บทที่ 3 EP. 03
“อย่ามายอกย้อน ฉันถามก็ตอบ!” เมื่อเขาเริ่มเสียงดัง เธอก็ยิ่งสะอื้นหนัก
“เมียเขามาตามหาผัวเขาอยู่ข้างล่าง เธอไม่ละอายใจบ้างเหรอ”
“อร...อรไม่ได้...อรไม่ได้จะให้มันจบลงแบบนี้”
ปุณณวิชแสยะยิ้ม เขาจะเชื่อผู้หญิงหน้าใสตาซื่อคนนี้ได้อย่างไร ในเมื่อมารดาเฝ้าบอกอยู่ทุกวันว่าเธอไปทำเรื่องราวอะไรมาบ้าง ถ้าไม่ติดว่าอีกเทอมเดียวจะเรียนจบ ก็คงคิดจะขังไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปทำเรื่องเสื่อมเสีย
“มันให้เธอเท่าไหร่กัน เธอถึงได้ยอมมาขึ้นห้องกับมัน!” คำถามที่บาดลึกลงกลางใจของคนฟัง ทำให้อรอินทุ์ถึงกับจุก นั่นยิ่งทำให้อีกคนเข้าใจผิด
“มันมากจนเธอพูดออกมาไม่ได้เลยเหรอ”
“เขา...เขาบอกว่าให้อรมากินข้าวกับเขา แล้วจะจ่ายเงินค่าเทอมให้ค่ะ” ปุณณวิชแค่นหัวเราะเมื่อฟังจบ
“แล้วมันได้บอกไหมล่ะว่ากินข้าวที่ไหน ที่เตียง ที่อ่างอาบน้ำ หรือหน้าระเบียง”
คนอ่อนต่อโลกไม่เข้าใจคำถาม เธอมองเขาด้วยสีหน้าฉงนปนสงสัย แต่ชายหนุ่มกลับคิดว่ามันคือการมารยาเสแสร้ง ร้อยเล่มเกวียนสมกับเป็นไซด์ไลน์ไม่มีผิด
“พูดออกมาได้ว่าไว้จ่ายค่าเทอม แล้วเงินที่แม่ฉันให้ล่ะเธอเอาไปทำอะไรหมด!”
“...”
หญิงสาวได้แต่เม้มปากสนิทสะอื้นฮั่ก ตั้งแต่วันที่ปวรุฒม์เสียชีวิต เธอก็ไม่เคยได้รับค่าขนมหรือค่าใช้จ่ายอะไรอีกเลย ทุกวันนี้เธอใช้เงินเก็บที่เหลือจากค่าขนมที่คุณปวรุฒน์เคยให้ไว้ แต่มันก็จวนจะหมดอยู่รอมร่อ ค่าเทอมก็แพงแสนแพง เพราะเธอเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ เสมอเหมือนปัญชิกา... ลูกสาวเพียงคนเดียวของปวรุฒน์ เธอเคยบากหน้าเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคุณหญิงปีย์วรา...แม่ของเขา แต่ก็ถูกไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งยังอ้างบุญคุณที่เลี้ยงดูมาจนขนาดนี้จนเธอเองก็พูดไม่ออก ท้ายที่สุดก็ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเอง แม้มันจะเป็นงานที่ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอหมดสิ้นหนทาง ก็ยังนับว่าโชคดีที่วันนี้ปุณณวิชมาช่วยไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเธอจะตกนรกขุมที่เท่าไหร่
“ว่ายังไง! เอาเงินค่าเทอมไปไหนเสียล่ะ หมดไปกับกระเป๋า เสื้อผ้า หรือรองเท้าล่ะ!” เขาหรี่ตามองสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวอีกครั้ง
“หรือจริงๆ แล้วมันคือข้ออ้าง เพราะเธอชอบแบบนี้กันแน่” มันจะไม่เจ็บสักนิด หากคนที่กำลังพูดอยู่นั้นไม่ใช่คนที่เธอรัก และเฝ้ารอการกลับมาตลอดเวลาหลายปี
“อรพูดอะไรไปอาปุณก็คงไม่เชื่อ...ไม่เป็นไรค่ะ อาปุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่อาปุณ ส่วนอรก็จะทำงานหาเงินค่าเทอมต่อไป อรจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบวันนี้ขึ้นอีกค่ะ”
ไม่ใช่เฉพาะค่าเทอมเพียงอย่างเดียว แต่มันรวมถึงค่ารักษาพยาบาลของป้า...พี่สาวแท้ๆ ของแม่ ที่มีอาชีพเป็นคนใช้บ้านอื่น ก็มาป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่สาม ป้าไม่มีใครเธอจึงต้องรับดูแลท่าน รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ป้าเคยบอกกับเธอว่าจะมารับเธอออกไปอยู่ด้วยกัน เมื่อรู้ว่าคุณปวรุฒม์เสียแล้วและทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ตั้งใจเปิดร้านข้าวแกงเล็กๆ ขายกันตามประสาป้าหลาน แต่เพราะโชคร้ายหรือเธอเป็นตัวซวยของทุกคนกันแน่ คนที่เธอรักถึงได้ค่อยๆ จากเธอไปทีละคน เธอคงไม่อาจนั่งเฉยดูป้าค่อยๆ หมดลมหายใจ สองป้าหลานจึงคอยให้กำลังใจกันและกันตลอดมา
“ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจที่ฉันพูด” ปุณณวิชจ้องมองหญิงสาวเขม็ง
“หยุดทำอาชีพนี้แล้วกลับไปตั้งใจเรียนหนังสือเหมือนเดิม ให้เธอเรียนจบแล้ว และออกไปจากบ้านของฉันแล้ว ตอนนั้นเธอจะไปทำอะไรก็ได้กับใครก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้เธอยังอยู่ที่บ้านของฉัน นึกถึงคุณแม่ฉันบ้างสิ ท่านแก่แล้วจะรู้สึกยังไงหากมีคนมาบอกว่าเด็กในบ้านที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกทำงานกลางคืน ท่านจะเสียใจไหม”
อรอินทุ์กลืนก้อนแข็งๆ ที่วิ่งขึ้นมาจกคอลงไปอีกหลายระลอก มันทั้งจุกและเจ็บที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าเพราะแม่ของเขาเธอจึงต้องมาทำงานแบบนี้ เพราะคนที่บ้านของเขาแนะนำให้เธอทำ โดยเฉพาะปัญชิกา...น้องสาวของเขา ที่พูดกรอกหูให้เธอไปขายตัวอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไหนจะตอกย้ำและซ้ำเติมทวงบุญคุณ จนเธอก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะทดแทนได้หมดไหม
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของอาปุณมากค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นยืน เธอปัดผมออกไปด้านหลังและเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ เธอมีคำพูดมากมายที่อยากให้เขาฟัง แต่สุดท้ายก็ได้แต่เงียบ...พูดไปก็คงไม่มีประโยชน์
“อรขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”
“ในสภาพนี้น่ะเหรอ” เขาหรี่ตามองยิ้มหยัน
“นั่งลง”
“อรจะกลับค่ะ”
“ฉันบอกให้นั่งลงยังไงล่ะ ข้างล่างมีทั้งนักข่าวทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะลงไปในสภาพนี้เพื่อล่อเป้าเหรอไง ทีนี้จากที่ใครไม่รู้ก็คงรู้ว่าเป็นเธอ”
“แล้วอาปุณจะมาสนใจอรทำไม”
“ฉันไม่ได้สนใจเธอ แต่สนใจหน้าตาของตระกูลฉัน”
คนฟังยอมนั่งลงโดยไม่มีคำโต้แย้งอะไรอีก ได้แต่นั่งเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง ทุกคำพูดของเขายังคงดังก้องอยู่ในหู มันตอกย้ำได้ดียิ่งกว่าคำดูแคลนของคุณหญิงปีย์วรา
