บทที่ 1 EP. 01

ค่ำคืนวันศุกร์ต้นเดือนคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย และหาความสำราญตามปกติวิสัยของช่วงเงินเดือนออก ไม่เว้นแม้เเต่สถานที่อโคจรแห่งนี้ ซึ่งคืนนี้มีลูกค้ามากเป็นพิเศษ

ปุณณวิช...หนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอก พ่วงท้ายด้วยตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมดังระดับห้าดาว อีกทั้งยังดูแลกิจการส่งออกอาหารทะเลอันดับหนึ่งของประเทศไทย ชายหนุ่มเพิ่งกลับมารับตำแหน่งนี้เต็มตัว ในช่วงก่อนพี่ชายคนเดียวจะเสียชีวิตด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็ง ค่ำคืนนี้...เขานั่งจิบเบียร์เย็นๆ และฮัมเพลงกับผองเพื่อนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เพราะเขาระหกระเหินไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนนานถึงสิบปีเต็ม จนกระทั่งเรียนจบและศึกษางานที่นั่นจนมีประสบการณ์มากพอ จึงกลับมาอยู่ที่เมืองไทยเป็นการถาวร ก็ไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจเช่นนี้คือความโชคดีหรือโชคร้าย

“แกไม่รีบกลับใช่ไหมไอ้ปุณ” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยทัก เมื่อนาฬิกาข้อมือชี้บอกเวลาจวนเจียนเที่ยงคืน แถมพรุ่งนี้ยังต้องทำงานตั้งแต่เช้า

“คงอีกสักพักน่ะ”

ปุณณวิชกระดกเครื่องดื่มสีอำพันดื่มทีเดียวหมดแก้ว พลางทอดสายตามองฟลอร์เบื้องล่าง เสียงเพลงดิ้นจังหวะสนุกสนานที่ดีเจเปิด มันช่างเร้าอารมณ์ให้กิ้งกือไส้เดือนในร่างมนุษย์เต้นเร่า เสียจนลืมไปว่ามีกระดูกกันเลยทีเดียว

“รอแป๊บนึงสิวะ เดี๋ยวจะมีนักร้องสาวสวยมาร้องเพลง สวยหยาดเยิ้มขนาดแขกที่นี่ติดตรึมเลยว่ะ หนำซ้ำเจ้าหล่อนเสียงหวานยังกับนกไนติงเกล”

บรรดาเพื่อนๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย ปุณณวิชปรายตามองไปยังเวทีชั้นล่าง แสงสปอร์ตไลต์สว่างจ้าเมื่อถึงเวลาโชว์ชุดเอก เสียงเพลงถูกหรี่ให้เบาลง ตามด้วยเสียงดีเจประกาศเรียกแขก เสียงปรบมือดังกึกก้อง เมื่อหญิงสาวในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำสั้นแค่คืบ เผยให้เห็นสัดส่วนบนเรือนร่างเดินออกมาจากหลังเวที แสงไฟที่สาดส่องทำให้ปุณณวิชมองเห็นจากด้านบนได้ชัดเจน เสียงเจ้าหล่อนเพราะจริงๆ เขาไม่เถียง เรืองร่างก็ช่างสะโอดสะองน่ามอง ข้อนี้เขาก็ต้องยอมรับ ส่วนหน้าตาน่ะเหรอ...ชายหนุ่มชะงักแก้วในมือ เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธออย่างบอกไม่ถูก ผู้หญิงผมสั้นทรงทันสมัยคนนี้ มีบางส่วนเหมือนผู้หญิงที่เขารู้จัก...

อรอินทุ์...เด็กในอุปการะของพี่ชายที่อยู่รวมกับเขตรั้วเดียวกับเขา...

...คงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะมายืนโยกย้ายแอ่นกายอยู่บนเวทีแห่งนี้

เพลงที่หนึ่งผ่านไป เพลงที่สองกำลังจะจบ และเพลงที่สามกำลังตามมา ทุกคนโยกกายเต้นสนุกสุดเหวี่ยง  ปุณณวิชจ้องมองแม่สาวสะคราญที่เต้นดีดดิ้นน่าฟัดบนเวทีไม่วางตา จนเพื่อนๆ ยักคิ้วให้กันอย่างรู้ทัน

“ไงไอ้ปุณ เชื่อหรือยังว่าเจ้าหล่อนเด็ดจริงๆ” เขาไม่ตอบ เอาแต่จับจ้องนักร้องคนสวย

หญิงสาวเยื้องย่างลงจากเวที พลางส่งสายตายั่วเย้าให้บรรดาหนุ่มๆ ที่ส่งเสียงวี้ดวิ้วทักทาย ก่อนจะไปหยุดยืนหน้าโต๊ะแขกวีไอพี ตามที่แม่เล้าวัยกลางคนพาเธอมาส่ง และจีบปากจีบคอแนะนำให้เธอรู้จักแขกหัวงูอย่างสนิทสนม

ปุณณวิชยกมือลูบปลายคาง ไฟบริเวณนั้นไม่สว่างเหมือนบนเวที ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าจะใช่คนรู้จักไหม ชายหนุ่มแอบมองจนกระทั่งแขกเฒ่าตุ้ยนุ้ยโอบเอวออเซาะ พานักร้องหน้าสวยออกไปพร้อมกัน

เพียงใบหน้าหวานต้องแสงไฟแค่เสี้ยว ก็ทำเอาชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นทันที

“เดี๋ยวมา”

เขาเอ่ยบอกเพื่อนๆ ก่อนจะรีบเดินบันไดไปยังชั้นล่าง แอบสะกดรอยตามจนถึงลานจอดรถ แล้วรีบขับรถตามแขกเฒ่าลงพุงชนิดไม่ให้คลาดสายตา จนกระทั่งรถหรูเลี้ยวเข้าโรงแรมระดับห้าดาว เขาเหลือบมองป้ายชื่อก่อนจะถอนหายใจ มันคือโรงแรมในเครือบริษัทของเขา...นี่ก็อีกธุรกิจหนึ่งที่เขาดูแล

นักร้องคนสวยได้รับการบริการอย่างดีจากพนักงานหนุ่ม ที่เปิดประตูให้เธอและพาไปที่ห้องพัก ซึ่งมีคนโทรมาจองไว้ล่วงหน้าแล้ว

“ผู้หญิงกับผู้ชายคนนั้นไปที่ห้องไหน!”

ปุณณวิชวิ่งไปกระชากคอเสื้อของพนักงานแล้วตะคอกถาม ดูเหมือนคนถูกถามจะงุนงง และคงไม่เคยเจอผู้บริหารระยะใกล้จึงไม่รู้จัก โชคดีที่ผู้จัดการยืนอยู่บริเวณนั้น รีบเข้ามาขอโทษขอโพยปุณณวิช ก่อนจะกระวีกระวาดหาข้อมูลแขกคนสำคัญคนนี้ให้ทราบ...

...เศรษฐีเจ้าของธุรกิจรถหรูนำเข้า แอบพาสาวน้อยหน้าจิ้มล้มมาเผด็จศึกที่นี่ชนิดไม่ซ้ำหน้า แต่ต่อให้เจ้าชู้แค่ไหนก็ไม่พ้นกลัวเมียจนหัวหด

ระหว่างที่ปุณณวิชกำลังยืนรอคำตอบอยู่ที่ล็อบบี้อย่างร้อนใจ เสียงสูงลิบสิบแปดหลอดก็ดังกระทบหู

“ไหน! มันอยู่ไหน ไอ้แก่มันอยู่ไหน!” หญิงวัยกลางคนร่างท้วมยืนหน้าถมึงทึง ชี้นิ้วกราดด่าพนักงานโดยไม่สนใจแขกเหรื่อคนอื่นๆ

“จำฉันไม่ได้หรือยังไง! แม่ของฉันสนิทกับคุณหญิงปีย์ เจ้านายพวกแกยังไงล่ะ ไหน! ผัวฉันมันอยู่ห้องไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้ ฉันอยากไปดูหน้าอีผู้หญิงหน้าด้านที่เร่อ้าขาขายผัวฉัน!”

กิริยาส่อสกุลคงใช้กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ ปุณณวิชล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง เขาถอนหายใจก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ผู้จัดการเข้าไปเคลียร์สถานการณ์ ส่วนเขาจะขึ้นไปจัดการกับคนที่ถูกถามหาเอง

ชายหนุ่มกดลิฟต์มายังชั้นที่ต้องการเดินดุ่มๆ ไปหน้าห้อง แต่ยังไม่ทันได้เคาะประตู ด้านในก็เปิดออกมาพร้อมกับร่างบางที่วิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิตจนผมเผ้ากระเซอะกระเซอเสียก่อน

“อรอินทุ์!”

บทถัดไป