บทที่ 5 EP. 05

คำพูดของมารดาที่กลัวว่าเธอจะเข้ามาทำลายครอบครัวของพี่ชายและพี่สะใภ้ หวังจะสบายไปทั้งชาติยังคงก้องอยู่ในหัว  ยิ่งได้กลับมาเห็นเองกับตาว่าพี่ชายของเขานั้นเมตตาเธอเพียงใด ก็อดคิดไม่ได้ว่าทั้งคู่กำลังคิดอะไรกันอยู่ อรอินทุ์ในวันนั้นกับวันนี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน พี่ชายเขาแต่งงานกับพี่สะใภ้ไม่ใช่เพราะความรัก ก็ไม่แปลกหากใครจะเข้ามาแทรกกลางได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นสาวสวยสะพรั่งด้วยแล้ว ปุณณวิชไม่อยากจะคิดต่อ

ไฟภายในห้องนอนของเธอยังเปิดอยู่ เขาไม่รู้ว่าเธอคงยังไม่นอนเพราะคิดหนัก หรือกำลังโก่งราคาค่าตัวกันแน่ เขาเชื่อว่าอีกไม่นานหญิงสาวจะต้องมาหาเขาเป็นแน่...

แค่อดใจรออีกนิดเท่านั้น!

อรอินทุ์นอนไม่หลับ หญิงสาวพลิกตัวกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน มองไปยังตึกใหญ่สีฟ้าสบายตานั่น ภายในห้องนอนของเขาก็ยังไม่ปิดไฟ ทุกคำพูดของเขายังคนก้องหู คิดแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา ปุณณวิชคนเดิมคงตายจากไปแล้ว มือบางเช็ดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม พยายามไม่คิดมากและข่มตาให้หลับลง แม้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้เธอต้องคิดอีกหลายเรื่อง ในที่สุดเธอก็ผล็อยหลับไปตอนเกือบรุ่งสาง

หญิงสาวตกใจตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือมองไปยังห้องนอนของเขา ไฟยังคงเปิดอยู่เหมือนเดิม หรืออาจเพราะเมื่อคืนเขาลืมปิดไฟ อรอินทุ์ไม่เสียเวลาต่อ เธอรีบลุกจากเตียงไปทำกิจวัตรประจำวัน ก่อนจะรีบออกไปเรียน เธอมีเรียนเช้าอีกแค่เทอมเดียวเท่านั้น เธอได้แต่ท่องไว้ในใจ

แม้จะออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ แต่กว่าจะมาถึงมหาวิทยาลัยก็จวนเลยเวลาเขาเรียน เพราะการจราจรคับคั่งในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่จะให้ทำอย่างไรได้...ในเมื่อคุณผู้ชายไม่อยู่เสียแล้ว เมื่อก่อนเธอเคยได้รับอนุญาตให้ติดรถของปัญชิกามาเรียนด้วยกัน แต่ตอนนี้เธอทำได้แค่โหนรถเมล์ฟรีเพื่อประหยัดทุกอย่างเท่านั้น

“กว่าจะมาถึงเหงื่อโซมเลยสินะ”

ปัญชิกาเจอกับอรอินทุ์เข้าพอดี จึงทักทายตามประสาคนไม่ชอบขี้หน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หญิงสาวรู้สึกโล่งใจมากกว่า ที่ไม่ต้องนั่งรถร่วมคันเดียวกับลูกสาวขี้ข้าอย่างอรอินทุ์อีก

“ไหนว่าไปร้องเพลงมาไม่ใช่เหรอ ไม่หาเสี่ยรวยๆ เกาะสักคนล่ะจะได้สบาย”

อรอินทุ์ไม่อยากมีปากเสียงด้วย เธอจึงเดินหลีกเลี่ยงไปอีกทาง แต่ดูเหมือนปัญชิกาจะไม่พอใจ เดินตามไปกระชากไหล่ให้อีกคนหันมา

“ฉันพูด! นั่นหมายถึงว่าเธอต้องหยุดยืนฟัง ไม่เข้าใจเหรอนางขี้ข้า!” อรอินทุ์หันไปมองรอบๆ เธอกำลังเป็นจุดสนใจของเพื่อนในมหาลัย

“คุณปันปันเป็นถึงหลานสาวคุณหญิง มาจากตระกูลผู้รากมากดี อย่ามาทำนิสัยต่ำๆ ที่นี่เลยค่ะ ดูสิคะคนมองกันใหญ่แล้ว อรน่ะเป็นลูกสาวของขี้ข้าเป็นขี้ปากไม่นานหรอกค่ะ แต่คุณปันปันสิคะ...”

“ไม่ต้องมาสาระแนสอนฉัน!” ปัญชิกาตวาดแหว

“ที่เรียกเธอไว้ก็ไม่ได้อยากจะหาเรื่องอะไร แค่มีเรื่องสำคัญจะบอกให้เอาบุญ” คนถือไพ่เหนือกว่ายิ้มพราย

“เจ้าหน้าที่ห้องการเงินประกาศเรียกเธอให้ไปพบแน่ะ ทำไมเหรอ...ค้างค่าเทอมเหรอ จนแล้วมาเรียนที่ลูกหลานคนรวยเขาเรียนกันได้ยังไง แบบนี้สินะที่เรียกว่าจนแล้วไม่เจียม”

อรอินทุ์ระบายลมหายใจยาว แต่ไม่ได้เป็นเพราะปัญชิกาเลย เธอชินชากับคำดูเเคลนแบบนี้เสียแล้ว ทว่าเธอหนักใจเพราะรู้ดีว่าที่เจ้าหน้าที่ห้องการเงินต้องการพบเธอ ก็มีอยู่เรื่องเดียวคือทวงเงินค่าเทอม และตอนนี้เธอก็ยังไม่มีปัญญาจ่าย เธอเพิ่งไปร้องเพลงได้แค่ไม่กี่สัปดาห์ เงินค่าจ้างก็ยังไม่ถึงรอบจ่าย อีกทั้งเธอรู้ว่าไปร้องแค่ไม่กี่เพลงต่อคืน รายได้ก็ไม่ได้งดงามนัก นั่นเป็นเพราะเธอไม่อยากทิ้งการเรียน จึงต้องรีบกลับมาอ่านหนังสือต่อ

“ขอบคุณที่บอกค่ะ”

“กองไว้ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเสแสร้งมาขอบอกขอบใจอะไรฉัน แกก็รู้ว่าฉันเกลียดแก!”

“แต่อรไม่ได้เกลียดคุณปันปันนี่คะ”

“ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นคนดี ฉันไม่มีวันหลงกลแกเหมือนคุณพ่อหรอก”

“ที่อรไม่เกลียดคุณ เพราะพระคุณที่คุณผู้ชายเลี้ยงดูอรกับแม่ต่างหากล่ะ คุณโชคดีที่มีคุณพ่อดีเลยส่งผลบุญไปถึงคุณด้วย...อรขอตัวก่อนนะคะ” อรอินทุ์รีบเดินจากมาทันที ปล่อยให้อีกคนเต้นเป็นนกเป็นกาอยู่ด้านหลัง โดยไม่สนใจหันกลับไปมอง

“นางอร! อีบ้า! นี่แกกำลังจะบอกว่าแกทำดีกับฉัน ไม่ใช่เพราะฉันแต่เป็นเพราะคุณพ่อใช่ไหม อีขี้ข้า!”

ปัญชิกายืนเต้นแร้งเต้นกาจนพอใจ แล้วสะบัดตัวออกไปจากบริเวณนั้น เพราะผู้คนเริ่มมองเธอเหมือนตัวประหลาด แต่ก็ไม่วายนึกคาดโทษอีกคนไว้ในใจ ที่ทำให้เธอต้องอับอายวันนี้

อรอินทุ์ไม่ใช่คนหนีปัญหา ทุกปัญหาของเธอมีไว้สำหรับพุ่งชน หญิงสาวตรงไปยังห้องการเงิน เธอรู้สึกประหม่า เพราะรู้ว่าเรื่องที่จะได้ยินคงเป็นเรื่องเดิมๆ แต่จะให้ทำอย่างไรได้...จะอย่างไรการหลบหน้าไม่ใช่ทางออกที่ดี

“มาแล้วหรือ” เจ้าหน้าที่จำหน้าเธอได้โดยไม่ต้องบอกชื่อ เดือนนี้ทั้งเดือนเธอถูกเรียกตัวมามากกว่าสี่ครั้งแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป