บทที่ 1 วิวาห์เลือด!!
เมืองชิงโจว
“อย่านะ อย่าเข้ามานะ"
“อย่ามาทำสะดีดสะดิ้ง มานี่เสียเถอะขอมองหน้าเจ้าก่อนเข้าพิธีเสียหน่อย อย่าหนีสิ”
"ไม่นะ!!"
เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นจากห้องแต่งตัวเจ้าสาวของบุตรชายแม่ทัพใหญ่ในเมืองนามว่า “เหลียงคุน”
เขาคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องอันธพาลในร่างขุนนางใหญ่โต ใช้อำนาจของบิดาที่เป็นแม่ทัพใหญ่ประจำชายแดนกร่างไปทั่วเมืองชิงโจว ปล้นสวาทสตรีเกือบทั้งเมือง แต่เพราะอำนาจล้นมือของแม่ทัพเหลียงฟ่านจึงมิมีผู้ใดกล้าขัดคำสั่ง
“อะไรกัน ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกนะ”
“ลี่ฟางเหยา” บุตรีคนเดียวของเสนาบดี “ลี่เหวินฟง” แห่งเมืองชิงโจวที่ถูกส่งมาแต่งงานกับ “เหลียงคุณ” ชายผู้บ้าตัณหาและขึ้นชื่อเรื่องทำร้ายสตรี เขาบีบคอนางจนนางส่งเสียงไม่ได้และหมดสติลง…….
“น่าเบื่อเสียจริง ให้คนไปเอาน้ำมา สาดให้นางตื่น”
เหลียงคุณเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมหลวมๆและเดินหันออกไป ร่างบางนั้นขยับขึ้นมาอีกครั้ง แต่สายตาที่ฟื้นขึ้นมานั้นกลับเปลี่ยนไป นางไม่ใช่ "ลี่ฟางเหยา" คนเดิมอีกต่อไป
“ได้เวลาแล้ว"
ลี่ฟางเหยาหันไปมองด้านหน้า เหลียงคุณที่อยู่นอกห้องไม่ได้ทันสังเกตนาง ลี่ฟางเหยาฉวยโอกาสนี้ดึงอาวุธที่เก็บเอาไว้และกระโดดขึ้นบนเพดานทันทีพร้อมกับสายตาดุจหมาป่าที่จ้องดูเหยื่ออย่างเงียบๆ ไม่นานนักเหลียงคุณก็เดินกลับเข้ามาในห้อง
“อ้าว หะ หายไปไหนแล้วละ”
ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยสิ่งใดต่อ ประตูด้านหน้าก็ราวกับมีลมพัดให้ปิดใส่หน้าเขาอย่างแรง เหลียงคุณตกใจสุดชีวิตและกำลังจะตะโกนเรียกหาคน
อาวุธลับนับสิบถูกส่งไปเฉือนที่คอของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำรวมทั้งจุดที่ควรเอาไว้ใช้ในการสืบสกุล เลือดแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งห้องแต่งตัวสีเดียวกับม่านของวันส่งตัวเจ้าสาว
ร่างของชายชั่วเหลียงคุณดิ้นพล่านกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เงยหน้ามามองผู้ที่ฆ่าเขาอย่างเลือดเย็น สายตานั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาได้เห็น
“จบสิ้นกันทีกับขุนนางชั่วที่ชอบรังแกสตรี แค่นี้ถือว่าข้าปรานีเจ้ามาแล้วเจ้าคนตัณหากลับ”
ไฟในห้องแต่งตัวดับลงพร้อมกับลี่ฟางเหยาที่เดินกลับไปที่เตียงส่งตัว นางหยิบผ้าแดงที่เปื้อนเลือดนั้นขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องสุดเสียง
“กรี๊ด!!……………..ช่วยด้วย มีคนร้ายฆ่าคน ช่วยด้วย!!…………….”
เสียงนั้นเรียกคนทั้งจวนแม่ทัพวิ่งมายังห้องแต่งตัวทันที นางใช้มีดในมือกรีดไปที่คอเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวลงข้างๆร่างที่ไร้วิญญาณของเหลียงคุณ
“คุณชาย!! แย่แล้ว เร็วเข้า ตามหมอมา ตามท่านแม่ทัพมา คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”
“ข้า…ข้า….”
“เร็วเข้า แจ้งจวนเสนาบดีให้รีบมาดูคุณหนูก่อนเร็วๆเข้า”
“หลีกทางไปให้หมด คุณหนูของข้าอยู่ที่ใด คุณหนู!!”
ชิงฝูรีบวิ่งเข้าไปในห้องพร้อมกับประคองร่างคนที่นางเรียกว่าคุณหนูออกมาให้ห่างจากห้องนั้นทันที
“ว้าย!! ตายแล้ว ยังไม่ทันเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเลย เจ้าบ่าวมาทำอะไรที่นี่
“ข้ายังไม่ทันได้ออกไปเลยเจ้าค่ะ ก็มีคน….”
“ออกมาก่อนเจ้าค่ะท่านหลีกไปนะ ข้าจะพาคุณหนูออกจากห้องกลิ่นคาวเลือดคลุ้งขนาดนี้ คุณหนูข้าทนไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ”
“คุณหนูเจ้าได้รับบาดเจ็บนี่ เจ้ารีบพาคุณหนูไปทำแผลก่อนเถอะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”
“ฟางเหยาลูกพ่อ เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
“ท่านพ่อ!!”
เสนาบดีลี่วิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ ลี่เหวินฟงมิได้ยินยอมที่จะส่งบุตรสาวมาแต่งงานแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะเหลียงคุณเห็นฟางเหยาและเกิดชอบพอจึงได้ให้บิดาของเขามาสู่ขอพร้อมกับใช้อิทธิพลล้อมบิดานางทุกทาง
สุดท้ายเมื่อบิดานางไม่ยอม เขาเลยขู่จะทูลขอราชโองการจากฝ่าบาทมาบีบเพื่อให้สกุลลี่ยอมส่งบุตรสาวมาแต่งงาน แต่ผู้ใดจะคิดว่านี่จะเป็นจุดจบของลูกชายตัวเอง
“ไม่นะ เหลียงคุณ เจ้า….รีบไปดูลูกข้าเร็ว!!”
“ทะ..ท่านแม่ทัพ โปรดหักห้ามใจด้วย คุณชาย….คุณชาย…สะ…สิ้นใจ”
“ไม่!!! เจ้าโกหก เจ้าต้องช่วยเขาสิ ลูกข้าจะตายง่ายๆเช่นนี้ได้อย่างไรกันข้าไม่มีทางเชื่อ ต้องเป็น…ต้องเป็น…”
เขาหันมามองลี่ฟางเหยาที่ถูกพัดวีและทำแผลอยู่อีกด้านหนึ่งและชี้นิ้วใส่นาง
“เป็นนาง นางต้องเป็นคนที่ฆ่าลูกชายข้า จับตัวนางไป!!”
“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ คุณหนูลี่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้จะสู้อะไรคุณชายได้เจ้าคะ ท่านดูก่อนคุณหนูเองก็ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ที่คอยังมีรอยแดงเพราะถูกบีบคออยู่เลยเจ้าค่ะ”
“ทะ…ทางนั้น….คน…คนร้าย…วะ วิ่งออกไป ทางนั้น..เจ้าค่ะ”
แม่ทัพเหลียงเห็นท่าทีที่ซีดเซียวและบาดแผลที่ลำคอของหญิงสาวจึงไม่นึกสงสัยอีก เมื่อเห็นว่านางแทบจะไม่มีแรงแม้แต่จะพูด
ใช่ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องของบุตรีเสนาบดีลี่ผู้นี่ ที่ทั้งอ่อนแอและไม่เคยออกมาพบหน้าผู้คนเพราะนางมีสุขภาพที่อ่อนแอจึงไม่ค่อยออกงานสังคม นางจะฆ่าคนได้อย่างไร เมื่อเห็นนางชี้มือที่แทบจะไร้เรียวแรงนั่นตาเขาเบิกกว้างอีกครั้งและรีบหันไปสั่งคน
“รีบตามมันไปเร็วเข้า!!”
“คุณหนู ท่านไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ”
แม่สื่อที่ยังดูแลนางอยู่หันมาถาม บาดแผลที่คอนางแม้จะไม่ลึกมากแต่ก็เห็นเด่นชัด
“เจ้าพาคุณหนูเจ้าไปทำแผลด้านในก่อนเถอะ”
“ท่านพ่อ ข้าอยากกลับบ้าน”
“ได้สิฟางเหยา กลับบ้านเรากันเถอะนะ”
“ท่านเสนาบดี แต่ว่า…”
“ท่านแม่ทัพ!! บุตรสาวข้าเกือบต้องตายเพราะศัตรูของบุตรชายท่านเช่นนี้ การแต่งงานครั้งนี้ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นเถอะ วันนี้หากว่าบุตรสาวข้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะไม่ไว้หน้าจวนสกุลเหลียงอย่างแน่นอน”
“แต่ว่า…”
“พวกเรา กลับ!!”
ครั้งนี้เสนาบดีลี่ไม่ยอมฟัง เขาถึงกับกล้าขึ้นเสียงกับแม่ทัพเหลียงที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำมาก่อน แม้ว่าแม่ทัพเหลียงผู้นี้จะมากด้วยผลงาน แต่ก็อารมณ์ร้ายและตามใจบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนผู้นี้เป็นที่สุด
เขาถึงกับปิดหูปิดตาเวลาที่บุตรชายกระทำความผิด ฉุดคร่าหญิงสาวเพื่อความสนุกและสนองตัณหาของตนเอง และให้เงินฟาดหัวให้กับครอบครัวที่มาฟ้องร้อง แต่ครานี้ บุตรชายเขาไม่มีโอกาสได้ทำชั่วเช่นนั้นอีกแล้ว
“ท่านเสนาบดีลี่ ข้าจะ…ไปขอโทษท่านในภายหลัง”
“ไม่ต้องหรอก ให้มันจบเพียงเท่านี้เถอะ”
ลี่ฟางเหยาลุกขึ้นพร้อมกับเหยียดยิ้มที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยสักคนออกมา นางเดินออกมาพร้อมกับบิดาและสาวใช้ในจวนเสนาบดี ทั้งหมดขึ้นรถม้าและกลับไปที่จวนทันที
จวนเสนาบดี
“ให้คุณหนูพักผ่อนมากๆและอย่าให้ผู้ใดรบกวนนาง”
“เจ้าค่ะนายท่าน”
เสนาบดีลี่เดินออกไปแล้ว ชิงฝูปิดประตูและลงกลอนทันที ด้านในห้องนั้น ลี่ฟางเหยายืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง
“ท่านพ่อกลับไปแล้วงั้นหรือ”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“มีจดหมายหรือไม่”
“มีเจ้าค่ะ”
ชิงฝูยื่นจดหมายให้ฟางเหยา นางคลี่ออกและอ่านอย่างรวดเร็ว
“จวนสกุลเหลียง จบสิ้นกันเสียที”
“คุณหนู ครั้งนี้ท่านลงมือรุนแรงไปหรือไม่เจ้าคะ เหตุใดต้องทำให้ตัวเองบาดเจ็บด้วยเจ้าคะ ดูสิแผลนี่คงอีกหลายวันกว่าจะหาย”
“หากข้าไม่บาดเจ็บเลยคงเป็นที่น่าสงสัย และเจ้าพูดถูก บาดแผลนี่ ต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด”
