บทที่ 5 มารยา
ตอนที่ 5 มารยา
ผมลงมาเดินเล่นอยู่ภายในสวนของบ้านพรรณพนา ซึ่งถูกประดับตกแต่งเอาไว้ด้วยต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับนับร้อยชนิด บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ข้างกายผมมีเด็กรับใช้ที่ชื่อสินเดินตามอยู่ไม่ห่าง
“เธอรับใช้บ้านหลังนี้มานานแล้วอย่างนั้นหรือ” ผมยกถ้วยชาดอกไม้กลิ่นหอมสูตรพิเศษซึ่งผมเตรียมมันมาจากบ้านขึ้นจิบโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา
“ห้าปีได้แล้วครับ” เด็กหนุ่มรับใช้ตอบผมแต่จากหางตาผมเห็นว่าใบหน้าหวานนั้นมองเอี้ยวไปทางสนามหญ้าหน้าบ้านเหมือนกำลังรอคอยอะไรหรือใครอยู่
“ก็นานพอสมควร มิน่าเล่าเธอถึงดู...เป็นงาน”
“ครับ คุณพฤกษ์ไว้ใจผมมากก็เลยให้ผมมารับใช้...ส่วนตัว”
“อย่างนั้นหรือ...ฮึ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กรับใช้หนุ่มซึ่งเชิดคอตั้งขึ้นอย่างภาคภูมิใจกับตำแหน่งสำคัญของตัวเอง
รถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้าน ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดสง่างามก้าวลงมาจากรถและกำลังบ่ายหน้าเดินมาทางพวกเราสองคน ผมเห็นรอยยิ้มกับดวงตาเป็นประกายระยิบฉายสว่างออกมาจากดวงหน้าของเด็กรับใช้ซึ่งยืนอยู่ห่างจากโต๊ะน้ำชาผมไปเล็กน้อย พริบตาเดียวเด็กหนุ่มหน้าซื่อทิ้งตัวลงมานั่งคุกเข่าก้มหน้าจนชิดขอบโต๊ะ แขนสองข้างหดงอเข้าหาตัวแสดงอาการเหมือนคนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ผมตวัดหางตาขึ้นเห็นคุณพฤกษ์กำลังเดินมาในระยะใกล้พอที่น่าจะได้ยินบทสนทนาของเราสองคน
“คุณกันต์อย่า...” เสียงสั่นของเด็กรับใช้ส่วนตัวของสามีผมเอ่ยเรียกชื่อผมโดยไม่มีสาเหตุ
ผมขยับเอี้ยวตัวหันข้างก่อนจะตวัดขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้างแล้วใช้ปลายรองเท้าช้อนไปใต้คางมนของคนรับใช้แผนสูงก่อนจะยิ้มให้อย่างใจเย็น สายตาตื่นตระหนกของเด็กหนุ่มหน้าหวานจ้องผมเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“เช็ดรองเท้าให้หน่อยสิ...”
“นี่คุณ....” คนที่ตั้งใจจะแสดงละครฉากสำคัญดูเหมือนจะหลุดคาแร็คเตอร์ เพราะแววตาหวาดกลัวน่าสงสารเมื่อครู่กลับแข็งกระด้างขึ้นในทันที
“ฮึ...แย่จริงฉันไม่ชอบให้เสื้อผ้าสกปรกเสียด้วย” ผมปัดปลายรองเท้าเช็ดไปตลอดคางกลมก่อนจะวางมันลงกลับคืนที่เดิมแล้วลุกขึ้นเพื่อรับสามีซึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ
"คุณพฤกษ์...." เสียงหวานตวัดเรียกชื่อสามีของผมจากด้านหลัง
“เห็นสินบอกว่า...คุณจะกลับค่ำหน่อยไม่ใช่หรือครับ อย่าบอกนะว่าคิดถึงผมถึงได้รีบกลับ” ผมเดินเข้าไปโอบแขนกอดเอวหนาไว้หลวมๆ ก่อนจะเขย่งปลายเท้าประทับจูบนุ่มนวลลงบนเรียวปากหนา ไม่เปิดโอกาสให้สามีรับฟังคำฟ้องจากคนใช้
“เอ๊ะ...” คิ้วหนากระตุกนิดๆ ดวงตาคมก้มลงมาสบตากับผมเหมือนมีคำถามค้างคาใจ
“คุณพฤกษ์ชอบมั้ยครับ”
“มันคือ...”
ผมยิ้มให้กับสามีซึ่งกะพริบตาลงมามองผมถี่ๆ แน่ล่ะใครๆ ก็หลงใหลกลิ่นหอมเย้ายวนแบบนี้ทั้งนั้น เคล็ดลับอีกอย่างที่ผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่จำความได้คือการทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ แม้กระทั่งกลิ่นปาก น้ำชาซึ่งผมดื่มเข้าไปเมื่อครู่ กลิ่นหอมของดอกไม้เจ็ดชนิดมันคงอบอวลตลบคลุ้งอยู่ภายในโพรงปากและลิ้นนุ่มจนทำให้สามีผมถึงกับร้องทัก
“ชากับคุกกี้ดอกไม้ครับ คุณพฤกษ์อยากลองชิมดูสักหน่อยมั้ยครับ ผมทำเองนะ” ผมขยับเก้าอี้แล้วคล้องแขนสามีให้นั่งลงเคียงข้าง โดยมีเด็กรับใช้คนสนิทนั่งกัดกรามตัวเองอยู่ใกล้ๆ
“เธอน่ะเหรอ ทำของพวกนี้เอง” คุณพฤกษ์เลื่อนมือลงไปหยิบคุกกี้ชิ้นเล็กซึ่งด้านบนมีกลีบดอกไม้สีสวยประดับอยู่บนขึ้นมาดู ผมปรายตามองเด็กรับใช้หน้าตึงซึ่งกำลังทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะเบี่ยงตัวหยิบกาน้ำชาลายสวยยกรินน้ำชากลิ่นหอมแล้วส่งให้สามีแทนเด็กรับใช้
“ครับ ดอกไม้พวกนี้นอกจากกลิ่นหอมแล้วพวกมันยังมีประโยชน์ด้วยนะครับ อย่างเช่น...ชิ้นนี้” ผมหยิบคุกกี้ซึ่งด้านบนมีกลีบดอกลาเวนเดอร์สีม่วงประดับอยู่ป้อนส่งเข้าปากของคุณพฤกษ์ก่อนจะยิ้มหวานให้
“หอมจัง..”
“คุณพฤกษ์จิบชาด้วยสิครับ” ผมเอียงคอเล็กน้อยปรายตาลงมองถ้วยชาซึ่งมั่นใจว่าปรุงมาอย่างดีเยี่ยม คุณพฤกษ์ยกถ้วยเคลือบลายดอกไม้ขึ้นจรดริมฝีปากอย่างช้าๆ เปลือกตาบางหลับพริ้มลงเหมือนคนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
"เป็นยังไงครับ คุกกี้กับชาดอกไม้ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ความตึงเครียดได้" ผมมองไปยังจานคุกกี้และชุดน้ำชาอย่างภาคภูมิใจ
“จริงสิเมื่อครู่เธอกับสินมีอะไรกัน...” หลังจากถ้วยชาถูกวางกลับลงบนโต๊ะตามเดิมคนที่เดินหลงเข้าไปในม่านดอกไม้กลิ่นหอมก็ฟื้นคืนสติแล้วเอี้ยวหน้าลงไปมองเด็กรับใช้จอมมารยาที่กลับไปนั่งก้มหน้าทำตัวสั่นราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างแบบทันควัน
“คุณพฤกษ์....”
“คุณพฤกษ์ครับ” ผมจิกหางตาลงไปพร้อมกับส่งยิ้มรู้ทันให้เจ้าของเสียงเครือด้านล่าง
“...........”
“ผมรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้เป็นพิเศษ คุณพฤกษ์จะว่าอะไรมั้ย ถ้าผมจะขอให้...สินมารับใช้ผม...เป็นการส่วนตัว”
