปรดรับรู้เอาไว้ว่าผมเองก็ไม่ได้พิศวาสอยากได้คุณเป็นสามีเท่าไหร่นัก หากไม่ใช่คำสั่งของคุณย่าให้ผมมาที่นี่และทำหน้าที่ศรีภรรยาให้กับคุณและเป็นคุณนายคนถัดไปของตระกูลพรรณพนา คุณเองก็อย่าได้หวังว่าผมจะชายตามอง”
ผมขยับปลายนิ้วมือแล้วเริ่มต้นปลดกระดุมถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกอย่างช้าๆ ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวผมมีสายตาคมคู่หนึ่งเบื้องหน้าจับจ้องทุกอิริยาบถ
“นั่นเธอจะทำอะไร”
“ถอดเสื้อผ้าไงครับ”
“ถอดเสื้อผ้า...ทุเรศ...อยากนอนกับฉันขนาดนั้นเชียว”
ผมได้ยินเสียงหอบหายใจของคนที่กำลังพูดว่ารังเกียจผม ขากรรไกรทั้งสองข้างขบเกร็งจนผมได้ยินเสียงฟันกรามในโพรงปากนั้นขบกันดังกรอดๆ แต่ผมไม่ได้สนใจท่าทีเดียดฉันท์นั้นเพราะมันทำให้ผมเสียเวลาเปล่า
ผมดึงผ้าผูกเอวแล้วถอดมันโยนทิ้งไปพื้นห้อง ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อทุกเม็ดแล้วดึงให้มันเผยเนื้อหนังด้านในอันละเอียดอ่อนอวดผู้ชายปากแข็งตรงหน้า คุณพฤกษ์ดูเหมือนจะลืมตัวว่าเมื่อครู่ด่าผมค้างเอาไว้ เพราะริมฝีปากหนานั้นอ้าค้าง พร้อมกับแสดงอาการขยับนิดๆ แต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่คำเดียว
ผมขยับปลายเท้าออกไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ แตะวางฝ่ามือข้างหนึ่งลงบนไหล่กว้าง ขยับปลายนิ้วซึ่งสวมแหวนเพชรเม็ดงามไล้ไปตามลำคออุ่น ส่วนมืออีกข้างนั้นวางทาบแผ่วเบาแล้วเริ่มใช้มันถอดเสื้อผ้าอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
“เธอ...” เจ้าบ่าวรูปหล่อของผมกดสายตาตระหนกลงมามองผมก้านคอขาวกับลูกกระเดือกแหลมขยับขึ้นลงตามอาการของคนที่กลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่
“ครับ” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงซึ่งถูกฝึกปรือมาอย่างดีแล้วว่ามันสามารถดับไฟในใจของคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธเกลียดชังได้
“ฉัน...ไม่ได้ ไม่ได้”
“ไม่ได้อะไรเหรอครับ”
ผมขยับปลายเท้าเขย่งขึ้นเพื่อยกระดับความสูงของตัวเองขึ้นอีกเล็กน้อย ขยับเปลือกตาช้อนขึ้นไปจับอยู่กับดวงตาสีเข้ม ริมฝีปากบางซึ่งฉาบทาลิปสติกกลิ่นดอกไม้อันเป็นสูตรลับเก่าแก่ประจำตระกูลแตะลงไปบนกลีบปากนุ่มซึ่งกำลังสั่นนิดๆ บางเบาจนเจ้าของมันลืมระวังตัว
ฝ่ามือข้างที่กำลังใช้มันถอดเสื้อผ้าเจ้าบ่าวออกไปจนเวลานี้สูทสีครีมเข้มหลุดลุ่ยเปิดโอกาสให้ผมได้ใช้เคล็ดวิชาจากตำราประจำตระกูลอีกครั้ง ปลายนิ้วเล็กๆ เคลื่อนไปตามบั้นเอวแล้วสะโพกหนาก่อนที่ผมจะกดปลายนิ้วลงไปเบาๆ เพื่อคลายจุด แห่งความตึงเครียดทั้งหลายและเปิดช่องลมให้เลือดอุ่นๆ ภายในร่างกายอันอุ่นร้อนนั้นมันไหลเวียนได้สะดวกขึ้น
ผมขยับดันเอาหน้าอกเปลือยบอบบางเข้าไปชิดแล้วใช้เนินอกสีชมพูสดเหมือนกลีบกุหลาบหวานนวดคลึงเคล้นไปบนแผงอกกว้าง ครึ่งล่างต่ำกว่าเอวลงไปตำแหน่งใต้สะดือเลือดของคนวัยหนุ่มแล่นพุ่งลงไปจนปลุกให้สิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงผ้าไหมเนื้อหนาตื่นขึ้นมาจนผมสัมผัสได้
“นี่เธอ...” ผมรับรู้ถึงแรงฝืนของสามีที่กำลังพยายามจะตีจากเหมือนร่างกายและจิตใจของคนตรงหน้ากำลังคัดค้านใส่กันอย่างหนัก
“คุณพฤกษ์ผ่อนคลายหน่อยสิครับ มาเถอะคุณไม่อยากรู้เหรอครับว่า...ผมเตรียมอะไรมาให้คุณในคืนนี้”
ผมโอบเอวหนาแล้วออกแรงเพียงเล็กน้อยเพื่อหมุนร่างของผู้ชายซึ่งยังยืนงงอยู่ตรงหน้าให้หันหลังกลับก่อนจะดันฝ่ามือลงไปกับแผงอกเปลือยนั้นเบาๆ เป็นสัญญาณให้เจ้าบ่าวเดินถอยหลังกลับไปยังเตียงนอน
“ฉันไม่อยากนอนกับเธอ” ประโยคปฏิเสธนั้นหลุดออกมาบางเบาเหมือนสายลมจนผมแทบจับใจความไม่ได้
“ขอแค่คืนนี้ครับ อย่าลืมสิครับว่าคืนนี้เป็นคืนส่งตัวของเรา”
ผมขยับตัวเองขึ้นไปคร่อมร่างเปลือยครึ่งท่อน ซึ่งทำท่าจะปฏิเสธการร่วมรักกับผม แต่หากผมยอมคุณพฤกษ์ปฏิเสธผมได้ครั้งหนึ่ง ต่อไปในภายหน้าเขาจะปฏิเสธผมร่ำไป กันต์กฤษณะ ไม่ได้สอนให้ผมยอมแพ้โดยเฉพาะการแพ้ให้กับผู้ชายบนเตียง
“เธอ...จะทำ....อะไร” เสียงสั่นพร่าทิ้งจังหวะขาดเป็นห้วงๆ ตามการหายใจอันไม่สม่ำเสมอ
ผมไม่ได้ตอบคำถามโง่ๆ นั้นแต่เชยคางเงยหน้า ช้อนสายตาขึ้นไปพร้อมกับส่งยิ้มหวานละมุนให้ก่อนจะแตะริมฝีปากลงบนหน้าท้องซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ ปลายลิ้นเรียวเล็กตวัดลากเลียเป็นแนวแล้วขยับไปตามจุดสยิวซึ่งมันอ่อนไหวและเป็นจุดรับสัมผัสที่ผู้ชายทุกคนชื่นชอบ
“กันต์...อย่า”
ฝ่ามือหนาคว้าลงมาขยำกลุ่มผมบนหัวพร้อมกับทึ้งมันเอาไว้แต่ไม่ได้กระชากออก ผมกรีดปลายนิ้วลงไปนวดคลึงถุงอัณฑะอันอ่อนนุ่มแล้วอ้าปากครอบเพื่ออมมันเข้าไปด้านใน ปลายจมูกรับรู้ถึงกลิ่นเนื้อหนังของผู้ชายที่ผมไม่คุ้นเคย กลิ่นนี้มันทำให้ผมเองก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมกับเจ้าบ่าวของผมเหมือนกัน
เมื่ออีกฝ่ายพร้อมแล้วโดยเห็นได้จากไอ้ท่อนเนื้อเครื่องเคราที่มันทั้งยาว ทั้งใหญ่แสดงความเป็นทายาทของตระกูลสูง ท่อนเนื้อขนาดใหญ่ดุ้นยาวแข็งตัวจนตั้งตรง ผมมีเวลาไม่มากนักเพื่อจะทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีของผมโดยสมบูรณ์ ผมใช้จังหวะนั้นปลดถอดดึงกางเกงตัวเองทิ้งแล้วเลื่อนจูบกลับขึ้นไปหาเจ้าบ่าวของผม
ครั้งนี้คุณพฤกษ์ไม่ได้กล่าววาจาว่าร้ายหรือมีท่าทีรังเกียจ ฝ่ามือหนาคว้าคอผมดึงลงไปพร้อมกับประกบจูบแน่น ครึ่งบนของร่างกายผมทำหน้าที่เล้าโลมด้วยจูบ ส่วนครึ่งล่างนั้นผมกางขาแยกออกจากกันแล้วใช้ร่องเนื้อส่วนกลางของร่างกายกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายให้คลุ้มคลั่งด้วยการขยับมันโยกไปมา พร้อมกับบดเบียดเนื้อหนังถูไถไปกับแท่งเนื้อร้อนแรง
“ครั้งแรก...มีได้แค่ครั้งเดียวและมันจะเป็นครั้งสำคัญของหลาน”
ผมหยุดทุกการเคลื่อนไหวแล้วลอบสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแผ่วเบา แม้ในใจจะแอบหวาดหวั่นมากเพียงใดแต่สิ่งที่ผมแสดงออกไปได้มีเพียงสายตามั่นคงเด็ดเดี่ยวเชี่ยวชาญราวกับผมผ่านผู้ชายมาแล้วนับร้อย
“คุณพฤกษ์ พร้อมมั้ยครับ?” ผมยกยันตัวเองขึ้นมาคุกเข่าทรงตัวอยู่ด้วยเข่าทั้งสองข้าง อุ้งมือเล็กๆ กอบกำท่อนเนื้อแท่งร้อนของคุณพฤกษ์เอาไว้ขยับมันให้ตั้งตรง สะโพกผายแต่เอวบางกดทิ้งน้ำหนักลงมาช้าๆ
“นี่เธอ.....” คุณพฤกษ์ลดระดับสายตาจากมองหน้าผมเลื่อนลงต่ำลงไปมองสิ่งที่ผมกำลังตั้งใจทำ
“ผ่อนคลายนะครับ” ผมวางฝ่ามือแตะลงบนแก้มของสามีแล้วขยับสะโพกต่ำลงไปอีก
ผมรู้ว่าครั้งแรกนั้นมันจะทำให้ผมเจ็บ แต่ผมไม่รู้เลยว่ามันจะเจ็บมากถึงเพียงนี้ ยิ่งเมื่อคุณพฤกษ์ไม่ได้นอนนิ่งๆ ให้ผมเป็นคนเดินเกม สะโพกหนาขยับเด้งอัดสวนขึ้นมาจากด้านล่างพร้อมกับท่อนแขนสองข้างรวบเอวของผมยึดเอวไว้จนแน่น
“อ๊า คุณพฤกษ์”
ผมกัดฟันร้องเรียกชื่อสามีแต่มันจุกจนพูดไม่ออก ภาพของหน้ากระดาษตำรับตำราเก่าแก่ลอยเด่นอยู่ในหัว แต่ผมไม่อาจขยับตัวหนีท่อนแขน ท่อนขา ท่อนเนื้อ แท่งเอ็นของสามีตัวเองได้ สิ่งที่พอจะดึงเอาออกมาใช้ได้ในเวลานี้เพียงอย่างเดียวคือการเปล่งเสียงร้องครางออกมาเพื่อทำให้อีกฝ่ายหลงใหลและการหดเกร็งกล้ามเนื้อของร่องรักด้านล่างเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวอย่างถึงที่สุดยามเมื่อร่วมรักกัน
ผมถูกคุณพฤกษ์ตวัดร่างพลิกกลับแล้วเหวี่ยงลงไปนอนแผ่บนเตียง กลีบกุหลาบซึ่งถูกโปรยปูเอาไว้เมื่อตอนแรกปลิวกระจายเกลื่อนไปทั้งบนเตียงและบนพื้น บางส่วนถูกบดบี้ขยี้จนช้ำเห็นเป็นร่องรอยเปื้อนไปตามผ้าปูเตียงและปลอกหมอน
“อยากเป็นเมียฉันมากนักใช่มั้ย ได้ฉันจะให้เธอได้เป็น...มาสิกันต์ มาทำหน้าที่ของเธอ ดูสิว่าเธอจะทำให้ฉันพอใจได้แค่ไหน”
