บทที่ 10 มารผจญ

พอพักเที่ยงสโรชาก็มาทานข้าวกับโตมรที่ร้านอาหารของปัทมา เพื่อจะปรึกษาเรื่องที่เธอตกลงจะไปเป็นแม่บ้านให้กับรามีน

“เจ้ตั้ม ยัยปัท เย็นนี้ฉันจะไปทำงานเป็นแม่บ้านให้คุณรามีนอ่ะ ฉันจะอ่อยเขายังไงดีอ่ะ” สโรชาเอ่ยถามออกไปก็ตักอาหารทานต่อหน้าตาเฉย แต่โตมรกับปัทมาถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยินที่สโรชาบอก

“จริงอะยัยเอย แกเนี่ยนะจะไปเป็นแม่บ้าน”  ปัทมาถามออกไปอย่างไม่เชื่อ เพราะสโรชาขนาดจะซักผ้ายังส่งซักเลยยิ่งเป็นทำอาหารนี่ไม่ต้องพูดถึงแค่ทอดไข่ก็ไหม้แล้ว

“ใช่ ตอนนี้ฉันต้องรุกให้หนักแล้วล่ะ คุณรามีนเขาไม่มีทีท่าชอบฉันเลยอะแก” สโรชาเอ่ยออกไป

“เจ้ว่าแค่แกได้เข้าไปที่บ้านคุณรามีนเขาอะนะก็เริ่ดแล้วย่ะ เรื่องอ่อยแกก็คิดเองได้น่าแต่แกคิดเรื่องที่ต้องทำที่บ้านเขาก่อนเถอะย่ะ แกทำอาหารเป็นรึไงยัยเอย”  โตมรเอ่ยบอกไปตามความคิดตัวเอง

“ไม่อ่ะ แต่เดี๋ยวซื้อเอาก็ได้นี่เจ้ ไม่เห็นจะยากเลย” สโรชาพูดบอกออกไป

“อ่าวพี่เต มาได้ไงเนี่ย” ปัทมาเอ่ยถาม เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองเดินเข้ามาในร้านอาหาร

“พอดีพี่มาแถวนี้น่ะ น้องเอยล่ะครับยังไม่กลับเชียงใหม่หรอ”  เตวิชบอกน้องสาวออกไป ก็รีบหันมาถามสโรชาทันที เพราะเขาแอบชอบเธอมานาน

“อ่อยังค่ะ เอยขอทำงานเล่นๆสักพักก่อนน่ะค่ะ” สโรชาเอ่ยออกไป แล้วยิ้มแห้งๆเพราะเตวิชนั้นตามจีบตามรุกเธอมาหลายปีจนเธอไม่กล้าสู้หน้าเขาแล้ว

“ทำที่ไหนหรอครับ พี่จะได้มาหาบ่อยๆ ยัยปัทก็ไม่บอกพี่สักคำเลยนะว่าน้องเอยมาทำงานแถวนี้” เตวิชเอ่ยบอกก็เข้าไปนั่งข้างๆสโรชาทันที

“ไม่ต้องมาหาบ่อยก็ได้ค่ะ พอดีเจ้านายเอยเขาดุน่ะค่ะ” สโรชาปฏิเสธออกไป แล้วเขยิบตัวหนีเบาๆ

“งั้นหรอ งั้นต่อไปพี่คงต้องมาฝากท้องที่ร้านยัยปัทรอน้องเอยซะแล้ว”  เตวิชบอกออกไป แล้วเอามือโอบไหล่ของสโรชาอย่างเนียนๆ

ทั้งสามคนก็ได้แต่ทำหน้าอึ้งๆ เพราะไม่รู้จะบอกเตวิชยังไง เพราะเขาก็เป็นพี่ชายของปัทมา

“เจ้ว่าป่านนี้คุณรามีนคงรอทานข้าวแล้ว เรากลับกันดีกว่าเนอะ”  โตมรตัดสินใจพูดโกหกออกไป แล้วขยิบตาให้กับสโรชา

“อ่อๆ ใช่ค่ะลืมเลยอ่ะมัวแต่เม้าท์ ขอตัวก่อนนะคะพี่เตพอดีเอยต้องไปซื้อข้าวให้เจ้านายอ่ะค่ะ” สโรชาเอ่ยบอกก็รีบลุกเก็บของทันที

“แล้วเจอกันครับน้องเอย”  เตวิชบอกออกไปแล้วยิ้มให้กับสาวที่เขาแอบชอบ จากนั้นสโรชาและโตมรก็พากันออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

“จะมาทำไมไม่บอกปัทก่อนคะพี่เต”  พอเพื่อนทั้งสองออกไป ปัทมาก็เอ่ยถามพี่ชาย

“ถ้าบอกพี่จะได้เจอน้องเอยหรอ”  เตวิชบอกออกไป เพราะเขารู้ว่าน้องสาวแอบกีดกันเขาไม่ให้จีบสโรชา

“ปัทว่าพี่ไปจีบคนอื่นเถอะค่ะ ถ้ายัยเอยมันชอบพี่มันก็เป็นแฟนพี่นานแล้วล่ะค่ะ” ปัทมาเอ่ยบอกออกไปเป็นครั้งที่ร้อย เพราะพูดยังไงพี่ชายก็ยังคงตื้อเพื่อนสาวของเธอ

“ไม่ พี่ชอบน้องเอย ถ้าแกไม่ช่วยพี่ก็อย่ามาขวางยัยปัท” เตวิชเอ่ยบอกและหยิบซองสีน้ำตาลของ สโรชาที่ลืมไว้เมื่อกี้เดินออกไป คอยดูนะเขาจะมาทุกวันเลย ยังไงสโรชาต้องใจอ่อนสักวัน

“เฮ้อ เสียใจก็อย่ามาว่าน้องละกัน”  ปัทมาบอกออกไปอย่างปลงๆ

“ยัยเอย ฉันว่างานนี้แกวุ่นแน่ ไอ้พี่เตรู้แล้วว่าแกทำงานที่นี่เขาต้องตามตื้อแกแน่ๆ”  โตมรเอ่ยขณะเดินเข้าบริษัทมาด้วยกัน

“ทำไงดีอะเจ้ คุณรามีนก็ยังไม่คืบหน้า ต้องมาเจอตัวป่วนอีก แล้วชาตินี้เอยจะได้สามีกับเขาไหมเนี่ย”  สโรชาเอ่ยพูดออกไป แล้วทำหน้าเซ็งๆ

“งั้นแกก็เลือกพี่เตสิยะ เขาเต็มใจเป็นสามีแกออกยัยเอย แกจะได้เป็นคุณนายสารวัตรเลยนะ ฮ่าๆ” โตมรเอ่ยแซวเมื่อเดินมาหยุดหน้าลิฟต์ โดยไม่ได้สังเกตว่าประตูลิฟต์ที่เปิดออกมีร่างของรามีนและชานนอยู่ข้างใน

รามีนที่ลงลิฟต์มาพร้อมกันชานนก็ได้ยินประโยคที่โตมรพูดออกมาทั้งหมดแต่ก็แกล้งทำหน้านิ่ง

สโรชาจะตอบแต่สายตาก็เห็นรามีนและชานนซะก่อนจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป

“คุณนายสารวัตรอะไรกันหรอครับ น้องเอยมีแฟนแล้วหรอเนี่ยแบบนี้พี่ก๊อกหักสิครับ” ชานนเอ่ยถามขณะเดินออกจากลิฟต์

“อ่อเปล่าค่ะ คือเอยแค่พูดแซวกันเล่นๆน่ะค่ะ ใช่ไหมคะเจ้”  สโรชาเอ่ยแก้ตัวออกไป แล้วหันไปหาโตมรแล้วขยิบตาให้

“อ่อๆ ใช่ค่ะ แซวกันเล่นๆน่ะค่ะ” โตมรเอ่ยบอกออกไปแล้วยิ้มแห้งๆ เมื่อเจอสีหน้าของรามีนที่มึนตึงอยู่

“จะคุยกันอีกนานไหม”  รามีนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนไม่พอใจ

จนทั้งสามยิ้มให้กันแห้งๆ

“น้องเอยครับ พี่เอานี่มาให้เห็นน้องเอยรีบออกมา พี่ก็เลยเอามาให้” เตวิชวิ่งเข้ามาหาแล้วยื่นซองกระดาษให้กับสโรชาด้วยแววตาหวานซึ้ง

“อ่อ ขอบคุณนะคะพี่เต” สโรชาเอ่ยบอกออกไป แล้วมองที่รามีนที่ทำหน้าเฉยชาอยู่

“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจเอามาให้น้องเอย”  เตวิชพูดออกไปแล้วยิ้มไปด้วย

รามีนที่แลมองตำรวจที่เข้ามาหาสโรชา แล้วเขาก็รู้สึกไม่พอใจจนเริ่มกัดฟันเพื่อไม่ให้แสดงสีหน้าออกไป ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรกับใคร เพราะตอนนี้เขารู้สึกไม่พอใจเมื่อมีผู้ชายมาจีบผู้หญิงที่เขาหมายตาเอาไว้

“อ่าวคุณราม รอผมด้วยสิครับ คุณราม”  ชานนที่มัวแต่มองตำรวจที่มาหาสโรชา จึงไม่เห็นรามีนเดินออกไป เขาจึงรีบวิ่งตามพร้อมกับเรียกให้เจ้านายรอเขา

“งั้นเอยขอตัวก่อนนะคะพี่เต” สโรชาเอ่ยบอกแต่ก็มองรามีนที่เดินออกไป โดยไม่สนใจเธอ

“ครับน้องเอย” เตวิชพูดออกไปก็ยิ้มๆ

“ลิฟต์มาแล้วไปกันเถอะ ยัยเอย”  โตมรเอ่ยบอกพร้อมกับจูงมือสโรชาเข้าไปในลิฟต์ เมื่อสโรชามัวแต่มองตามรามีนที่เดินออกไป

“ยัยเอย ฉันว่าแกต้องรีบสะบัดพี่เตออกไปแล้วล่ะ ไม่งั้นแกไม่ได้กินคุณรามีนแน่”  โตมรเอ่ยบอกออกไป เพราะแค่นี้เตวิชก็มารุกถึงบริษัท

“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะเจ้ พี่เตเขาตามจีบฉันมาตั้งนานฉันยังไม่กล้าปฏิเสธเลย”  สโรชาเอ่ยบอกออกไป เพราะเธอก็ไม่รู้จะเอาข้ออ้างไหนไปบอกกับเตวิช

“เฮ้อ คนที่ชอบก็ไม่เอา คนที่จะเอาก็ไม่ชอบ แกนี่ทำเจ้ปวดหัวจริงๆนะยัยเอย”  โตมรพูดบอกออกไปแล้วคิดต่อว่าจะช่วยสโรชายังไง

“โอ้ย ก็เอยชอบคนนี้อะเจ้”  สโรชาเอ่ยบอกออกไปแล้วคิดว่าจะทำยังไงต่อดี

ด้านรามีนก็เดินออกมาหน้าบริษัท แล้วหันไปบอกกับชานนที่วิ่งตามมา

“ฉันจะขับเอง วันนี้ฉันจะไม่เข้าบริษัทแล้วนายไม่ต้องตาม”  รามีนเอ่ยบอกด้วยเสียงเข้มจนชานนรู้สึกได้ว่ารามีนแปลกไป

“อ่อครับคุณราม”  ชานนเอ่ยบอกแล้วส่งกุญแจรถสปอร์ตให้กับรามีน ส่วนรามีนพอได้กุญแจก็ขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“โมโหมาจากไหน เมื่อกี้ก็ยังดีๆอยู่”  ชานนพูดออกไป แล้วมองเจ้านายที่ขับรถออกไปอย่างกับพายุ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป