บทที่ 4 EP. 04
“หวังว่าคือต่อๆ ไป เธอคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกมาหากินแบบคืนนี้อีกนะ”
“ไม่ค่ะอรจะออกมา อรต้องหาค่าเทอม” ปุณณวิชยกมือขึ้นลูบปลายคาง สายตาจับจ้องที่ใบหน้าเรียว
“อยากทำงานนี้ว่างั้น”
“ค่ะ” คนน้อยใจตอบรับสั้นๆ
“ใฝ่ต่ำ!” เขาขบกรามกรอด ฝืนสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองจนสุดความสามารถ
“ค่ะ อรใฝ่ต่ำ แต่ไม่ว่าจะยังไงอรก็จะทำงานนี้ อรต้องเรียนให้จบ อรไม่อยากเป็นคนใช้ให้คนมาโขกสับเหมือนแม่ อรอยากออกไปจากที่ตรงนี้”
“โดยการขายตัวอย่างนั้นน่ะเหรอ”
“ค่ะ”
“อรอินทุ์!” ชายหนุ่มเค้นเสียงตะคอกจนหญิงสาวสะดุ้ง หากแต่ยังฝืนต่อปากต่อคำ ทั้งที่หมดกำลังใจจนไร้เรี่ยวแรง
“ต่อให้ต้องขายตัวเพื่อเรียนหนังสืออรก็จะทำค่ะ อรจะขายตัวเพื่อเรียนหนังสือ อาปุณได้ยินไหมอรจะขายตัว!”
“เท่าไหร่ล่ะ” เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาไร้ความปรานี เหมือนไม่ใช่ปุณณวิชที่เธอรู้จัก
“อาปุณ...”
เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลริน มันไม่ได้เกิดจากการที่ถูกแขกเฒ่าหัวงูทำร้าย หากแต่มันเกิดจากคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนที่เธอมอบใจให้
“เลือกลูกค้าเสียด้วย เอาสิ...ฉันไงลูกค้าอีกคน เธอจะขายเท่าไหร่ล่ะ ฉันต้องแบบไม่ผูกมัด เป็นรายวัน รายครั้งคราวก็ได้ ฉันเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมไม่เรื่องมากอยู่แล้ว”
“มะ...ไม่” หญิงสาวน้ำตาไหลพราก พร่ามัวแทบมองไม่เห็นว่าตอนนี้เขาสะใจ ยิ้มแย้ม หรือกำลังเสียใจ
“ฉันสู้ราคาไม่อั้น แต่เธอต้องหยุดขายข้างนอก...กับทุกคน!” ปุณณวิชเชยคางมนให้เธอเงยขึ้นสบสายตากร้าว ที่กดเน้นให้เธอรู้ว่าเขาพูดจริง แต่คนหัวใจแตกสลายกลับเมินหน้าหนี
“อรจะกลับแล้วค่ะ”
เธอพูดเสียงสั่นดวงตาพร่ามัวลุกขึ้นยืนแทบจะไม่ไหว ร่างบางเซถลาลงมาราวกับนกปีกหัก ดีที่ปุณณวิชเข้าไปรับไว้ได้ทัน
“นี่คือการเรียกแขกของเธอเหรอ หรือจริงๆ แล้ววันนี้ฉันเข้าไปขัดขวางเธอกับไอ้แก่นั่น”
ปุณณวิชเองก็เสียใจและเจ็บปวดไม่น้อย ที่ต้องต่อว่าหญิงสาวออกไปเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็เห็นว่าเธอวิ่งออกมาจากห้องของเสี่ยเฒ่าตัณหากลับ
“ปล่อยอรค่ะ! ถ้าอาปุณจะดูถูกอรอย่างนี้!”
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอไปทำเรื่องเสื่อมเสียให้คุณแม่ต้องปวดใจกับเธออีก” เขากระซิบติดชิดริมหูของเธอ
“ถ้าอรจะขายตัวให้ใครสักคน คนคนนั้นต้องไม่ใช่อาปุณค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ชายหนุ่มบีบแขนเรียวเล็กนั้นอย่างลืมตัว
“ก็ลองดูสิ ถ้าเธอกล้า...”
เขาไม่ได้ขู่แต่จะทำจริง เขาทนไม่ได้ หากจะให้เธอเร่ไปขายตัวให้ใครต่อใคร เหตุการณ์วันนี้มันจะไม่เกิดขึ้น หากไม่ได้ยินพวกในครัวคุยกัน เรื่องที่อรอินทุ์ออกมาร้องเพลงเพื่อหารายได้ที่ผับดัง นั่นคือต้นเหตุของการนัดรวมตัวกับเพื่อนๆ เพื่อที่เขาจะมาดูให้แน่ใจว่าใช่เธอหรือเปล่า
“เธอไปคิดก่อนก็ได้ จะโก่งราคาแค่ไหนก็ได้ ถ้าฉันไหว...ฉันก็จะสู้ราคากับเธอ” เขาพูดราวกับต้องการซ้ื้อหมูซื้อไก่
“หลีกไปค่ะ” หญิงสาวผลักเขาเบาๆ เพื่อให้พ้นทาง แต่ดูเหมือนมันจะยากเย็น
“ไปกับฉัน”
เขาหยิบเสื้อสูทที่แขวนอยู่ในตู้มาสวมทับให้เธอ ก่อนจะโอบกอดแล้วพาเธอเข้าลิฟต์มาด้วยกัน และเมื่อใกล้ถึงชั้นล็อบบี้ ปุณณวิชก็เปลี่ยนไปใช้บันไดหนีไฟแทน เขามองเข้าไปในตัวอาคาร ผู้คนยังเยอะแยะแสดงว่าสองสามีภรรยาคงยังหาตัวการอย่างอรอินทุ์ไม่เจอ เขายัดร่างของหญิงสาวเข้าไปในรถแล้วขับออกไปทันที
ปุณณวิชขับรถมาที่โรงจอดรถ เขามองดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น จึงปลดล็อคประตูแล้วปรายตามองคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
“หากเธอมีคำตอบให้ฉันแล้ว ก็เดินไปกดออดเรียกที่หน้าประตูบ้านได้เลย”
เขาไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ เพราะเธอรีบเปิดประตูลงแล้วเดินไปยังห้องพักคนงาน ที่ปลูกเป็นสัดส่วนอยู่ด้านหลังคฤหาสน์หลังงามของมารดา ชายหนุ่มถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบที่ท้ายทอยบีบนวดเบาๆ ให้ผ่อนคลาย เขาก็ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอชอบแบบนี้แล้ว วิธีที่ราชสีห์อย่างเขาจะได้เนื้อกวางแสนสวยก็มีแค่สองอย่าง คือขู่ให้กลัวหรือใช้ไม้อ่อน ซึ่งลูกกวางของเขาก็คงไม่ชอบอย่างหลังเป็นแน่
ปุณณวิชกลับเข้าบ้านตัวเอง เขาแยกบ้านออกมาเป็นส่วนตัวตามลำพังในเขตรั้วเดียวกับมารดา เพราะไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวหลังจากเลิกงานแล้ว และนี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เขาร้องขอกับพี่ชายทันทีที่กลับมาอยู่เมืองไทย มารดาก็ขัดไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะออกไปอยู่คอนโดที่ซื้อทิ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้
ชายหนุ่มมองลงมายังห้องนอนของอรอินทุ์ เขารู้ว่าเธอพักห้องไหน มันช่างเหมาะเจาะเหมือนจับวาง เพราะห้องพักเธออยู่ตรงกับหน้าระเบียงห้องนอนเขาพอดี ทุกค่ำคืนเขาต้องเดินออกมายืนทอดสายตามองไปยังห้องนอนของหญิงสาว
