บทที่ 3 EP 1/3 โสเภณีตีตรา
----------
แสงตะวันตอนบ่ายคล้อยสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านลายกุหลาบ ละอองดาวพลิกกายช้าๆ เหลียวหานาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ทว่าไม่มี เธอลืมไป นี่มันคอนโดฯ ของสามี ไม่ใช่ ‘เรือนไม้หอม’ ของภรรยา
“ตื่นแล้วเหรอ”
เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถาม เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวโปรด ทอดสายตาออกไปนอกระเบียงห้องนอน ด้านล่างนั้นเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ที่บังเอิญมาสร้างติดรั้วของคอนโดฯ จตุรศิลป์
“น่าแปลกที่คุณยังอยู่”
เธอประชดเล็กน้อย ปกติพอเสพสมจนอิ่มเปรมก็มักหายตัวไปอยู่กับสาวคนรัก มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว นานจนใกล้เวลาจบสิ้นเสียที
“อย่ามาประชดในเมื่อฉันยังอยู่นี่”
เขาโต้กลับเสียงเรียบเย็น ไร้วี่แวววาโยผู้กระหายรักเช่นเมื่อคืน
ร่างอรชรยันกายลุกขึ้นนั่ง เธอก้าวลงจากเตียงในสภาพเปล่าเปลือย ไม่มีเขินอายต่อหางตาของสามีที่ลอบชำเลืองมา ช่วยไม่ได้ เขาอยากทำร้ายเธอด้วยวิธีนี้ เขาก็ต้องโดนเอาคืนด้วยวิธีนี้เช่นกัน
“จะยั่วฉันหรือไง เธอก็รู้ว่าฉันไม่มีทางมอบมันให้เธอ แม้ว่าเธอจะใช้ร่างกายมาเดิมพัน”
เขาเยาะเย้ย นัยน์ตาสีสนิมฉายแววเหยียดหยันอย่างโจ่งแจ้ง มันตรงกันข้ามกับร่างกายที่เริ่มร้อนขึ้นมาทีละนิด เรือนร่างที่มีส่วนโค้งเว้าเปล่าเปลือย ทำให้ร่างกายเขาสนองตอบต่อสิ่งเร้าที่เห็นได้ด้วยดวงตา เขาลุกยืนเมื่อการนั่งทำให้เป้ากางเกงคับขึ้นมาดื้อๆ
“อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย วันนี้เราต้องขึ้นเครื่องไปสิงคโปร์”
เขาสั่งสั้นๆ แต่ทำเอาภรรยาถึงบางอ้อ
“นี่ต่างหากเหตุผลจริงๆ ที่คุณกลับมา คุณไม่กลับมาง่ายๆ หรอกจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องใช้งานฉัน!”
ละอองดาวขึ้นเสียง เธอโกรธเขา โกรธมาก! เขาหลอกเธอ หลอกมาตั้งแต่ต้นด้วยการซื้อตัวแม่สาวชาวดอยคนนี้จากซ่องแล้วแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เธอดีใจจนเนื้อเต้น ไม่มีสิ่งใดจะดีใจมากไปกว่ามีผู้ชายแสนดีราวเทพบุตรฉุดเธอขึ้นมาจากปลักโคลนของกามารมณ์ แต่เธอผิดหวังอย่างแรง เมื่อเขาโยนสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ามาให้ เธอตกเป็นของเขาก็จริง ทั้งร่างกายและหัวใจ แต่เขาให้เธอได้เพียงแค่ร่างกาย และทะเบียนสมรส!
สามปีแล้วนะ สามปี! เธออยากรู้จริงๆ เขาจะปล่อยเธอไปเมื่อไหร่กัน
“คุณโย ถ้าไม่ให้หัวใจกันก็ปล่อยฉันไปได้ไหม ฉันเหนื่อยแล้วนะกับผู้ชายอย่างคุณ!” เธอพูดเท่านั้นแล้วเดินลงส้นแรงๆ ไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วก้าวเข้าห้องน้ำ
วาโยหลับตาลง พยายามข่มความโกรธ บทจะเอาแต่ใจ แม่โสเภณีที่รักก็ทำได้ดีจริงๆ
----------
สองทุ่มตรงที่ท่าอากาศยาน Changi ประเทศสิงคโปร์
วาโยและละอองดาวนั่งเครื่องบินมาลงที่สิงคโปร์ เมืองที่อุดมด้วยความมั่งคั่ง ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ทั้งสองก็เข้าพักที่โรงแรมรอยัล พลาซ่า ซึ่งสะดวกสำหรับนักธุรกิจที่มีเวลาจำกัด หลังจากพักผ่อนจนหายเหนื่อย ละอองดาวก็ได้รับคำสั่งจากสามีให้เปลี่ยนชุดสำหรับการไปรับประทานอาหารค่ำ เธอปฏิเสธชุดที่เขายื่นให้ ไม่ใช่ว่ามันเซ็กซี่เกินไป แต่เหตุผลที่เขาให้เธอใส่ต่างหาก มันทำให้เธอละอายใจ แต่กระนั้น เธอก็ไม่สามารถขัดคำสั่งเขาได้อยู่ดี
“ไหนว่าไม่ชอบให้ใครมองดาว”
เธอย้อนเขาติดประชดเล็กน้อย ไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเธอได้ยินเต็มสองหูว่าเขาไม่ชอบให้ใครมามองร่างกายเธอ แต่สิ่งที่เขากำลังยัดเยียดให้ในขณะนี้ มันกลับตรงกันข้าม
“คราวนี้อนุโลม แลกกับสิ่งที่ฉันจะได้จากมิสเตอร์คิงส์ เขาจะช่วยฉันได้หากต้องลงทุนอะไรในประเทศนี้ และมันน่าจะดี ถ้าเขาเอาแต่มองเธอจนเผลอรับปากเป็นหุ้นส่วนกับฉัน หวังว่าเธอจะเข้าใจ”
“ใช่! ดาวเข้าใจ เข้าใจว่าคุณทำให้ดาวรังเกียจตัวเอง”
“คิดมากไปได้ ถือว่าช่วยฉันจะเป็นไร มิสเตอร์คิงส์เขาอายุมากก็จริง แต่ยังดูดีมากๆ และถ้าวันนี้เขาพอใจเธอ ตอนเราเลิกกันฉันจะช่วยพูดกับเขาเองเรื่องรับเธอไปดูแลต่อ คนรักสนุกอย่างมิสเตอร์คิงส์เขาคงไม่ถือเรื่องอดีตหรอก”
ละอองดาวจ้องหน้าสามีราวกับจะเฉือนเนื้อเขาออกเป็นชิ้นๆ พูดออกมาได้ว่าจะช่วยหาคนมาเลี้ยงดูเธอตอนเธอเลิกกับเขา คนใจร้าย คุณจะร้ายกับภรรยาคนนี้ไปถึงไหน วาโย!
“ความจริง...เลิกกันวันนี้เลยก็ได้นะ ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว จะได้ไม่เสียเที่ยว”
“ดาว! อย่ามาประชด ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้น”
เหมือนมีน้ำเย็นจัดสาดซัดใส่หน้าภรรยาสาว ละอองดาวฝืนยิ้มเยือกเย็นกลับไปเช่นกัน
“ดาวก็ไม่ได้ล้อเล่น วันนี้ดาวชักอยากลองเซ็กซ์ของหนุ่มใหญ่ดูบ้าง บอกตามตรงว่าเจอแต่ของเดิมๆ มันเบื่อ!” เธอเชิดหน้าท้าทายสามีอย่างไม่เกรงกลัว
วาโยตัวสั่นเทิ้มเมื่อถูกละอองดาวสบประมาท มือแกร่งกำข้อมือน้อยไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างรั้งเอาท้ายทอยแม่ภรรยาคนงามเข้ามาใกล้ แล้วโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบดูดดื่ม ลิ้นสากร้อนเทียวตวัดไล้ในโพรงปากนุ่มอย่างถือสิทธิ์ ราวกับอยากลงทัณฑ์แม่คนปากดี
“อย่าบอกว่าเบื่อฉัน ฉันไม่ชอบ!”
ละอองดาวสั่นระริกไปทั้งร่างเพราะถูกจุมพิตร้อนผ่าวเข้าเล่นงาน เธอพยักหน้าแทนคำตอบในทันทีที่เขาถอนจูบ หากว่ายังดื้อดึงที่จะเป็นผู้ชนะละก็ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเสื้อผ้าอาภรณ์คงได้หลุดลงไปกองบนพื้นเป็นแน่
เมื่อควบคุมความต้องการของตนให้เข้าสู่โหมดปกติได้แล้ว วาโยก็ลาก ภรรยาตรงไปยังลิฟต์โดยสารเพื่อลงไปยังห้องอาหารชั้นล่าง และทันทีที่ไปถึง ละอองดาวก็แลเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่ท่าทางภูมิฐานคนหนึ่ง ยืนยิ้มรอท่าสามีเธออยู่ที่หน้าห้องวีไอพี เขาอาจเป็นมิสเตอร์คิงส์ ช่างน่าประหลาดใจแท้ที่เขายังไม่แก่ชรามากเท่าที่เธอคาดการณ์ไว้
