บทที่ 8 จูบเร่าร้อน
“เป่าเป้ย ข้าจะโกรธจริงๆแล้วนะ”
“ก็ได้ๆ ข้าไม่พูดแล้วไปกันเถอะ เสร็จแล้วก็เอาของไปเก็บแล้วไปหาข้าวกินกันเถอะข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”
พวกนางพากันไปกินข้าวที่ห้องอาหารของสำนักศึกษาซึ่งท่านหญิงจ้าวลู่อินและเจาเนี่ยเฟยนั่งกินอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อพวกนางเข้าไปถึง ฟางเหยาและเป่าเป้ยจึงพยายามหาที่นั่งที่ห่างจากพวกนางให้มากที่สุดเพราะไม่อยากมีเรื่อง
“ท่านหญิง พวกนางมาแล้ว”
“ข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริงแค่ไหน”
“เพื่อนของข้าบอกว่าอาจารย์หยางสั่งให้นางเดินตามไปหลังจากพวกเราเดินออกจากห้องมาเจ้าค่ะ เห็นว่านางกับอาจารย์หยางเข้าไปในห้องของอาจารย์หยางสองคน”
“นังแพศยาไร้ยางอาย”
“ท่านหญิง ท่านจะทำอย่างไรต่อ เข้าไปจัดการนางเลยดีหรือไม่”
“ไม่ วิธีของเจ้ามันไม่เคยได้ผล เจ้าก็เห็นผลลัพธ์มิใช่หรือครั้งนี้อยู่เฉยๆไปเถอะ ใช้กำลังไม่ใช้ความคิดเอาชนะคนเช่นนางไม่ได้หรอก ครั้งนี้ให้ข้าจัดการเอง”
เจาเนี่ยเฟยนิ่งไปทันที นี่ท่านหญิงราวกับหลอกด่าว่านางไม่มีความคิด ทำสิ่งใดก็พลาดเสมอ จ้าวลู่อินไม่เหมือนนาง แม้ว่าจะไม่เคยออกหน้าให้มีเรื่องแต่ก็เป็นพวกชอบยุให้ผู้อื่นมีเรื่องกันด้วยคำพูดนิ่มๆ ซึ่งพวกนางก็มักจะหลงกลเพราะนางเป็นถึงท่านหญิง
“เฮ้อ กินข้าวอร่อยมากขึ้นมาหน่อย พวกนางคงไม่กล้ามาหาเรื่องเราไปอีกนาน”
“ต่างคนต่างอยู่ก็ดีแล้วละ รีบกินเถอะ เห็นว่าหลังเขาเป็นน้ำตกและมีบ่อน้ำพุร้อนกับเย็น ข้าอยากไปเดินเล่น”
“ไม่เอาแล้ว ข้าอยากกลับไปพักผ่อนเจ้าไปคนเดียวเถอะ”
“อืม ถ้างั้นเจ้าก็กลับไปก่อน อ้อ ข้าฝากเอายาไปเก็บให้ด้วย”
“ได้ เจ้าก็ระวังหน่อยนะ นี่ก็ค่ำแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงน่าข้าจะรีบกลับ”
พวกนางเดินแยกกันไปเป่าเป้ยเดินถือยาและกลับไปที่ห้องพักส่วนฟางเหยาเดินไปที่ด้านหลังเขา นางเดินเข้าไปเรื่อยๆและพบลานก่อนถึงน้ำตก ถัดไปเป็นป่าไผ่
“ที่นี่เหมาะกับการฝึกวิชาจริงๆ ทั้งเงียบทั้งเย็นสบาย”
นางเดินไปเรื่อยๆจนถึงธารน้ำตกด้านใน ไอร้อนคงมาจากบ่อน้ำพุร้อนนางจึงรีบเดินเข้าไปดู
“โอ้โห สวยกว่าที่คิดมากเลย ไหนๆก็มาแล้ว…..อาบน้ำที่นี่เลยก็แล้วกัน”
ที่นี่มิใช่สถานที่ต้องห้าม และไม่ได้มีกฎใดบอกว่าห้ามให้มาอาบน้ำหรือฝึกวิชาที่นี่ ในเวลานี้นักเรียนแต่ละคนก็เข้าไปยังห้องพักกันแล้วเพื่อเตรียมอาบน้ำและเข้านอน
ฟางเหยาค่อยๆถอดชุดออกและเดินตัวเปลือยเปล่าลงไปแช่น้ำอุ่นที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาตินั้นทันที
“สบายจริงๆ”
เสียงไผ่ลู่ลมยิ่งทำให้จิตใจนางสงบลง นางหลับตาลงพร้อมกับปล่อยใจให้เพลิดเพลินกับการแช่อ่างน้ำร้อนโดยไม่ทันระวังตัวแต่อย่างใด ฝีเท้าหนึ่งวิ่งมาทางนี้ นางยังไม่ได้ยินเพราะมองไปยังน้ำตกด้านล่าง เสียงน้ำตกนั้นกลบเสียงด้านหน้า
“ข้าเห็นว่ามันไปทางนี้”
“ตามไป มันเข้ามาขโมย “สิ่งนั้น” เป็นแน่”
“แยกกันตามหา”
บุรุษหนุ่มนั้นวิ่งมาจนสุดทางและเมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนีจึงรีบปลดชุดออกและทิ้งชุดสีดำลงไปที่น้ำตก เขาเปลือยกายลงและพุ่งตัวลงไปที่บ่อน้ำพุร้อนทันทีและเมื่อเดินลงไปเพื่อจะซ่อนตัวกลับเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
“แย่แล้ว!!”
“มันไปทางนั้นแน่”
“แต่ตรงนั้นเป็นบ่อน้ำพุ มันไม่น่าจะมาทางนี้"
“ตามไปดูก็รู้”
ฟางเหยาหันมาและต้องตกใจเมื่อเห็นภาพบุรุษหนุ่มที่เปลือยกายอยู่เบื้องหน้า แม้ว่าจะแค่ครึ่งตัวแต่แผงอกกว้างขาวสะอาดนั้นทำเอานางตกใจแต่ผู้ที่อยู่ตรงหน้านางในตอนนี้นั้น
“อา…อาจารย์หยาง!!”
“เงียบก่อน มีคนกำลังมา!!”
เขาพุ่งตัวเข้ามาโอบรัดนางเอาไว้และพานางไปซ่อนตัวหลังโขดหิน ฟางเหยาไม่คิดว่าจะมาพบเขาในเวลาแบบนี้ หรือเขาก็จะมาอาบน้ำเช่นกัน
“ท่านปล่อยข้านะ”
“เจ้าเงียบก่อนสักประเดี๋ยว”
“แต่ว่าข้า…”
“เงียบก่อน”
เสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ นางยังไม่ยอมเงียบ เสียงน้ำดังขึ้นเรื่อยๆเขาไม่มีทางเลือกจึงจับนางที่เปลือยเปล่าหันมา
“ขออภัย ล่วงเกินเจ้าแล้ว”
“ท่านจะ…”
ริมฝีปากของเขาประทับลงมาที่ปากนางทันที เสียงตีน้ำหยุดลงทันที ทุกอย่างอยู่ในความเงียบทันทีแต่นางยังพยายามดันตัวเองออกจากเขา แต่เฟิ่งหยวนแรงมากกว่านางมากนั้น
เขากอดรัดตัวนางจนนางไม่สามารถขยับตัวได้เลย เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้า พวกเขามองไม่เห็นทั้งคู่ หยางเฟิ่งหยวนดึงนางเข้ามาแนบชิดตัวมากยิ่งขึ้นเพื่อให้โขดหินนั้นบดบังทั้งคู่ได้จนมิดตัวไม่เป็นที่สังเกต
“ที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อน เป็นเขตของสำนักศึกษามันไม่มาทางนี้หรอก”
“ไปค้นดูที่อื่น ข้าไม่เชื่อว่ามันจะหนีไปได้ไกล”
ฟางเหยาไม่ได้ยินเสียงที่คุยกันอยู่เลยสักนิด บัดนี้นางหูอื้อตาลายไปกับสัมผัสจากจูบของคนตรงหน้า กายกำยำที่เบียดเข้ามาจนนางขยับไปไหนไม่ได้อีกทั้งปากที่ขยับเล็กน้อยนั้นทำให้นางเริ่มหายใจติดขัด
มือหนาจับคางนางเพื่อให้รับสัมผัสจากปากเขาอีกครั้ง นางไม่อาจหนีได้อีกแล้ว แขนนางเริ่มโอบกอดเขาปล่อยให้เขานำทางนางอย่างเต็มใจ ที่จริงแล้วนางกำลังจะหมดแรงต่างหากเพราะไม่เคยถูกผู้ใดล่วงเกินเช่นนี้มาก่อน
“ลี่…ฟางเหยา ขออภัย”
“ท่าน….”
เขายอมปล่อยนางแล้วและหันหลังให้ทันที
“ขออภัย ล่วงเกินเจ้าหนักแล้วข้าไม่คิดว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้”
ฟางเหยาคิดสิ่งใดไม่ออกนึกอะไรไม่ออกและพูดไม่ออกเช่นกัน นางนิ่งไปและเมื่อสติกลับคืนมาก็นึกได้ว่านางเปลือยกายอยู่ในสระจึงรีบหดตัวลงในน้ำจนเหลือเพียงคอและหันหลังให้เขาทันที
“ท่าน ท่านๆๆ มาทำอะไรที่นี่”
“ข้า…ออกมาตามคนร้าย แล้วหลงเข้ามา ขอโทษเจ้าด้วย ขะ…ข้าขอตัวก่อน”
เขากระโดดขึ้นจากสระน้ำและคว้าชุดที่ซ่อนเอาไว้มาสวม พลันหันไปมองข้างๆจึงได้เห็นชุดที่นางถอดเอาไว้ รวมถึงชุดชั้นในของนางด้วย หน้าเขาร้อนผ่าวขึ้นทันที เช่นนั้นนางก็…ไม่ได้สวมสิ่งใดเลยนะสิ
“ข้า!! ขออภัยฟางเหยา ข้า..ไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินเจ้า”
“ท่านออกไปนะ!! ข้า..ข้ายังไม่อยากเห็นหน้าท่าน”
“แต่ว่าในเวลานี้…”
“ออกไปก่อน ข้าขอร้อง!!”
เสียงนางเริ่มสั่นเครือ หยางเฟิ่งหยวนอยากกล่าวขอโทษนางแต่เขากลับพูดไม่ออกเลยทำได้เพียงคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาสวมและเดินออกจากที่นั่นไปทันที ฟางเหยาหลับตาลงพร้อมกับตีไปที่หน้าผากตัวเองและต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บเพราะนางลืมไปว่ายังมีบาดแผลอยู่
“ให้ตายเถอะ ซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรเช่นนี้นะ ตาเฒ่าหยางมาทำอะไรที่นี่ แล้วยัง….ฮึ๊ยย!!!! เจ็บใจนัก!!”
นางโมโหเมื่อนึกถึงจูบแรกที่เสียไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่โมโหมิใช่โกรธที่หยางเฟิ่งหยวนจูบ แต่กลับโมโหตัวเองที่ยินยอมให้เขาทำ ที่จริงนางควรต้องดันตัวออกห่าง แต่นี่กลับ…..
“โธ่เว้ย ซวยชะมัด!!”
นางสบถออกมาด้วยเสียงที่ดังก่อนจะค่อยๆขึ้นมาแล้วรีบแต่งตัวเพื่อจะเดินกลับไปที่หอพักของตนเอง นางเดินผ่านป่าไผ่ที่ก่อนหน้านี้เดินเข้ามาแต่บรรยากาศไม่ได้วังเวงถึงเพียงนี้
นางเดินต่อไปเรื่อยๆและเริ่มรู้สึกว่ามีคนเดินตามมา นางแสร้งทำไม่สนใจและเริ่มหันกลับไปและซัดฝ่ามือใส่ผู้ที่ติดตามทันที
กระบวนท่านางถูกเขารับไว้ได้ หรือว่าจะเป็นคนร้ายที่พวกเขาตามหาอยู่ ดีละวันนี้นางจะได้ช่วยพวกอาจารย์จับโจร นางออกกระบวนท่าไปหลายท่าแต่เขากลับรับได้หมด
“ลี่ฟางเหยา หยุดก่อนนี่ข้าเอง”
