บทที่ 7 EP 2/2 เจ้าของสายลม

ร่างอรชรเลื่อนกายลงนอนช้าๆ ดึงหมอนออกจากศีรษะหนึ่งใบเพราะมันสูงเกินไป เวลาเดียวกันนั้น วาโยก็ยื่นเม็ดยาสีขาวมาให้ คงเป็นยาลดไข้อะไรสักอย่าง

“ดาวไม่ได้เป็นอะไร”

“เธอตัวร้อน อย่าเรื่องมาก ถ้าพรุ่งนี้มิสเตอร์คิงส์ติดต่อมาว่าตกลงเซ็นสัญญา ฉันจะกลับเมืองไทยทันที เพราะฉะนั้นกินมันซะ!”

คนถูกสั่งรีบหยิบเม็ดยามาส่งเข้าปากแล้วดื่มน้ำส้มตามลงไปจนเกือบหมดแก้ว เขายืนคุมกระทั่งเธอกลืนยาเสร็จเรียบร้อยจึงเดินออกนอกห้องอีกครั้ง เธอได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ก่อนจะเงียบไป และเพียงห้านาทีหลังจากนั้น ร่างสูงใหญ่ก็มายืนอยู่ที่ปลายเตียง

“เก็บเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ เราต้องกลับกรุงเทพฯ ให้เร็วที่สุด”

ละอองดาวไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หูได้ยิน เธอเพิ่งมาถึงไม่กี่ชั่วโมง แต่เขาจะพากลับเอาตอนนี้เนี่ยนะ แล้วเครื่องบินล่ะ เขาจะจองตั๋วทันได้ยังไง 

“ทำไมต้องรีบขนาดนั้นคะ ดาวยังไม่หายเหนื่อยเลย” 

เธอพูดตรงๆ เธอเหนื่อย เธอเพลียและอยากหลับเอามากๆ สามีตีตราพยักหน้าคล้ายเข้าใจ แต่กลับเอ่ยออกมาว่า

“ยี่สิบนาที ฉันให้เวลาเธอแค่นั้น ถ้ายังชักช้าก็หาทางกลับเอง”

เขาพูดแล้วเดินออกจากห้อง เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเธอคร้านจะจำ เธอลุกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าให้เสร็จในสิบนาที อย่างน้อยสิบนาทีที่เหลือจะได้เอาไว้จัดการกับหน้าโทรมๆ ของตัวเอง เพราะถ้าปล่อยเอาไว้ เธอได้ถูกเขาประณามแน่ ค่าที่ไม่ให้เกียรติสามีด้วยการดูแลตัวเองให้สวยอยู่เสมอ นี่แหละ อีกหนึ่งในหน้าที่ของ ‘ภรรยาตีทะเบียน’

...........

เช้าตรู่วันถัดมา ประเทศไทย 

ละอองดาวนั่งกุมขมับอยู่ภายในห้องโดยสารของรถคันหนึ่ง หลังจากลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ เธอก็ถูกสามียัดขึ้นรถแท็กซี่ ส่วนเขาก็บึ่งรถคันงามที่คนขับรถขับมาให้ ออกไปเพียงลำพัง ไม่บอกก็รู้ว่าเขาไปไหน คำว่า ‘บ้านของเรา’ คงไม่มีค่าพอให้เขากลับไปกระมัง

เมื่อรถแท็กซี่แล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ละอองดาวก็หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางลงมา อาการบางอย่างรุมเร้าจนเธอไม่อยากลงจากรถ นั่นเพราะที่ลานน้ำพุหน้าบ้าน มีร่างของสตรีจอมป่วนประสาท ยืนรอท่าเธออยู่ด้วยใบหน้าขุ่นเคืองระคนเย้ยหยัน

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมหล่อนกลับมาคนเดียวยะแม่ดาว” 

เสียงของแม่สามีจิกกัดเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ 

ละอองดาวยกมือไหว้คุณนายวิภา นางไม่ปรารถนาลูกสะใภ้ไร้สกุลเช่นเธอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“คุณแม่ก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แล้วจะถามดาวทำไมคะ” ตอบแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเดินหนีคุณนายโดยอ้อมไปตามทางเดินข้างตึกเพื่อจะได้กลับบ้านหลังน้อยของตัวเอง สาวใช้นามว่านกเอี้ยงรีบเข้ามาช่วยเธอถือกระเป๋าอันหนักอึ้ง ดีที่เจ้าหล่อนมาช่วย เพราะตอนนี้เธออยากเปลี่ยนทางเดินเป็นเตียงเหลือเกิน

นางวิภา จตุรศิลป์ สตรีวัยห้าสิบปลายๆ รูปร่างบอบบาง มีนิสัยเอาแต่ใจอยู่เป็นนิจ นางทอดสายตาตามหลังละอองดาวไป ถึงไม่ชอบใจที่เจ้าหล่อนเข้ามาเป็นสะใภ้ แต่พออยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน ความผูกพันใกล้ชิดก็ทำให้อดห่วงใยละอองดาวไม่ได้ 

“พี่เจรียง! พี่เจรียง” นางร้องเรียกแม่บ้านวัยใกล้กันซึ่งอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ แม้ว่านางจะแต่งงานมีลูกเต้า นางเจรียงก็ไม่เคยห่างกายนางเลย จนนับถือนางเจรียงว่าเป็นเช่นญาติคนหนึ่งมากกว่าข้าทาสรับใช้ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรับเงินเดือนจากนางทุกเดือนก็ตาม

“คะคุณ คุณภาจะเอาอะไรคะ” 

นางเจรียง สตรีร่างท้วมใบหน้าอวบอิ่ม เดินแกมวิ่งออกมาจากห้องครัว

“แม่ดาวกลับมาแล้วนะพี่ หน้าตาดูอิดโรยชอบกล ฉันว่าจะตามไปดูหน่อย พี่ช่วยทำข้าวต้มให้ฉันทีนะ”

นางเจรียงอิดออดเล็กน้อยในคำสั่งของเจ้านาย

“เดี๋ยวก็โดนคุณดาวแขวะเอาหรอกค่ะ ค่าที่เป็นห่วงเป็นใยเธอ” นางบอกด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้ผู้เป็นนายถูกถอนหงอกด้วยคนที่เจ้าตัวหวังดีช่วยเหลือ

“ช่างปะไร ถ้ามันกล้าแขวะฉัน ฉันจะตอกกลับว่าไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านนี้ก็สิ้นเรื่อง เร็วๆ นะพี่”

นางวิภาว่าแล้วก็เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ลัดเลาะไปด้านข้างตึกใหญ่ เพื่อไปเรือนอีกหลังที่ลูกชายปลูกไว้เป็นเรือนหอ แต่แน่นอนว่าเขายังพักบนตึกใหญ่กับนาง วาโยแต่งงานเพื่อประชดนางเท่านั้น โดยเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างละอองดาวเข้ามาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา ให้นางได้เจ็บใจเล่นๆ คิดแล้วก็ยังเคืองไม่หาย

...........

เรือนไม้หอม

ละอองดาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็รีบเข้านอนทันที อาการปวดศีรษะทั้งเนื้อตัวที่ร้อนผ่าว ทวีความรุนแรงจนเธออยากไปนอนโรง’บาลให้รู้แล้วรู้รอด

“คุณดาวคะ คุณนายมาค่ะ” นกเอี้ยงบอกกล่าว เจ้าหล่อนเข้ามาเอาเสื้อผ้าของนายสาวไปซักเหมือนเคย

“แต่ฉันเพลียเหลือเกินนกเอี้ยง ไม่มีแรงรบกับคุณนายของเธอหรอก ช่วยบอกคุณนายทีว่าฉันไม่สบาย ขอผลัดเป็นวันหลัง” เธอสั่งความนกเอี้ยงทั้งที่ยังหลับตา และไม่ได้รู้เลยว่าแม่สามีมายืนค้ำหัวอยู่ครู่ใหญ่แล้ว

“ไม่สบายทำไมไม่ไปหาหมอยะ อยากให้ลูกชายฉันมาโอ๋หรือไง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป