บทที่ 5 กักตัวกับอาจารย์หยาง

เจาเนี่ยเฟยเดินก้าวออกมา ลี่ฟางเหยาเองก็พร้อมสู้ แต่ทว่านางเห็นบางคนเดินเข้ามา…

“เพี๊ยะ!!”

“ว๊าย!! ฟางเหยา เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ เจาเนี่ยเฟยนี่มันจะเกินไปหน่อยหรือไม่”

ฟางเหยาล้มลงทันทีเมื่อถูกเนี่ยเฟยตบ ฟางเหยากัดมุมปากตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้มีแผลเลือดออกและหันกลับมาและเริ่มมีน้ำตาปริ่มออกมา

“นี่มันเกินไปหน่อยหรือไม่ นางยังไม่ทันได้เอ่ยว่าผู้ใดเลย”

“แม่นางผู้นั้นร้ายกาจเกินไปแล้ว”

“หรือว่าที่นางไม่อาบน้ำและสกปรกนั่นเป็นความจริง ทำไมถึงโกรธเช่นนั้นเล่า”

“แย่ละ ข้าพักห้องเดียวกับนาง ข้าไปขอเปลี่ยนห้องดีหรือไม่ ข้ารู้สึกขยะแขยง”

“ข้าด้วย ข้าก็ไม่อยากอยู่ วันไหนนางลุกขึ้นมาหาเรื่องข้าจะทำอย่างไร”

ฟางเหยาหันมา น้ำตาไหลราวกับสั่งได้หันมามองหน้าเนี่ยเฟยทั้งๆ ที่เลือดไหลมุมปาก

“ข้าก็แค่ไม่อยากมีเรื่องและจะไปที่อื่น เหตุใดเจ้าต้องลงไม้ลงมือกับข้าเช่นนี้เนี่ยเฟย เจ้า….”

“ฟางเหยาอย่าพึ่งพูด เจ้าหลีกไปนะหากกล้าเข้าใกล้ฟางเหยาอีกอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจเจ้า!!”

“แต่ว่า..ข้าก็แค่…ข้าแค่ตบเบาๆ เหตุใด…”

“ตบเบาๆ แล้วนางจะมีแผลเช่นนี้ได้อย่างไร!!”

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่!!”

เสียงดังของบุรุษหนุ่มเดินเข้ามา “หยางเฟิ่งหยวน” เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไกลๆ แต่แรกแต่เขาอยากดูให้แน่ใจก่อน เมื่อพวกนางเริ่มลงมือเขาจึงขยับเข้ามาใกล้"

“พี่เฟิ่งหยวน….”

“ท่านหญิง ที่นี่ข้าคืออาจารย์หยาง เรียกให้ถูกมิเช่นนั้นข้าจะสั่งให้เจ้าคัดกฎระเบียบสำนักศึกษานี้สองร้อยจบ”

“ข้า…อาจารย์หยางตักเตือนถูกแล้ว ศิษย์ไม่ระวังเองเจ้าค่ะ”

เขาเดินเลยนางมายังฟางเหยาที่มีเป่าเป้ยพยุงขึ้นมา เฟิ่งหยวนเห็นนางเช็ดน้ำตาและแผลที่ริมฝีปากพร้อมกับหันไปมองเจาเนี่ยเฟยที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ

“อาจารย์เจ้าคะ ข้า…ข้ามิได้ตบนางแรงขนาดนั้น”

“มาเรียนวันแรกพวกเจ้าก็ก่อเรื่องแล้วงั้นหรือ”

“นางมาว่าข้าว่า….”

“หุบปาก!! เจ้ายังไม่สำนึกเลยสักนิดงั้นหรือ”

“อาจารย์ ข้า….”

“เนี่ยเฟย พวกเราคุยกันอยู่ดีๆ เป็นเจ้าที่พูดหาเรื่องพวกเราก่อน มาตอนนี้เจ้ายังจะมาเรียกร้องอะไร เจ้าลงมือตบนางจนบาดเจ็บทั้งๆ ที่เจ้าก็รู้ว่านางอ่อนแอมาแต่เด็ก”

อ่อนแองั้นหรือ สายตาของหยางเฟิ่งหยวนมองไปยังฟางเหยาที่พยายามหลบตาเขาแต่เขาก็ยังจ้องนางไม่หยุด

“อาจารย์หยาง เรื่องนี้พวกข้า….”

“ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าพานางไปทำแผลก่อน แล้วพานางมาพบข้าที่หน้าหอคัมภีร์ รวมถึงพวกเจ้าด้วย”

เขามองนางอีกชั่วครู่และเดินไปพร้อมกับข้อสงสัยมากมายแต่ไม่ได้พูดออกมา เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็จริง แม้ว่ามันจะไกลแต่สายตานั่นเขาไม่มีทางมองพลาด เขาแน่ใจว่านางเห็นเขาก่อนหน้าที่จะถูกตบแน่นอน แต่นางเลือกจะเจ็บตัว ทั้งๆ ที่สายตาที่หาเรื่องของลี่ฟางเหยานั้นพร้อมจะฆ่าคนได้ด้วยซ้ำ

“ข้ามองผิดงั้นหรือ หึ เจ้านี่น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เลยนะลี่ฟางเหยา”

ห้องรักษา

“โอ๊ย เป่าเป้ย นี่เจ้าแน่ใจว่าอยากทำแผลไม่ใช่เพิ่มแผลให้ข้านะ”

“คนดีเจ้าก็อยู่เฉยๆ ก่อนสิ ข้าละอยากฟาดหน้านางกลับสักสองสามที เหตุใดตาเฒ่าหยางนั่นจึงรีบเดินมาเร็วนักนะ เสียดายจริงๆ”

“เจ้าเรียกเขาว่าอะไรนะ ฮ่าๆ เป่าเป้ย เขาอายุยังไม่มากเลยนะ”

“แต่เจ้าดูท่าทีของเขาสิ ทั้งการวางตัว ทั้งทำท่าราวกับเป็นรูปปั้น ก็ไม่เถียงหรอกนะที่หล่อเหลาราวเทพเซียนแต่ก็ไม่ต้องทำท่าคงแก่เรียนขนาดนั้นก็ได้ นี่เขาคงไม่คิดจะทำโทษเจ้าด้วยหรอกนะ”

“เฮ้อ…อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ข้าไปก่อนนะ”

“ข้าไปด้วยสิ ไม่ต้องห่วงข้าจะไปรอเจ้าหน้าห้อง”

“เป่าเป้ยของข้าน่ารักที่สุดเลย”

“ไม่ต้องเลย เจ้านี่นะหาเรื่องเจ็บตัวตั้งแต่วันแรก ตอนนี้ท่านหญิงนั่นจ้องมองเจ้าแล้ว จากนี้พวกเราคงต้องระวังมากขึ้นแล้วละ”

“เฮ้อ…ขอให้ผ่านตาเฒ่าหยางไปได้ก่อนก็แล้วกัน เรื่องอื่นเอาไว้วันหลังเถอะ”

“เจ้าพึ่งท้วงข้าเองนะ ไม่ทันไรก็…”

""ฮ่าๆๆ""

เสียงหัวเราะยังดังอยู่ระหว่างที่พวกนางเดินไปที่หอคัมภีร์ตามคำสั่งที่อาจารย์หยางสั่ง เมื่อถึงด้านหน้าก็พบว่าท่านหญิงจ้าวและพวกของเนี่ยเฟยมารออยู่ก่อนแล้ว

“ข้าละไม่อยากเจอพวกนางเลยจริงๆ”

“ใจเย็นๆ ก่อนเป่าเป้ย เราต้องไม่ก่อเรื่องเพิ่มนะคนดี”

“ข้าละคันไม้คันมือ”

“นิ่งไว้ๆ”

“เฮอะ คนบางคนนี่นอกจากไม่มีมารยาทแล้วยังไม่รู้จักรักษาเวลาเอาเสียเลยนะ”

“เป่าเป้ย เหตุใดข้าถึงได้ยินเสียงสุนัขแว่วมาอีกแล้วเล่า”

“ลี่ฟางเหยา นี่เจ้า!!”

ฟางเหยาหันไปมองและทำหน้าตากวนประสาทเนี่ยเฟยอีกครั้ง และไม่ทันได้ตอบโต้กันนางก็ได้ยินเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยเสียงเหยียดๆ ทุ้มต่ำกว่าเสียงที่แหลมพุ่งของเจาเนี่ยเฟย

“พวกคนชั้นต่ำ!!”

ลี่ฟางเหยาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ท่านหญิงจ้าวลู่อิน ไม่นึกว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากนางที่เป็นถึงท่านหญิงที่แต่งตั้งโดยฮ่องเต้ เป่าเป้ยดึงแขนลี่ฟางเหยาที่ตัวสั่นตั้งแต่หัวจรดเท้าให้นิ่งไว้และเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“พวกเจ้ามาครบแล้วหรือยัง”

หยางเฟิ่งหยวนเดินเข้ามาด้านหลัง เขาเองก็สังเกตเห็นฟางเหยาที่สั่นและกัดกรามแน่น มือนั้นกำหมัดแน่นตาเกร็งมองไปยังจ้าวลู่อินราวกับจะทุบให้แหลกคาตา ซึ่งในตอนนี้นางหันไปยิ้มให้กับหยางเฟิ่งหยวนแล้ว

“มาถึงนานแล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์”

“ดี พวกเจ้าถูกลงโทษให้ไปล้างห้องน้ำเจ็ดวัน เริ่มวันนี้เลยไปได้แล้ว”

สีหน้ายิ้มนั้นหุบลงทันที นางเป็นถึงท่านหญิงแต่ถูกสั่งให้ล้างห้องน้ำงั้นหรือ

“แต่ว่า พี่….เอ่อ…อาจารย์เจ้าคะ แล้ว….ลี่ฟางเหยาเล่าเจ้าคะ นางก็ก่อเรื่อง”

“ใช่ นางก็ต้องถูกทำโทษเช่นกัน แต่พวกเจ้าเป็นฝ่ายลงมือก่อน ดังนั้นโทษนั่นก็สมควรแล้ว ไปกันได้แล้ว”

“พี่เฟิ่งหยวน”

“จ้าวลู่อิน!! ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้งเดียว ที่นี่ข้าเป็นอาจารย์สำนักศึกษา หากว่าเจ้ายังเรียกผิดอีกครั้ง ข้าจำเป็นจะต้องส่งตัวเจ้ากลับ เจ้าเลือกเอาว่าจะถูกทำโทษ หรือกลับไปเก็บของแล้วกลับจวนสกุลจ้าวของเจ้า!!”

“ท่านหญิง ไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ท่านหญิง”

จ้าวลู่อินหันมามองหน้าของฟางเหยาที่ยังจ้องมองนางเอาเป็นเอาตายอยู่ นางจ้องกลับไปแต่สายตานั้นทำเอานางเริ่มหวาดกลัวจนต้องหลบไปพร้อมกับเนี่ยเฟย

“ส่วนเจ้า ตามข้ามานี่”

เป่าเป้ยยอมปล่อยมือฟางเหยาและยืนรอด้านนอก เขาเดินนำนางเข้ามายังหอคัมภีร์ และเดินไปจนสุดทาง และหันกลับมามองนางอีกครั้ง ฟางเหยาที่ยังไม่คลายอารมณ์โกรธเมื่อครู่ไม่ได้มองหน้าเขา

“เจ้าอยู่ในนี้ คัดคัมภีร์สงบใจไปสองร้อยจบ”

“ข้าอยากกลับบ้าน”

“เสียใจด้วยนะลี่ฟางเหยาเมื่อเจ้าตัดสินใจจะเดินก้าวเข้ามาที่นี่ เจ้าก็เป็นนักเรียนของข้าและจะกลับออกไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าสำเร็จการศึกษาแล้วเท่านั้น”

“เมื่อครู่ท่านยังยอมให้ท่านหญิงผู้นั้นกลับเลยมิใช่หรือ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป