บทที่ 27 EP 5/5 แม่ผัวตัวแสบ

“มาสิ เรามาช้าไปนิดเดียว โยเพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่เดี๋ยวคงมามั้ง เพราะเห็นบอกว่าจะมากินข้าวเย็นกับพี่”

วีนุตตราเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิลอรกับนางพยาบาลช่วยกันยกร่างผอมของคนป่วยขึ้นวางบนเตียง

“อ้อ...ถึงว่าสิ อรไม่เห็นที่บริษัท”

คราวนี้วีนุตตราเลิกคิ้วสูง สงสัยว่านิลอรจะเข้าใจผิด

“ถ้าหมายถึงบริษัทที่เราไปทำงานน่ะ โยไม่ได้เข้าไปดูทุกวันหรอก เขาน่าจะทำงานอยู่อีกชั้นของตึกนั้นนั่นแหละ บริษัทจตุรศิลป์ทำธุรกิจสองตัว น้องชายโยทำบริษัทน้ำแร่ ส่วนโยเขาทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เขากำลังจะเริ่มลงทุนในต่างประเทศ ทำนองว่าสิ่งก่อสร้างจำพวกคอนโดฯ อะไรพรรค์นี้แหละ พี่ก็ไม่อยากจะถามเซ้าซี้ แค่ที่โยช่วยเราก็มากพอแล้ว พี่เกรงใจ” วีนุตตราเอ่ยช้าๆ เนิบนาบ เธอไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยสักเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องหลังที่วาโยช่วยเหลือเธอนั้น มันมากเกินกว่าความรักของผู้หญิงป่วยใกล้ตายจะตอบแทนเขาได้ด้วยซ้ำ

“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง แล้ววันนี้พี่สาวของอรอาการเป็นไงบ้างคะ เมื่อไหร่จะลุกมาไล่ตีน้องซะที น้องอยากวิ่งไล่จับกับพี่จะแย่แล้ว” น้องน้อยออดอ้อนอย่างน่ารัก อ้อนพี่สาวที่ป่วยเรื้อรังมานานปี 

นางพยาบาลหลบไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องเพื่อเปิดโอกาสให้ญาติและคนไข้ได้สนทนากันโดยสะดวก

“พี่ก็อยากวิ่งเหมือนกันยัยอร แต่มันคงไม่มีวันนั้นแล้ว” 

เสียงบางเบาแผ่วลงอีกเท่าตัว นิลอรน้ำตาซึมเมื่อรู้ว่าพี่สาวคนดีตระหนักอยู่มิคลายว่าเจ้าหล่อนต้องสิ้นลมในวันใดวันหนึ่ง เธอไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลย 

“พี่นุต...แต่งงานกับพี่โยนะคะ” นิลอรนั่งลงข้างเตียงก่อนจะเอ่ยประโยคนั้น จับมือผอมแห้งของพี่สาวมาแนบกับพวงแก้มสีน้ำผึ้งอ่อนจาง

“ไม่เอาน่า พี่...จะตายอยู่แล้วนะอร”

“อรแค่...แค่อยากให้พี่มีความสุข แม้ว่าวันนั้นพี่จะไม่อยู่กับอรแล้ว” น้องน้อยว่าพลางน้ำตาคลอ แล้วในที่สุดหยดน้ำตาก็หยดลงฝ่ามือผอมแห้งของพี่สาว

“เหลวไหลน่าเด็กน้อย พี่มีความสุขมากพอแล้ว อีกอย่าง...พี่โยของเราน่ะ เขาแต่งงานแล้ว ลืมหรือเปล่าฮึ” วีนุตตราทอดเสียงแผ่วบางล้อเลียนน้องด้วยความจริง บางทีเธอก็สะใจเล็กๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันได้หัวใจของวาโย แต่บางทีก็รู้สึกผิดที่แย่งเอาเวลาที่สมควรเป็นของเจ้าหล่อนมาเป็นของตัวเอง สามปีที่เธอป่วย วาโยมาคอยดูแลไม่ห่าง ผู้หญิงคนนั้นจึงได้นอนกอดเพียงทะเบียนสมรสเท่านั้น และถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้แต่งงานกันเพียงในนาม แต่เธอมั่นใจเหลือเกินว่าหัวใจของสุดที่รักยังอยู่กับเธอมิจากไปไหน แม้ความเป็นจริงจะสะกิดใจให้คิดอยู่ไม่คลาย ว่ารักแท้มักแพ้ความชิดใกล้ก็ตาม

“แล้วถ้าพี่โยหย่าแล้วล่ะ พี่จะยอมแต่งหรือเปล่า”

สีหน้าคนป่วยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอเฝ้ารอวันนั้นมาจวนจะถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตแล้ว หรือเป็นเพราะว่าเธอกำลังจะตาย เขาถึงคิดได้แล้วยอมหย่าขาดจากภรรยา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อย่าเลยดีกว่า เธอไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ทุกวันนี้ที่มีวาโยคอยเคียงข้าง มันช่วยลบเลือนความอ้างว้างในโลกหลังความตายได้หมดสิ้นแล้ว

“ขอดูใบหย่าก่อนก็แล้วกัน แต่เชื่อพี่เถอะว่าโยเขาไม่หย่าหรอกเด็กน้อย” คนที่แคลงใจในการแต่งงานอันแสนยืดเยื้อของชายคนรัก เอ่ยออกมาอย่างปลงๆ ความจริงก็คือ เธอไม่สามารถให้คำตอบน้องสาวได้ 

“ทำไมละคะ” นิลอรถามด้วยอยากรู้ว่าพี่สาวคิดเห็นเช่นไรในเรื่องนี้

“ถ้าจะหย่า...เขาหย่านานแล้วอร เขาคงจะมีเยื่อใยกับคุณดาวอยู่บ้าง เชื่อพี่สิ”

“เชอะ! ไม่เห็นจะมีเลย อรเห็นแต่พี่โยมาเฝ้าพี่นุต ขนาดวันเกิดตัวเองแท้ๆ พี่โยยังมาฉลองกับพี่นุตเลย”

สาวสวยทำหน้าย่นยู่ใส่บุคคลที่ถูกเอ่ยถึง เธอไม่ชอบละอองดาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เกลียดเลยก็ว่าได้ นั่นเพราะว่าละอองดาวมาแย่งตำแหน่งที่ควรเป็นของวีนุตตรา พี่สาวเธอ

“พอๆ พี่ไม่มีแรงจะเถียงเราแล้ว กลับไปอาบน้ำอาบท่าเถอะจ้ะ พี่จะรอกินข้าวเย็นนะ” วีนุตตราสั่งความน้องสาว ก่อนจะเลื่อนมือผอมแห้งไปลูบกระหม่อมบางอย่างเอ็นดู

“ก็ได้ค่ะ แล้วพี่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ อรจะหิ้วมาฝาก” 

“นั่นต้องถามคุณพยาบาลแล้วล่ะ ว่ามีอะไรพิเศษบ้าง ที่พี่พอจะกินได้” 

วีนุตตราว่าพลางหัวเราะน้อยๆ นิลอรเองก็พลอยขบขันมุกตลกของพี่สาว เห็นทีเธอต้องไปถามคุณพยาบาลจริงๆ กระมัง ว่าวันนี้ห้ามพี่สาวเธอกินอะไรเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานหรือเปล่า เป็นคนป่วยนี่เอาใจยากจริง จะกินของโปรดของแสลงบ้างก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้อาการทรุดหนัก เข้าตำราตามใจปากลำบากท้องอีก เฮ้อ!

...........

ละอองดาวนั่งมองอาหารในจานมากกว่าจะกินมัน มื้อเย็นของเธอคงงอนแล้วกระมังที่เธอไม่กลืนมันลงท้องเสียที สิบนาทีที่แล้วสามีทางพฤตินัยเข้ามาถามอาการเธอแล้วกลับออกไปอีกครั้ง เธอไม่ได้รั้งให้เขาอยู่ แม้รู้ว่าเขากำลังจะไปไหน บางครั้งเธอก็อยากไปเผชิญหน้ากับวีนุตตรา เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่ดูแข็งแรงเช่นหล่อนจะป่วยหนักจนต้องนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลเช่นนี้ บางทีเจ้าหล่อนอาจจะแสร้งเล่นละครเพื่อจะได้รั้งวาโยให้อยู่กับตัวเองนานๆ 

“ไม่หรอกน่า วีนุตตราจะรั้งเขาไว้ทำไม ในเมื่อวาโยไม่เคยตีจากเจ้าหล่อนสักที” ละอองดาวเอ่ยแย้งเสียงที่กำลังโต้ตอบกับเธอในหัว เธอคิดดีแล้วว่าต้องหาทางไปพูดคุยกับวีนุตตราให้ได้สักหน และสักหนที่ว่านั้น ควรจะเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป