บทที่ 3 พอใจแค่ไหน
ตอนที่ 2 พอใจแค่ไหน
“อยากเป็นเมียฉันมากนักใช่มั้ย ได้ฉันจะให้เธอเป็น...มาสิมาทำหน้าที่ของเธอ ดูสิว่าเธอจะทำให้ฉันพอใจได้แค่ไหน”
เจ้าบ่าวของผมกวาดฝ่ามือลงมาช้อนลงตรงบริเวณใต้ท้ายทอยของผมพร้อมท่อนแขนข้างหนึ่งช้อนลงไปใต้บั้นเอวแล้วกระชากผมขึ้นมาปะทะกับหน้าท้องแกร่งแข็งเหมือนแผ่นซีเมนต์ ร่องเนื้อนุ่มซึ่งยังคงมีแท่งเอ็นแข็งเสียบคาค้างทิ้งเอาไว้ภายในตัวทำผมรู้สึกเสียววูบจนขนอ่อนทั่วทั้งตัวลุกชัน
“...........”
ผมช้อนสายตาเย้ายวนขึ้นไปมองชายหนุ่มซึ่งทาบทับร่างผมอยู่ด้านบนพร้อมกับกระตุกหดกล้ามเนื้อเชิงกรานรัดท่อนเนื้อแท่งใหญ่ซึ่งอยู่ภายในตัว คุณพฤกษ์มีอาการไหวสะดุ้งตัวนิดๆ พร้อมกับริมฝีปากหนากดเม้มเข้าหากันนิดหน่อยเหมือนพยายามจะเก็บอาการ “เสียว”
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้...ผมจะทำคุณพฤกษ์ได้เห็นว่า...การมีผมเป็นเมียมันดียังไง”
ผมใช้ปลายฝ่ามือวางลงไปบนหน้าท้องของสามีตำแหน่งต่ำกว่าสะดือเล็กน้อยแล้วกดนิ้วหัวแม่มือลงไปตรงตำแหน่งสำคัญซึ่งในตำรากฤษณา กามสูตร บอกเอาไว้ว่ามันจะช่วยทำให้อวัยวะซึ่งประกอบไว้ด้วยกล้ามเนื้อและมัดเอ็นดุ้นใหญ่ตรงใต้หว่างขาของคุณพฤกษ์แข็งตัวอยู่ได้นานขึ้น ซึ่งการแข็งตัวนานๆ แบบนี้มันจะทำให้ผมสามารถวาดลวดลายเพื่อเอาใจสามีได้นานขึ้นไปด้วย
“อ๊า...”
คุณพฤกษ์กดเกร็งหน้าท้องพร้อมกับพยายามกระทุ้งท่อนเนื้อนั้นให้มันดันลึกเข้ามาภายในมากกว่าเดิม แม้ตัวเองจะต้องเจ็บ จุกจนแทบหายใจไม่ออก แต่ผมยังคงต้องฝืนยิ้มยั่วอย่างเยือกเย็นเพื่อทำให้คุณพฤกษ์พึงพอใจ ท่อนขาสองข้างผมตวัดขึ้นมาแล้วใช้มันเกี่ยวรัดเอวหนาเอาไว้ เด้งสะโพกลอยขึ้นไปเหนือเตียงนอนเพื่อเพิ่มแรงเสียดสีให้มากขึ้น
ผมทำหน้าที่เมียให้กับคุณพฤกษ์อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง งัดเอากลเม็ดเด็ดพรายจากตำราเก่าแก่ประจำตระกูลพลิกตำราในสมองนับได้สามสิบหกท่วงท่า กว่าคุณพฤกษ์จะฉีดอัดน้ำรักข้นๆ พ่นเข้ามาให้ผมได้ในที่สุด
เหนื่อยจนแทบแทบใจตาย เนื้อตัวปวดร้าวระบมจนเหมือนเส้นเลือดเส้นเอ็นทั่วทั้งตัวมันจะกระตุกเตือนว่า คืนนี้ผมใช้ร่างกายมากเกินไปแล้วทั้ง เอว หลัง ไหล่ สะโพก เคล็ด ขัดยอกเหมือนจะช้ำไปหมดเพราะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงจุดหมายคุณพฤกษ์อัดตะบันรัวเอวใส่จนกระดูกผมแทบป่นเป็นผง
แต่คงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่กำลังนอนหอบหายใจอย่างรวยริน เหนื่อยจนกระดิกตัวลุกขึ้นนั่งไม่ได้ เพราะเวลานี้คุณพฤกษ์เองก็มีอาการไม่ต่างกัน ร่างกำยำนั้นพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อขนาดเล็กซึมออกมา ตามส่วนที่เป็นลอนกล้ามเนื้อบางช่วงนั้นมันเกาะรวมกันเป็นเหมือนหยดน้ำขนาดใหญ่ไหลหยดลงมาเป็นทางฉ่ำแฉะจนชื้นเปียกที่นอนไปหมด
“เธอ...โอเคหรือเปล่า” เสียงกังวานนั้นเอ่ยถามขณะที่เจ้าตัวขยับไปนั่งอยู่ด้านข้าง
“...............”
ผมเอี้ยวใบหน้าเหลือบไปมองแผ่นหลังชื้นเหงื่อแล้วเห็นว่าเนื้อตัวของคุณพฤกษ์มีคราบเลือดสีแดงเป็นรอยริ้ว ผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดตาซึ่งมีกลีบดอกไม้โรยเอาไว้จนเต็มเมื่อแรกเริ่มเราสองคนเดินเข้ามาภายในห้อง เวลานี้กลีบดอกไม้ทั้งหลายแทบไม่มีหลงเหลือให้เห็นอยู่บนเตียง แต่มันปลิวกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นห้อง ผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดตาเวลานี้ปรากฏรอยเลือดสีแดงสดเพื่อนการันตีถึงพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์ที่ผมมอบให้กับสามีปรากฏเกลื่อนจนเต็มเตียง
“ถ้าเสร็จแล้ว...คุณอยากจะไปไหนก็ไปเถอะครับ”
ผมขยับตัวเล็กน้อยรู้สึกเหมือนมีของเหลวอุ่นๆ กำลังไหลซึมออกมาจากร่างกายท่อนล่าง สิ่งนั้นทำให้ผมไม่กล้าขยับตัว ครั้นจะลุกขึ้นแล้วถ่างขาก้มลงไปมองก็คงไม่ใช่กิริยาอันน่ามองและอาจทำให้คุณพฤกษ์เหยียดผมได้อีก
“ก็ไหนเธอบอกว่าคืนเข้าหอ ห้ามเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวออกจากห้องไง” คุณชายพฤกษ์ผู้หยิ่งทะนงลุกขึ้นยืนหันร่างเปลือยกลับมามองผมอีกครั้ง
“คืนนี้ผมได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้วครับ เพราะฉะนั้นคืนนี้คุณไม่จำเป็นต้องอยู่เพื่อทนนอนร่วมเตียงกับผมจนถึงเช้า”
ผมพลิกตัวนอนคว่ำแล้วยกสะโพกขึ้นสูงจากแนวระนาบบนเตียงนอนนิดหน่อย การนอนในท่านี้มันจะช่วยทำให้น้ำเชื้อซึ่งเพิ่งถูกปล่อยเข้าไปในร่างกายผมเดินทางได้สะดวกขึ้น และเพิ่มเปอร์เซ็นต์การตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นด้วย ยิ่งผมมีทายาทให้ตระกูลพรรณพนาเร็วเท่าไหร่ย่อมเป็นผลดีต่อตัวผมเองและดีต่อตระกูลกันต์กฤษณะของผมด้วย
“ฮึ...ตระกูลของเธอต้องการแค่นี้ใช่มั้ย ก็แค่เรื่องอย่างว่า....น่ารังเกียจ”
เจ้าของน้ำรักเหนียวข้นกล่าวคำหยามซึ่งๆ หน้า มิได้ปกปิดอาการว่ารังเกียจเดียดฉันท์ แม้เมื่อครู่คุณพฤกษ์เองดูจะพึงพอใจและมีความสุขกับเรือนร่างและการปรนนิบัติของผม แต่ก็นั่นแหละเมื่อเสร็จสมอารมณ์หมาย ได้ปลดปล่อยความกระหายอยากออกมาแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็กลับคืนสู่ความเจ้ายศ เจ้าอย่าง หยิ่งผยองพองตัวเช่นเคย
“ตระกูลของเราทั้งสองคนก็ไม่ได้ต่างกันนี่ครับ พวกคุณเองก็หวังอาศัยเพียงมดลูกของคนในตระกูลผมทั้งนั้น ถ้าไม่มีมดลูกของพวกผม ตระกูลของพวกคุณจะสืบทอดกันมายาวนานถึงขนาดนี้อย่างนั้นหรือครับ ผมมีหน้าที่มีทายาทให้กับตระกูลพรรณพนา สิ่งนี้จึงสำคัญสำหรับผม การที่ผมให้ความสำคัญกับทายาทของตระกูลมันน่ารังเกียจยังไงเหรอครับ”
“ฮึ อวดเก่ง ปากดี ลุกขึ้น” เจ้าของร่างเปลือยขยับก้าวมายืนอยู่ข้างเตียงห่างจากผมไปเพียงช่วงแขนเดียว ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาปลายหางตาลงมาสบตากับผม
“ทำไมครับ”
“ฉันบอกให้เธอลุกขึ้นจากเตียง” ฝ่ามือหนาทว่าอ่อนนิ่มเอื้อมมาคว้าท่อนแขนของผมก่อนจะออกแรงฉุดให้ผมลุกขึ้นจากลักษณะการนอนคว่ำ
“โอ๊ย คุณพฤกษ์ผมเจ็บนะครับ” ด้วยเพราะแข้งขานั้นมันสั่นจนทำให้การทรงตัวของผมไม่ดีนัก ร่างเปลือยของตัวเองถลาเข้าไปหาแผ่นอกกว้างโดยมีท่อนแขนอีกข้างของสามีตวัดช้อนอุ้มผมลุกขึ้นจากเตียงนอน
“เจ็บขนาดนี้ ยังจะปากดีอีกเหรอ”
“อย่าบอกนะครับว่าคุณเป็นห่วงผมน่ะ”
