บทที่ 9 ตอนที่ 8 ชื่อปริมนะคะ

ตอนที่ 8 ชื่อปริมนะคะ

วันนี้เป็นวันห่าอะไรวะเนี่ย! 

หงุดหงิดไอ้เก้อไม่พอ ต้องมาหงุดหงิดเธอต่ออีก! 

“ใครอนุญาตให้เธอจัดโต๊ะทำงานฉัน?” เขากระแทกถอนหายใจเสียงดัง ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ฉันเห็นมันรกเลยช่วยจัดให้เป็นระเบียบค่ะ” 

“ใครอนุญาต?” 

“ไม่มีค่ะ” ร่างเล็กหลบสายตาตอบเสียงแผ่ว 

“ไม่มีแล้วมายุ่งวุ่นวายทำไม เลขาหน้าห้องไม่บอกหรือไง” เธอจัดเรียงข้าวของรวมถึงเอกสารเป็นระเบียบขนาดนี้ วันนี้กูจะหาของเจอไหม? 

เอกสารที่ต้องเซ็นวันนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แม่งเอ๊ย! 

แล้วปากกาที่ใช้ประจำล่ะ อยู่ไหน หายไปไหนแล้ว? 

“ตอนฉันมา ไม่มีใครอยู่หน้าห้องค่ะ” 

“งั้นเชิญเธอมาหาเอกสารที่ฉันต้องเซ็นวันนี้ กับปากกาที่สลักชื่อฉันไว้เดี๋ยวนี้เลย” เขาผลักเก้าอี้ถอยหลีกทางให้เธอ ช่วยไม่ได้ อยากมาแส่ไม่เข้าเรื่องเองทำไม 

“เอกสารที่ต้องเซ็นวันนี้ ฉันเรียงลำดับความสำคัญไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนปากกา ฉันเก็บใส่กล่องไว้ให้ ก่อนเก็บฉันเช็ดทำความสะอาด เปลี่ยนไส้ปากกาให้แล้ว เวลาคุณหยิบใช้จะได้สะดวกค่ะ” 

“จะทำได้สักกี่วัน” สิรวัฒน์พูดแกมประชด เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเปลี่ยนเลขาบ่อย แทบทุกสามเดือน 

ช่วงทดลองงาน ทำงานดีทุกราย แต่พอผ่านโปรเท่านั้นแหละ ออกลายทันที เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว 

“ถ้าคุณเห็นว่าการที่โต๊ะเป็นระเบียบเรียบร้อยมันสำคัญต่อภาพลักษณ์ของคุณ ฉันสามารถทำให้ได้ทุกวันค่ะ” ร่างเล็กไม่ได้เอ่ยเอาใจ เธอเพียงแค่มาทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากลุงก้องภพเท่านั้น 

“ทำให้ได้ตลอดแล้วกัน” เขาเหน็บเธออีกครั้ง จากนั้นเปิดแฟ้มเอกสารที่ต้องเซ็นและส่งภายในวันนี้ แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นความใส่ใจของคนตรงหน้า..

แทบทุกหน้ากระดาษมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กหลากสีแปะกำกับวันเวลาในการส่ง อีกทั้งยังมีเขียนบอกให้เซ็นตรงนี้ ตรงนี้ และตรงนี้ ในทุกจุดที่ต้องเซ็น ซึ่งทำให้เขาประหยัดเวลาในการเซ็นเอกสารขึ้นมาก จนอดสงสัยไม่ได้ “บริษัทเก่าสอนมาหรือไง” 

“เปล่าค่ะ” 

“?” เปล่า..แล้วทำได้ยังไง? 

“ฉันทำเพื่อความสะดวกของตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน รวมถึงลูกค้าค่ะ” 

“เธอพูดแบบนี้แสดงว่าทำมาตลอด?” 

“ทำทุกครั้งที่มีการตกลงเซ็นสัญญาค่ะ” วิธีนี้กันการเซ็นตกหล่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา 

“ก่อนหน้านี้ทำงานอะไร” 

“นายหน้าอสังหาค่ะ” 

“ทำนานแค่ไหน” 

“เริ่มทำตั้งแต่เรียนค่ะ พอเรียนจบก็หันมาเอาดีด้านนี้จริงจัง” 

“งั้นก็ตรงกับสายงานที่ทำตอนนี้เลยสิ” 

“ตรงค่ะ ค่อนข้างถนัดเลย” หากเป็นงานด้านนี้ เธอสามารถทำได้ตั้งแต่ไปดูทำเลที่ตั้ง จนถึงนัดหมายลูกค้า เตรียมสัญญารอ ถ้าลูกค้าตกลงเซ็นสัญญาภายในวันนั้นเลย เธอก็พร้อมประสานงานต่อให้ทันที 

ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมบริการหลังการขาย 

เธอสามารถแนะนำบริษัทถมดินให้ได้ รวมถึงบริษัทรับตัดต้นไม้ ตัดหญ้า เคลียร์สถานที่ จนไปถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ออกแบบ เธอสามารถแนะนำให้ได้ทั้งหมดหากลูกค้าต้องการ 

และไม่ว่าจะงานเล็ก งานใหญ่ เธอทำได้หมดขอแค่มีงานให้ทำก็พอ 

มีงานก็มีเงิน เธอคิดแบบนี้มาตลอด 

“ต่อไปฉันจะให้เธอไปคุยกับลูกค้า” 

“ยินดีค่ะ แต่ขออนุญาตคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายครั้งนะคะ เพราะการออกไปเจอลูกค้า มันนอกเหนือจากที่ตกลงกับคุณลุงก้องภพไว้ค่ะ” 

“--” กะจะไม่ให้ตัวเองขาดทุนเลยดิ?

“ถ้าคุณสองตกลง..” 

“ไว้ค่อยว่ากัน เดี๋ยวบอกอีกที ตอนนี้ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” เขาปัดมือไล่คนตัวเล็ก 

“คุณสองสามารถเรียกใช้ฉันได้ตลอดเลยนะคะ” 

“แน่ใจ?” 

“ฉันหมายถึง แปดโมงเช้าถึงเที่ยง ไม่รวมพักหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็นค่ะ” 

“ไปซะไป จะไปไหนก็ไป” ผู้หญิงอะไรแม่งเขี้ยวฉิบหาย เขี้ยวยันเวลาพักเลย กูเหลือจะเชื่อ 

“ฉันชื่อปริมนะคะ คุณสองเรียกปริมเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดแนะนำตัว ทำให้อีกฝ่ายเริ่มชักสีหน้า เธอเลยกวนเขาไปอีกหนึ่งประโยค “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ” 

“ออก - ไป” สิรวัฒน์ข่มอารมณ์ไล่ 

“ปริมนะคะ ~” 

“!!!” ยัง ยัง ยังไม่หยุดอีก! 

เหตุผลที่ปวีญามาทำงานที่นี่ก็เพราะลุงก้องภพขอให้มาช่วยงานใครบางคน ถ้าลุงก้องภพไม่ขอเอาไว้ เธอไม่มีทางเสนอหน้ามาให้คนอย่างเขาเห็นหน้าเด็ดขาด 

เขาเกลียดเธอ เธอเองก็เกลียดเขา 

ความจริงแล้วเราควรจะต่างคนต่างอยู่มากกว่า 

ทว่าคนสารเลวอย่างเขาคงไม่ยอมให้ชีวิตเธอกับแม่ และน้อง ได้มีความสุขแน่ ๆ ยิ่งถ้ารังแกเธอไม่ได้ เขาก็คงจะหันไปรังแกน้องเธอแทน 

เขามันเลวไม่มีที่ติ! 

แถมยังปากคอเราะราย ชอบพูดเสียดสี เหน็บแนม ดูถูก ประหนึ่งว่าสมัยวัยเยาว์ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน 

เรื่องเมื่อวานที่เขาแกล้ง และต่อว่า เธอไม่คิดถือสา แต่ถ้ามีโอกาส เธอไม่พลาดเอาคืนแน่นอน วันพระไม่ได้มีหนเดียว 

“เหอะ!”

แก็ก! 

“อะไร?” เปิดประตูออกมาปุ๊บ เหอะปั๊บ คืออะไร เขาแค่จะลงไปบอกให้ลูกน้องไปขับรถกลับมาจอดหน้าบริษัท ไม่ได้จะใช้งานเธอสักหน่อย เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก 

“เปล่าค่ะ พอดีนั่งตรงนี้อากาศมันไม่ค่อยถ่ายเท เลยคันจมูกนิดหน่อย” ตรงนี้ที่เธอหมายถึงก็คือโต๊ะทำงานด้านข้างโต๊ะพี่เลขาที่ตั้งอยู่หน้าห้องทำงานเขา “ว่าแต่..ชุดคุณคุ้นจังเลยค่ะ อาบน้ำหรือยังคะ?” 

“อย่ากวนตีนให้มันมาก” 

“เปล่านะคะ” 

“แล้วอย่าคิดว่าอยู่ที่นี่แล้วฉันจะไม่กล้า คนอย่างฉัน ถ้าอยาก กล้า ทุก ที่” เขาพูดเตือนสติเธอที่กวนประสาทเขาไม่หยุดตั้งแต่ก้าวขาเข้าห้องทำงาน 

“^^” เธอรู้ว่าคนอย่างเขาน่ะกล้า เพราะเขาหน้าด้านอยู่แล้ว 

“ยิ้มอะไร” กูพูดขนาดนี้ยังมีหน้ามายิ้มใส่ บ้าเปล่าวะ 

“ยิ้มตามมารยาทค่ะ” 

“ต่อหน้าฉันไม่ต้องสร้างภาพก็ได้มั้ง ดูก็รู้ว่าปลอม” 

ร่างเล็กมุบมิบปากตามหลังพลางกลอกตามองบน ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 26 ปี เธอยังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนนิสัยเสียเท่าเขาคนนี้เลย 

“แย่” นิสัยแย่มาก แย่จนอยากจับไปส่งโรงพยาบาลบ้าซะให้เข็ด คนอย่างเขาต้องโดนมัดมือมัดเท้า มัดปากด้วยยิ่งดี จะได้เลิกพูดจาทำร้ายความรู้สึกคนอื่นเขาสักที 

“พี่เห็นคุณสองลงไปข้างล่าง มีอะไรหรือเปล่าน้องปริม” เลขาสาวถามน้องพนักงานใหม่ที่คุณก้องภพฝากให้ช่วยดูแล 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่หวาน คุณสองเขาแค่ขาดน้ำตาลเฉย ๆ” ปริมหันหน้าไปพูดกับพี่น้ำหวาน เลขาหน้าห้องของคุณสอง 

“O_O” 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะพี่หวาน” 

“โดนแล้วเหรอ?” น้องปริมเพิ่งมาเริ่มงานเมื่อเช้า อย่าบอกนะว่า..

“คะ?” 

“โดนคุณสองกินหัวแล้วใช่ไหม” 

“เรียบร้อยค่ะ ตรงตามที่พี่หวานบอกเป๊ะ” พี่หวานเตือนเธอแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับโต๊ะทำงานคุณสอง แต่เธอเห็นโต๊ะทำงานรกแล้วขัดใจ เลยจัดการเก็บกวาด เช็ดฝุ่น เรียงเอกสารไว้ให้ ถ้าทำขนาดนี้แล้วยังโดนด่า ต่อไปเชิญทำเองค่ะ ไม่ทำให้แล้ว โต๊ะรกยังไงก็รกอย่างนั้น รกต่อไปค่ะ!

“ทำใจหน่อยนะ คุณสองค่อนข้างเอาแต่ใจนิด..”

“แบบนี้บ้านปริมไม่เรียกนิดค่ะ เรียกว่ามาก มาก ๆ” 

“เถอะน่า ยังไงคุณสองก็เป็นเจ้านายเรานะ” 

“ปริมจะทนเท่าที่ทนไหวแล้วกันค่ะ” 

“อดทนทำไปเถอะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต” 

“จะเป็นบ้าก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้” เธอบ่นพึมพำ เพราะใกล้ชิดเขามากกว่าใคร ลำพังที่เป็นอยู่ก็ถูกเขากลั่นแกล้งสารพัด หรือเธอจะแกล้งบ้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเลยดี? 

แต่ถ้าเธอบ้า เขาต้องหันไปบังคับยัยปรางต่อแน่ ๆ 

ไม่ได้ ไม่ได้ จะใช้วิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด! 

ครั้นจะให้ใช้มารยาหญิงก็ยาก เขาต้องเดาทางออกแน่นอน เฮ้อ! ผู้ชายอะไรเอาใจยากชะมัด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างกับผีเข้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป