บทที่ 2 ตอนที่ 1 หลงจนหน้ามืด
ตอนที่ 1 หลงจนหน้ามืด
หนึ่งเดือนต่อมา
@บ้านสุขภิรมย์
สิรวัฒน์ได้รับคำเชิญจากคุณก้องภพ ผู้เป็นพ่อ ให้มาร่วมรับประทานอาหารเย็นกับว่าที่ภรรยาคนใหม่ของพ่อ ทั้งที่พ่อเองก็รู้ เขาไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไร
ลำพังจะคบ หรือเลี้ยง เขาไม่เคยว่า
แต่การพามาเชิดหน้าชูตาแบบนี้ มันมากเกินไป
ถึงพ่อจะไม่อาย แต่เขาอาย!
เกิดมาชาตินี้ พ่อจะแต่งงานกี่รอบ ถามที
หรือว่าตอนหย่ากับแม่ ชื่อเสียงของตระกูลยังป่นปี้ไม่พอ?
“มาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ” ก้องภพทักทายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กลับบ้านในรอบปีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี แถมปาลีนายังตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือรอต้อนรับลูกชายเขาอีกต่างหาก เห็นเธอไม่รังเกียจ เขาก็ดีใจแล้ว
“พ่อมีธุระอะไรรีบพูดมาเลยครับ” สิรวัฒน์นั่งลงอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นตวัดหางตาไปมองสำรวจเมียใหม่ของพ่อที่คราวนี้ดูแตกต่างจากคนก่อนที่ผ่านมา
“น้าชื่อปลาจ้ะ” ปาลีนาเห็นว่าลูกชายของคุณก้องภพมองมา เลยถือโอกาสแนะนำตัว แม้จะรู้ชื่อเสียงเลื่องลือของอีกฝ่ายมาบ้างแล้วก็ตาม
แต่ไม่คิดว่า..จะนิสัยเสียถึงขนาดไม่เห็นหัวหงอกหัวดำแบบนี้
“ใครถาม?” สองตอบสีหน้าด้านชา ก่อนจะลุกขึ้น สาวเท้าไปเดินสำรวจว่าที่เมียใหม่ของพ่อให้เต็มสองตา “พ่อชอบแบบนี้เหรอ ผมนึกว่าจะชอบเด็กมหา’ลัยซะอีก”
ปึง!
ก้องภพตบโต๊ะเสียงดัง
ครั้งนี้ไอ้ลูกชายตัวดีมันพูดเกินไปแล้ว เขาเคยควงเด็กนักศึกษาที่ไหนกัน ส่วนใหญ่ก็พวกแม่หม้าย มีลูกติดทั้งนั้น!
“ตกลงเรียกผมมาทำไม ถ้าไม่รีบพูด..ผมจะพูดแทนนะ”
“กูจะแต่งงาน”
“…” ชายหนุ่มยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม ทั้งที่ในใจอยากอาละวาดแทบบ้า
“กำหนดแต่งเดือนหน้า”
“แล้วบอกผมทำไม?” ในเมื่อก่อนแต่ง ก่อนจัดการทุกอย่าง ไม่ยักเห็นบอกกล่าวกันสักคำ เป็นเขาที่รู้ด้วยตัวเองมาตลอด
“กูอยากให้มึงมา งานนี้กูเชิญแม่มึงมาด้วย”
“…” จะพ่อหรือแม่ ก็พอกันทั้งคู่
“อาทิตย์หน้า ปลากับลูกจะย้ายมาอยู่ที่นี่”
“ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?” จะแต่งงานกันไม่พอ ดันพาโคตรย้ายมาอยู่ด้วยอีก กะจะสูบเลือดสูบเนื้อตาแก่แถวนี้ให้หมดตัวเลยหรือไง?
“กูแค่บอก ไม่ได้ขอความคิดเห็น”
“ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดี ถามจริง” สองชี้ไปที่ว่าที่ภรรยาของพ่อ
“ปลาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ปลาช่วยกูทำงาน ปลารับที่กูเป็นผู้ชายมีตำหนิ รวมถึงมีลูกแบบมึงได้”
“ตอนยังไม่แต่งอะไรก็ได้ทั้งนั้น พอแต่งปุ๊บ คงรีบกอบโกย”
“ปลา..” ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น เพราะหากเธอเป็นแบบนั้น เขาคงไม่เลือกแต่งงานครั้งที่สอง ให้อับอายตอนแก่เป็นแน่
“หลงจนหน้ามืดตามัว!”
“!!!” ไอ้สอง!
“ต่อไปนี้ อยากจะทำอะไรกันก็เชิญ แต่อย่าลืม บ้านหลังนี้เป็นชื่อผม ผมจะกลับมา หรือจะขายเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากผม..ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น!” สิรวัฒน์ประกาศกร้าวเสียงดัง พลางตวัดหางตาไปมองเมียใหม่พ่อ ตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง “ส่วนอยู่แล้วจะสุขหรือทุกข์ คงต้องรอดู”
“ขอโทษน้าปลาเดี๋ยวนี้!” ผู้เป็นพ่อตวาดลูกชายที่เสียมารยาทอย่างเหลืออด เขารู้ว่ามันก้าวร้าว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นถึงขนาดนี้
“ขอโทษ..เหรอ ขอโทษทำไมอะ หึ!” เขาเนียนไหลตามน้ำก่อนจะทำให้พ่อหน้าแตกเพล้ง
“มึงนี่มัน..” ก้องภพชี้หน้าลูกชาย ตั้งท่าจะด่าทอ แต่ทว่า..
“อะอะ อย่าด่าเจ้าของบ้านนะครับ ระวังจะถูกเนรเทศ”
“กูเป็นพ่อมึงนะ!”
“ทราบครับคุณบิดา”
หลังจากวันนั้น เขาไม่เคยกลับไปเหยียบที่บ้านอีกเลย แค่คิดก็สะอิดสะเอียนจะแย่ ทว่าเรื่องงานแต่งของพ่อกลับหนาหูขึ้นทุกวัน บางคนถึงขั้นฝากเขาไปแสดงความยินดีเลยด้วยซ้ำ
กูจะอ้วก!
“กูนึกว่าข่าวลือ..”
“มึงได้การ์ดเชิญนี่ ยังไม่ตาสว่างอีกหรือไง”
“เออดิ ยังอึ้งไม่หาย” ไม่คิดด้วยซ้ำว่าพ่อไอ้สองจะแต่งงานครั้งที่สอง นี่สินะที่เขาว่ากันว่า ‘คนแก่ก็มีหัวใจ’ หึหึ
“คนเรามันหลงกีจนหน้ามืดตามัวขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“มึงก็ดูไอ้ขาลดิ” ไทเกอร์พูดปัดไปให้ไอ้คนมีเมีย
“งั้นคงหนัก..”
“มั้ง”
“มึงเคยไหม?” เคยมีเมียหรือยัง
“ยัง”
“กูก็ยัง”
“มึงอยากมี?”
“ไม่ กูไม่อยากเผลอทำตัวโง่ ๆ เหมือนไอ้ขาล”
“-_-” แต่สิ่งที่มึงทำก็ไม่ได้ดูฉลาดเลยสักนิด ล่าสุดขู่จะไล่พ่อออกจากบ้าน มึงมันโคตรบาปกรรม
“ความรักหน้าตาเป็นแบบไหนวะ ทำไมถึงทำให้คนหน้ามืดตามัวได้ขนาดนี้ กูชักจะสงสัย”
“อย่าถามกู กูไม่รู้”
“เชื่อ ไม่งั้นมึงกับกูคงไม่โสดมาสามสิบปีหรอก”
“แล้วคืนนั้นเป็นไง” ไทเกอร์หมายถึงคืนที่มีผู้หญิงพรวดพราดเข้ามาในห้องให้ไอ้สองซั่มถึงที่
“ชื่ออะไรก็ไม่รู้ ทำห่าอะไรไม่เป็นสักอย่าง” เขาเลยต้องสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ใช้ปาก ยันขึ้นขี่ โคตรลำบากกูเลยบอกตามตรง
“แต่ก็เสร็จมึง แล้วตกลงน้องโดนยาไหม”
“โดน กูไปดูกล้องวงจรปิดมาละ”
“เห็นอะไรบ้าง”
“เห็นว่าวิ่งหลงมาทางเราอะดิ วิ่งจากห้องวีมาวีไอพี”
“ห้องมีเป็นสิบ ดันมาเจอมึง”
“ห้อง 1 - 9 ไม่มีลูกค้า ไม่แปลกที่เข้าห้อง 10”
“เหรอ”
“ดีละที่เข้ามาให้กูเอา กำลังอยากพอดี” ถือเป็นบุญเจี๊ยวกูมาก อยากปุ๊บ ได้ซอยปั๊บ
“สงสารผู้หญิง” อุตส่าห์รอดจากคนวางยา ดันมาโดนเจ้าของร้านเล่นซะงั้น
“ครั้งแรกด้วยแหละ เลยเตลิด”
“มึงหมายถึง..”
“ซิง”
“เชี้ย มึงเจอสาวซิงในอาบอบนาบ!”
“เป็นลูกค้า ไม่ใช่พนักงาน”
“หนึ่งในร้อย เผลอ ๆ หนึ่งในพัน” น้อยนักที่จะเจอผู้หญิงบริสุทธิ์ในยุคที่เปิดกว้างเรื่องเพศแบบนี้
“แต่แม่งน่ารำคาญ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวคัน ลูบไปทั่วตัว พอถามก็ตอบไม่ได้ จ้องกูตาเป็นมัน” เธอจ้องเขารอบแล้วรอบเล่า ราวกับร้องขอให้เขาช่วยทำอะไรสักอย่าง “มือไม้อยู่ไม่นิ่ง จับไข่กูจนแสบ”
“แสบ?”
“กูสอนให้จับ เด็กนั่นแม่งบีบ ทำเหมือนไข่กูเป็นสกุชชี่ เล็บก็ยาว เกี่ยวหนังกูจนแหก ถ้าไม่ติดว่าสวยอมชมพู กูถีบหน้าหงายแน่นอน” ติดอย่างเดียวเลยจริง ๆ ชมพูทั้งบนทั้งล่าง
“มึงชอบไหมล่ะ”
“กูชอบผู้หญิงมีประสบการณ์มากกว่า”
“ถ้ามึงไม่ชอบผู้หญิงซิง แล้วมึงให้พนักงานหารายชื่อลูกค้าคนนั้นทำไม?”
“ก็กูให้นามบัตรไป แต่เด็กนั่นไม่ติดต่อกลับมา”
“ให้ ทำไม”
“จ่ายค่ายาไงไอ้สัด มึงก็ถามแปลก”
“มึง..ขนาดนั้นเลยเหรอ?” งานนี้มีคนจับไข้แน่นอน คงอักเสบกันไปข้าง
“เอาจนหัวถลอกอะ มึงคิดว่าไง”
“น้องไม่ไหวมั้ง”
“ก็จัดให้จนยาหมดฤทธิ์..”
“มึงเกินไปแล้วไอ้สอง ตะกละฉิบหาย”
“เดี๋ยวนี้หากินยาก ถ้าได้ ก็ต้องเอาให้คุ้ม” อย่างเช่นคืนนั้นที่เขาสนองเธอจนยาหมดฤทธิ์ หลับคาอก นอนให้เขาโยกเอวกระแทกอยู่คนเดียว “คิดแล้วเสียดายว่ะ รู้งี้ขอเบอร์ไว้ก็ดี”
“ขอเบอร์ทำไม มึงจะเรียกน้องมาทายาที่ไข่ให้หรือไง”
“ถ้าใช้ปากทา ก็ได้อยู่” ขอน้ำลายฉ่ำ ๆ มันเสียวดี
“ไอ้จัญไร!”
