บทที่ 4 EP 1/4 โสเภณีตีตรา
“โอ...มิสเตอร์คิงส์ รบกวนมากไปแล้ว ความจริงไม่ต้องออกมาต้อนรับก็ได้ผมเกรงใจเหลือเกิน” วาโยเอ่ยวาจารื่นหู มันช่างเป็นธรรมชาติจนน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของละอองดาว
“สวัสดีเช่นกันครับคุณวาโย และก็ไม่ลำบากเลยที่ผมมารอคุณที่หน้าห้อง เพราะมันทำให้ผมได้มองสิ่งสวยงามที่สุดที่เคียงคู่มากับคุณ”
บุรุษร่างสูงยิ้มกริ่มในหน้า วาโยเองก็เช่นกัน เขาคิดไม่ผิดที่พาละอองดาวมาด้วย ท่าทีของมิสเตอร์คิงส์คงจะพอใจภรรยาเขาไม่ใช่น้อย
“นี่ภรรยาผมเองครับ ละอองดาว”
ละอองดาวทำท่าจะยกมือไหว้ แต่มิสเตอร์คิงส์กลับคว้าเอามือขวาเธอไปแล้วจุมพิตบนหลังมือนั้น
หญิงสาวหันไปมองสามีเล็กน้อย เห็นเพียงใบหน้าและแววตาเรียบเฉยดั่งที่เคยเป็นมา ไม่มีวี่แววหึงหวงให้แลเห็นสักกระผีก หึงหวงฉันบ้างก็ได้นะคุณสามี
“เข้าไปด้านในกันเลยไหมครับ”
โจนาธาน คิงส์ หรือมิสเตอร์คิงส์ที่วาโยเรียกขาน ชักชวนคู่สามีภรรยาเข้าไปในห้องที่ตนได้เปิดไว้เพื่อรับรองทั้งคู่
ละอองดาวพยายามดึงมือน้อยออกจากมือหนาของคู่ค้าคนสำคัญ เขาไม่ได้ชรามากมาย และยังมีความเป็นชายชาตรีอยู่แทบทุกอณูเนื้อ เห็นได้ชัดจากแรงลากจูงที่บังคับให้เธอต้องก้าวตาม
วาโย...ใจคอคุณจะให้ผู้ชายคนนี้จับมือเมียคุณไปถึงไหน!?
“ปล่อยมือฉันก่อนได้ไหมคะ เอ่อ...พอดีแหวนแต่งงานมันกำลังจะหลุด”
เธอแสร้งบอกไปเช่นนั้นเพราะทนไม่ไหว การแตะเนื้อต้องตัวบุรุษที่ไม่ใช่วาโยทำให้เธอรู้สึกผิดอย่างไรก็ไม่รู้
มิสเตอร์คิงส์ผู้มีใบหน้ากรุ้มกริ่มเป็นนิจ จำต้องปล่อยมือบางโดยปริยาย เขาพยายามแล้วที่จะไม่รุ่มร่ามกับภรรยาคนงามของคู่ค้าคนสำคัญ ทว่าพอเห็นใบหน้าหวานๆ พร้อมรอยยิ้มอันงดงามของสาวเจ้า เขาก็พ่ายแพ้แก่อารมณ์อ่อนไหวในหัวใจ เกิดมาตั้งสี่สิบสามปียังไม่เคยมีหญิงใดกระตุกหัวใจได้มากมายเพียงนี้ แม้แต่ภรรยาที่ร้างรากันไปแล้วก็ตาม
ทั้งสามนั่งพูดคุยด้วยเรื่องที่ละอองดาวทำได้เพียงเป็นผู้ฟังที่ดี การเจรจาธุรกิจบางครั้งก็น่าเบื่อกว่าที่เธอคิด
“คุณคิดว่าจะทำได้เหรอวาโย”
หนุ่มใหญ่ผิวขาวเหลือง ใบหน้าและเรือนกายที่ขัดกันบอกให้รู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งอย่างแน่แท้ แต่จะครึ่งอะไรนั้น ละอองดาวก็สุดจะคาดเดา รูปกรามแข็งแกร่งช่วยให้โครงหน้านี้ชวนมอง จมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นนิดๆ ราวเด็กน้อยผู้ดื้อรั้น แล้วนั่น นัยน์ตาสีฟ้าราวกับน้ำทะเลช่างรับกับเรือนผมสีนิลสนิทของเขาได้ดีเหลือเกิน มิหนำซ้ำยังเปล่งประกายระยิบระยับอย่างเจ้าชู้อยู่ทุกวินาที เธอไม่ปฏิเสธเลยว่าดวงตาสีฟ้าครามมันทำให้บุรุษผู้นี้ดูมีเสน่ห์ สรุปแล้วเขาอาจจะอายุมากไปนิด แต่ดูภูมิฐานและหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ
“ผมทำได้แน่ถ้ามิสเตอร์จะช่วยเบิกทาง ถึงผู้คนที่นี่จะไม่มากมาย แต่ทุกสิ่งกำลังเจริญเติบโต ถ้ามีคอนโดฯ ราคากลางๆ ผุดขึ้นกลางเมือง ผมเชื่อว่ามันต้องไปได้สวยและคงทำให้เจ้าของร่ำรวยในไม่ช้า แต่นั่นก็อยู่ที่ว่าเจ้าของที่ดินผืนนั้นจะยอมเป็นหุ้นส่วนกับผมหรือเปล่า” วาโยเลียบเคียงถามเจ้าของที่ดิน
“น่าแปลกที่คุณไม่บอกตรงๆ ว่าขอซื้อที่ดินผม แต่มาขอให้ผมเป็นหุ้นส่วน ทำไมล่ะ” หนุ่มใหญ่เอ่ยถามด้วยภาษาไทยแปร่งปร่าไม่ชัดเจน ทว่าคนที่ตอบกลับไม่ใช่วาโย
“เพราะคุณคิงส์ฉลาดเกินกว่าจะขายที่ดินกลางเมืองใหญ่ให้ใครง่ายๆ น่ะสิคะ เราเห็นว่าที่ดินว่างเปล่าทิ้งไว้เฉยๆ ก็คงไม่มีเม็ดเงินงอกเงย ถ้าสร้างคอนโดฯ ก็น่าจะดีนะคะ ให้มีสระว่ายน้ำด้วยนะ โอ...วิวมันคงสวยมาก ถ้าดาวได้สวมบิกินีว่ายน้ำท่ามกลางแสงจันทร์บนชั้นสูงสุดของคอนโดฯ ของเราละก็ อืม...มันต้องวิเศษแน่ๆ จริงไหมคะ”
ละอองดาวเอ่ยพลางทำหน้าเคลิ้มฝัน เธอลูบท้ายทอยเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ และนั่นทำให้บุรุษทั้งสองหันมามองหญิงสาวเป็นตาเดียว
ด้านโจนาธาน นัยน์ตาที่กรุ้มกริ่มอยู่แต่เดิมฉายชัดถึงความต้องการอันมากล้นในตัวของละอองดาว เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าหล่อนเป็นภรรยาของคู่ค้าที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
“คุณดาวคิดว่าอย่างนั้นเหรอครับ” หนุ่มใหญ่ลองเชิง
“แน่นอนค่ะ เวลาที่คุณโยไม่อยู่ ดาวจะได้ไปว่ายน้ำออกกำลังกายแบบ ‘ส่วนตัว’ ซึ่งคุณโยก็ไม่อยู่บ่อยๆ ซะด้วย จริงไหมคะสามี”
ละอองดาวทำตามที่สามีปรารถนา ทั้งชม้ายชายตา ทั้งส่งยิ้มหวานออดอ้อนให้หนุ่มใหญ่เห็นพ้องในสิ่งที่เธอเสนอ ฝ่ามือบางของเธอยังเลื่อนไปลูบหลังมือเขาเล่นเบาๆ ราวกับเชิญชวน
“อะแฮ่ม! เอ่อ...เรื่องตกลงหรือไม่ตกลงเอาไว้ก่อนดีกว่านะครับ ผมว่าเราเริ่มมื้อค่ำก่อนจะดีกว่าไหม ผมหิวแล้ว”
วาโยตัดบทดื้อๆ แล้วส่งสัญญาณให้บริกรนำอาหารมาเสิร์ฟ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษจึงเริ่มต้นขึ้น และดำเนินไปได้ด้วยดีจนเกินคาด วาโยรู้สึกว่ามิสเตอร์คิงส์จะหลงเสน่ห์ละอองดาวเข้าแล้ว
“เชียส...” ละอองดาวชนแก้วกับคู่ค้าของสามี มื้อค่ำผ่านไปแล้ว ตบท้ายด้วยไวน์รสเลิศและผู้ชายไร้หัวใจสองคน ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องประกอบทางกายเฉกเช่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ สามีที่รักได้แต่ทำเสียงกระแอมเมื่อเธอเข้าใกล้หนุ่มใหญ่มากเกินไป แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเขาทำกับเธอเยี่ยงเกอิชา เธอก็จะเป็นให้ดู
วงแอลกอฮอล์ยังดำเนินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง กระทั่งเสียงของละอองดาวเริ่มอ้อแอ้เต็มที อันที่จริงเธอไม่ได้ดื่มมากมายหรอก แค่บรรยากาศมันพาไป เธอคออ่อนด้วย จิบนิดๆ ก็รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
