บทที่ 25 EP 5/3 แม่ผัวตัวแสบ
“ก็...ช่างมันเถอะค่ะ บางทีดาวอาจจะตาฝาด ว่าแต่...คุณโยยังไม่มาอีกเหรอ” ถามพลางมองไปที่ประตูด้วยหวังว่าจะได้เห็นหน้าสามีสักที
“โอ๊ย...อย่าไปถามเลย โน่น...ไปเฝ้าไข้แม่นุตอยู่ตึกโน้นโน่น”
หัวคิ้วของลูกสะใภ้ย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ นี่วีนุตตราเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วสินะ
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังแทรกการสนทนาของแม่ผัวลูกสะใภ้ ละอองดาวอยากถามนางวิภาต่อสักนิด แต่ถูกขัดด้วยร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพรวดๆ ผ่านประตูเข้ามา
“คุณแม่ยังไม่กลับเหรอครับ” วาโยถามมารดาที่ยังปักหลักอยู่ข้างเตียงคนไข้
“ถ้ากลับแล้วแกจะเห็นหัวหงอกๆ ของฉันไหมล่ะ”
คนเป็นแม่ตั้งใจรวนลูกชายเต็มที่ นางจะถือว่าที่ละอองดาวถูกหามส่งโรงพยาบาลเป็นเพราะพ่อลูกชายตัวดี มันน่าจับตีก้นเหมือนตอนเด็กๆ นักเชียว
วาโยถอนหายใจอย่างต้องการระงับความรำคาญ เขาไม่อยากต่อปากต่อคำกับมารดาหรอก มันจะบาปเสียเปล่าๆ
“เธอหายดีเมื่อไหร่บอกฉันด้วย จะได้ไปจัดการเรื่องหย่าให้เสร็จๆ”
ละอองดาวอ้าปากเตรียมจะแย้งว่าเธอไม่หย่าแล้ว ถ้าเขาอยากหย่าให้เขาฟ้องหย่าเอาเอง เพราะอย่างน้อยหากฟ้องหย่าจริงๆ เธอก็จะได้มีเงินทองเก็บไว้ให้ลูกได้เรียนหนังสือบ้าง หรือบางที เขาอาจจะช่วยส่งเสียเลี้ยงดูแก ถึงแม้จะไม่ได้รักใคร่ไยดีก็ตาม
“ใจคอจะลากเมียที่ยังป่วยไม่หายไปหย่าให้ได้เลยรึ! แกจะใจดำไปถึงไหน ไม่รู้หรือไงว่าเมียกำลัง...”
“คุณแม่คะ! อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ เดี๋ยวดาวจะคุยกับคุณโยเอง นะคะคุณแม่ ดาวขอ” ละอองดาวทักท้วงก่อนที่นางวิภาจะเอ่ยถึงหลาน เธอไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเอาลูกมาเป็นเครื่องมือเพื่อปฏิเสธการหย่าในคราวนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม
“เลิกพล่ามซะทีแม่ดาว ฟังแล้วระคายรูหู ไม่พูดก็ไม่พูด น่ารำคาญจริงๆ ฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องของหล่อนละ จะเป็นตายร้ายดียังไงก็อย่ามามีน้ำหูน้ำตากับฉันก็แล้วกัน” นางประชดด้วยความน้อยใจ ลูกชายคงยังไม่รู้เรื่องที่เมียตั้งท้องหรอก และดูเหมือนว่าแม่เมียตัวดีก็ไม่ต้องการให้รู้เสียด้วย หล่อนมันแน่จริงๆ ละอองดาว
“ดาวเป็นอะไรเหรอครับคุณแม่” คนที่สะกิดใจรีบท้วงถามมารดา
“จะเป็นอะไรได้ ก็เป็นไข้หวัดใหญ่นั่นไง” วิภาเล่นตามเกมที่ละอองดาวร้องขอทางสายตา ในเมื่อไม่อยากให้พูดเรื่องนี้ นางก็จะไม่พูด จนกว่าจะถึงเวลา
“แน่ใจนะครับคุณแม่” ลูกชายที่ยังแคลงใจในท่าทีของมารดา เอ่ยถามอีกรอบเพื่อความสบายใจ เขาแค่อยากมั่นใจว่าละอองดาวไม่ได้ป่วยร้ายแรงเหมือนวีนุตตรา
“แน่ใจสิยะ เอ๊ะ...แกจะเอาอะไรกับฉันฮึตาโย จะซักให้มันได้อะไรขึ้นมา รีบมาดูแลเมียแกไม่ดีกว่ารึ ฉันจะได้กลับบ้านไปเอนหลังเสียที ได้กลิ่นโรงพยาบาลแล้วมันขนลุก ขืนอยู่นานกว่านี้ฉันคงได้ชักตาย”
นางวิภาแช่งตัวเองเสร็จสรรพ ยังผลให้ลูกชายมองหน้านางแล้วถอนหายใจอย่างปลงๆ
“คุณแม่อย่าเพิ่งแช่งตัวเองสิครับ รอส่งตัวเจ้ายักษ์เข้าหอก่อน”
“แน่นอนย่ะ ฉันพูดไปอย่างนั้นเอง ฉันจะอยู่เป็นมารผจญพวกแกจนกว่าจะได้รับขวัญหลานคนแรกโน่นแหละ เชอะ!”
วิภาโต้คารมกับลูกชายพอหอมปากหอมคอ และเมื่อนาฬิกาบอกเวลาจวนเที่ยง นางก็ก้าวฉับๆ ออกจากห้องไป
“คุณโยคะ คือ...”
ละอองดาวกำลังจะพูดเรื่องใบหย่า แต่วาโยกลับโบกมือห้าม
“ช่างมันเถอะ ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ เธอกำลังป่วย ฉันเองต่างหากที่ผิด ฉันควรอยู่ด้วยตอนที่เธอเป็นลม เอาเป็นว่าฉันจะไม่เร่งรัดเธอจนกว่าเธอจะยอมไปหย่าเองก็แล้วกัน”
หญิงสาวที่นั่งไหล่ตกอยู่บนเตียง กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความตื้นตันในถ้อยคำตอนต้นประโยค ถูกถ้อยคำของเขาในตอนท้ายบดบังจนมองไม่เห็นแม้เงา คนอะไรช่างใจร้ายพูดตอกย้ำอยู่ได้ เธอไม่ลืมหรอกว่าถึงอย่างไรก็ต้องหย่าอยู่ดี
“ดาว...อยากขออะไรสักอย่างตอนหย่า ถ้าพอจะเป็นไปได้” ในเมื่ออนาคตไม่แน่นอน เธอจึงยอมหน้าด้านร้องขอบางอย่าง เพื่อชีวิตของตัวเองกับลูกที่จะเกิดมา อย่างน้อยลูกก็ควรมีที่ซุกหัวนอนที่ไม่ใช่ห้องเช่าเท่ารูหนู
“อะไร” เขาเดินมานั่งข้างเตียง จดจ้องละอองดาวอย่างไม่เชื่อว่าหล่อนจะกล้าขอ ตั้งแต่แต่งงานกันมา ข้าวของเงินทองทั้งหลายหากเขาไม่หยิบยื่นให้ หล่อนก็ไม่เคยปริปากเรียกร้อง นั่นเพราะสัญญาเมียตีทะเบียนที่เขาร่างเอาไว้ มันครอบคลุมในส่วนนี้ด้วย
“ถ้าเห็นแก่ที่แต่งงานกันมา และคุณก็ไม่ได้แต่งงานกับดาวแค่ในนาม ดาวขอ...เรือนไม้หอมได้ไหมคะ” ริมฝีปากสีซีดจางขบเม้มเข้าหากันอย่างต้องการลดทอนความประหม่า เธอรู้ว่าขอมากไป แต่ถ้าไม่มีบ้านเธอคงลำบากแน่ๆ คงไม่มีใครจ้างผู้หญิงตั้งท้องให้ทำงานหรอก และถ้าไม่มีงาน เธอจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเช่าบ้าน ถึงแม้ว่าเงินทองที่เขาเคยให้มันจะมากโข แต่เธออยากเก็บส่วนนั้นไว้ให้ลูกได้เรียนหนังสือมากกว่า
เกิดเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอของวาโย ชนิดที่ใครฟังก็รู้ว่าคนหัวเราะกำลังเยาะหยันในบางสิ่ง วาโยเหยียดยิ้มดูแคลนเมื่อทนฟังเมียพล่ามจนจบ
“ในที่สุดเธอก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้ อยากได้อะไรอีกล่ะ แม่โสเภณี”
“วาโย!” เธอขานชื่อสามีด้วยเสียงอันดัง เขาจะดูถูกเธอให้มันได้อะไรขึ้นมา เธอไม่เคยลืมหรอกว่าเป็นใครมาจากไหน และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายที่ชื่อวาโย สาบานเลย
