บทที่ 10 EP 2/5 เจ้าของสายลม

“คุณยักษ์ตื่นแล้วเหรอคะ เอากาแฟไหมคะเดี๋ยวป้าไปชงให้” 

นางเจรียงบอกแล้วตั้งท่าจะลุกจากเก้าอี้ แต่หลานสาวกลับห้ามโดยการยื้อแขนเหี่ยวๆ ไว้ ด้วยไม่ต้องการให้ญาติผู้ใหญ่ของตนต้องลำบาก

“เดี๋ยวหนูชงเองค่ะ ป้านั่งเฉยๆ บ้างก็ได้ เดี๋ยวได้กระดูกเคลื่อนพอดีเพราะคอยแต่จะรับใช้เด็กไม่รู้จักโตคนนี้” หญิงสาวแขวะคู่อริทันทีที่พบหน้า ทั้งค้อนฟ้าค้อนลมไปเรื่อยเพราะไม่กล้าค้อนใส่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของบ้าน

“ยัยกวาง” นางเจรียงเอ็ดหลานสาวเสียงดังเล็กน้อย แม้ว่าหลานจะไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่อย่างไรเสียเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทำให้เจ้าหล่อนได้ร่ำเรียนจนจบปริญญาตรี มันก็ของเจ้านายของนางทั้งนั้น สิมันตรา ไม่ควรเสียมารยาท เพราะอย่างไรเราก็ทาสในเรือนเบี้ยดีๆ นี่เอง

“หนูขอโทษค่ะคุณท่าน” 

สิมันตรายกมือไหว้คุณนายวิภา แต่นางส่ายหน้าน้อยๆ

“ช่างเถอะจ้ะ ถ้าฉันเป็นหนูกวาง ฉันก็อยากลากป้าแก่ของหนูออกไปให้พ้นๆ เจ้าเด็กโข่งของฉันเหมือนกัน ไม่รู้จักโตจริงๆ นั่นแหละ สงสัยต้องหาเมียให้สักคนจะได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง”

นางวิภากล่าวไม่จริงจังนัก แต่มันกระทบหัวใจบางๆ ของสิมันตราเข้าโครมเบ้อเร่อ หญิงสาวหน้าเจื่อนเล็กน้อย แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากกุมภัณฑ์คนเดียว และเมื่อหล่อนขอตัวไปชงกาแฟให้เขา ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า ก้าวขาตามไปทันที

บริเวณบาร์เครื่องดื่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องครัวแบบฝรั่ง สิมันตรากำลังชงกาแฟให้เจ้านายของป้าเจรียงอย่างกระแทกกระทั้น น้ำตาลกับครีมเทียมหกเรี่ยราด เจ้าตัวต้องใช้มือปัดมันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า

“โธ่เว้ย! อยากกินกาแฟทำไมไม่มาชงเองวะ!”

หญิงสาวสบถเสียงดัง สาวใช้ที่เดินวนไปเวียนมาบริเวณนั้นเยี่ยมหน้าเข้ามามองด้วยความสงสัยว่าสิมันตราเป็นอะไร ก่อนจะล่าถอยไปเมื่อเจ้าตัวบอกว่าไม่มีอะไร ทุกคนในบ้านหลังนี้ล้วนรู้จักเธอดี โดยเฉพาะ...เขา

“ก็มีกวางป่าหน้ามนมาชงให้ แล้วฉันจะชงเองทำไมละจ๊ะ ที่รัก” 

ประโยคที่ฟังคล้ายๆ เกี้ยวพาราสี ทำให้สิมันตราต้องเม้มปากแน่นด้วยความขุ่นเคือง

“คราวหน้าจะใส่เกลือแทนน้ำตาล” เธอว่าแล้วกระแทกถ้วยกาแฟลงตรงหน้ากุมภัณฑ์ ชายหนุ่มยกขึ้นมาจิบอย่างไม่ยี่หระในกิริยากระแทกกระทั้นนั้น เขาคลี่ยิ้มพร่างพรายเมื่อได้จิบรสชาติกาแฟที่ถูกใจ

“อืม...อร่อยจัง หวานพอดี๊พอดี” ว่าพลางยั่วยิ้ม สองตาเจ้าชู้โลมเลียร่างอรชรราวกับอยากกลืนกินหล่อน มันวาววับประดุจสายตาของยักษ์ใหญ่ยามเพ่งมองสมันสาว เขี้ยวเสน่ห์ที่โผล่แพลมให้เห็นรำไรยิ่งเสริมให้ใบหน้าเขาหล่อเหลาขึ้นไปอีก

“อย่ามายอเสียให้ยาก ฉันไม่ใช่สาวๆ ของคุณนะคุณยักษ์ ยอยังไงก็ไม่ขึ้นหรอกย่ะ ถอยไปได้แล้ว ฉันจะออก” เธอสั่งให้เขาหลีกทาง แต่นายยักษ์ปักหลั่นไม่ยอมถอยแต่อย่างใด 

“คุณยักษ์ อยากตายรึไง!” 

เธอแหวลั่นเมื่อเขาวางถ้วยกาแฟไว้บนบาร์ แล้วเดินหน้าดันร่างเธอจนชิดติดผนัง กักกันร่างเธอเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งที่ยกมาค้ำยันผนังเหนือศีรษะเธอ

“เธอนั่นแหละ อยากตายหรือไงถึงได้ด่าว่าฉันเป็นเด็กไม่รู้จักโต ปากอย่างนี้ไง ทำงานที่ไหนถึงโดนไล่ออก” เขาว่าโดยใช้เสียงเยาะหยันเล็กน้อย หน้าตาท่าทางต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ

สิมันตราหน้าแดงก่ำ โกรธที่ถูกประณาม แต่ที่โกรธกว่านั้นคือใบหน้าคมของเขาเลื่อนลงมาจนลมหายใจราดรดปลายจมูกเธอ มันใกล้เกินไปแล้วนะนายยักษ์จอมหื่น

“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้บ้านแตกเลย” 

สิมันตราขู่ฟ่อ กุมภัณฑ์ไม่รอให้หล่อนได้ทำอย่างนั้น เขาจับใบหน้าเนียนให้แหงนเงยขึ้นมา ก่อนจะจุมพิตหนักหน่วงบนริมฝีปากของสิมันตราอย่างโหยหิว ขบเม้มและดูดดึงอย่างต้องการลิ้มรสชาติที่ถวิลหามานาน

“อื้อ...อืม...” 

เริ่มแรกนั้นสิมันตราดิ้นแรงด้วยความตกใจ ทว่าพอผ่านไปชั่วนาที รสจุมพิตหอมหวานที่ไม่เคยพานพบก็ทำให้ร่างงามอ่อนระทวย และชั่วนาทีอีกเช่นกันที่รสชาติอันน่าพิศวง ถูกกลบทับด้วยสามัญสำนึกส่วนดีจนเธอต้องหลั่งน้ำตาด้วยความละอาย

ชายหนุ่มถอนจูบเมื่อรับรู้รสเค็มปะแล่มของหยาดน้ำตาเม็ดใส

“ฉัน...ฉันขอโทษนะกวาง เธออย่าร้องไห้สิ ตบหน้าฉันก็ได้นะ เอาเลย ฉันพร้อมแล้ว” เขายืนนิ่งให้หญิงสาวบันดาลโทสะลงซีกแก้ม แต่ว่ามันไม่เกิดขึ้น หล่อนเอาแต่ยืนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น

“ฉันอยากตบนาย แต่ว่านาย...นายทำให้ฉันไม่มีแรง” เธอว่าขณะที่น้ำตาร่วงพรู

“งั้นก็อย่าร้องไห้สิ เธอโกรธฉันก็ตบตีฉันเถอะ อย่าร้องไห้เลย ฉันไม่ชินเวลาที่เธอร้องไห้” หัวใจกุมภันฑ์ปานจะหยุดเต้น เขารู้ว่าสิ่งใดคือต้นเหตุที่ทำให้หล่อนต้องร้องไห้ ก็เขานี่ไงเป็นทั้งต้นทั้งตอของเหตุเลย “มานี่มา ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย แต่ก่อนอื่น เธอต้องเช็ดน้ำตาก่อน” เขาสั่งทว่าสิมันตรายังเฉย มิหนำซ้ำคางมนๆ ยังเชิดขึ้น แสดงออกถึงความรั้นของเจ้าตัว

“ถ้าไม่เช็ดเอง ฉันจะใช้ปากฉันเช็ดให้เธอเดี๋ยวนี้” 

เขาขู่ด้วยเสียงอันเซ็กซี่เหลือหลายในความคิดของสิมันตรา หญิงสาวรีบปาดน้ำตา เมื่อสำนึกได้ว่าไม่ควรให้เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าของนายยักษ์ มาแตะต้องร่างกายอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป