บทที่ 6 EP. 06

“ว่ายังไงอรอินทุ์”

“คือหนู...หนูยังไม่มีค่ะอาจารย์ แต่...แต่หนูจะรีบหาเงินค่าเทอมมาจ่ายโดยเร็วที่สุดค่ะ”

“เร็วที่สุดนี่เมื่อไหร่กัน รู้ไหมเธอทำให้อาจารย์ทุกคนหนักใจ ผลการเรียนเธอดีมาก และนี่ก็เป็นเทอมสุดท้ายแล้ว อาจารย์เสียใจมาก หากจะให้เธอดรอปเรียนเทอมนี้ไว้ เพราะฉะนั้นโปรดเข้าใจอาจารย์ด้วย” หญิงสาวดวงตาแดงก่ำ กลั้นก้อนสะอื้นจนสุดความสามารถ

“หนูจะรีบหาเงินมาจ่ายค่ะอาจารย์”

“เอาเป็นว่าอาจารย์ให้โอกาสเธอแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะอรอินทุ์”

เธอหันไปดูปฏิทิน...แค่สิ้นเดือน แล้วเธอจะไปหาเงินได้จากที่ไหน ในเมื่อวันนี้ก็วันที่สามสิบ สิ้นเดือนก็ไม่พ้นวันพรุ่งนี้

“ได้โปรดเข้าใจอาจารย์ด้วย อาจารย์ก็เป็นลูกจ้างเขาเหมือนกัน”

ทำไมดูเหมือนทุกคนจะให้เธอเข้าใจ แต่ทำไมไม่มีใครเข้าใจเธอเลยสักคน หญิงสาวออกจากห้องการเงินด้วยสายตาเหม่อลอย แข้งขาอ่อนแทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อไป หญิงสาวเกาะฝาผนังหยุดยืนสูดลมหายใจ

“อรเป็นอะไรหรือเปล่า”

คณิณ...เพื่อนชายที่สนิทที่สุด เขาเป็นคนหน้าตาดีและฐานะร่ำรวย ที่บ้านประกอบธุรกิจค้าเพชรพลอย เขาเคยจะหยิบยื่นเงินทองเพื่อช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่อรอินทุ์ปฏิเสธทุกครั้ง นั่นเพราะเป็นเพราะเธอรู้ว่าคณินคิดเช่นไรกับเธอ ไม่อยากให้เอาเงินทองมาทำให้เธอลำบากใจในวันข้างหน้า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคำว่าเพื่อนก็คงจะไม่เหลือไว้ให้จำ

“เปล่าจ้ะ”

“เปล่าอะไร ดูสิหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่แล้ว” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าของหญิงสาว แต่เธอเบือนหน้าหลบทัน

“เราแค่อยากจะเช็ดเหงื่อให้น่ะ” เขาชักมือกลับด้วยความรู้สึกน้อยใจ แต่ก็ยังฝืนยิ้มเจื่อน

“ขอบใจนะคณิน เดี๋ยวเราเช็ดเองดีกว่า เราไม่ชินน่ะ” หญิงสาวรับผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อทั่วใบหน้า

“อรไม่เป็นอะไรแน่นะ”

“แน่สิ” เธอพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ เพื่อเป็นการการันตีว่าเธอไม่ได้โกหก เขามองห้องที่เธอเพิ่งเดินออกมา แล้วเหลือบมองแผ่นป้ายด้านบน

“เขาทวงค่าเทอมอรอีกแล้วเหรอ” อรอินทุ์พยักหน้า

“ทำไมคุณหญิงปีย์กับคุณแม่ของปันปันเขาใจร้ายกับอรจัง ถ้าพ่อของปันปันยังอยู่ อรก็คงไม่ลำบากอย่างนี้”

“คุณผู้ชายไปสบายแล้วอย่าไปพูดถึงท่านเลย เราช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เป็นภาระท่านมานานหลายสิบปี ถึงเวลาได้เลี้ยงดูตัวเองแบบจริงๆ จังๆ เสียที

“ถ้าไม่ไหวบอกเราได้นะอร เราไม่อยากให้อรเหนื่อย เราพร้อมที่จะดูแลอรนะ”

หญิงสาวชะงักมือที่กำลังลูบไล้ใบหน้า แล้วหันมาดีดหน้าผากเขาไปหนึ่งทีแก้เก้อ เธอไม่อยากให้เขาคิดจริงจังกับเธอมากไปกว่านี้

“นี่แน่ะ! อรเป็นเพื่อนคณินนะ อย่าคิดเป็นอื่นสิ”

“อรก็ดักทางเราตลอดเลย ไม่เปิดโอกาสให้เราบ้างเลย” อรอินทุ์แค่นยิ้ม โชคดีที่เสียงโทรศัพย์เรียกเข้าของเธอเตือน ทำให้หญิงสาวหันไปสนใจกับโทรศัพท์ในมือแทน

“ฮัลโหลค่ะ” สีหน้าที่ยิ้มแย้มค่อยๆ เปลี่ยนไป จนชายหนุ่มเริ่มเป็นห่วงว่ามันจะเกิดเรื่องร้ายๆ กับเธอ

“เกิดอะไรขึ้นเหรออร” เขาถามทันทีที่เธอวางสาย

“คณิน...เราต้องไปก่อนนะ เรามีธุระด่วน”

“อ้าวแล้วไปไหน ไปยังไงให้เราไปส่งไหม”

อรอินทุ์ส่ายหน้าช้าๆ เธอไม่อยากรบกวนเขา หญิงสาวเดินออกมาโดยมีคณินตามมาส่งที่หน้าประตูรั้ว ปัญชิกาและเพื่อนก็พากันชี้นิ้วซุบซิบนินทา เพราะทุกคนต่างรู้ดีกว่าปัญชิกามีใจให้คณิน...ผู้ชายที่ไม่เคยส่งสายตาให้เธอเลย

“มันอ่อยคณินของแกอีกว่ะ”

“เออ! เห็นแล้วไม่ต้องตอกย้ำ ฉันล่ะเกลียดมันจริงๆ ทำยังไงถึงจะออกไปจากบ้านฉันเสียที!” ปัญชิกาหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพของทั้งคู่เก็บไว้ เผื่อมันจะใช้ประโยชน์ในอนาคตได้บ้างในอนาคต

อรอินทุ์ขึ้นรถเมล์ได้น้ำตาก็ไหลทันที เธอไม่จำเป็นต้องอายใครอีกแล้ว ความอดทนและเข้มแข็งพังทลายลง เมื่อทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่า อาการของคุณป้าไม่ดีขึ้นเลย อาจจะต้องทำการผ่าตัดเร็วๆ นี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเธอต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่สำหรับค่ารักษา เธอไม่สามารถปล่อยให้ป้านอนรอสิทธิ์รักษาฟรี ที่ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จะถึงคิว และเธอก็ไม่อาจทนเห็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ทุกข์ทรมานต่อไปได้อีก ทั้งๆ ที่ป้าของเธอพยายามอดทน โดยไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาเลย

เมื่อหญิงสาวไปถึงโรงพยาบาลก็ตรงไปยังห้องผู้ป่วยรวม ที่มีคุณป้านอนหลับหันหลังให้เธออยู่

“คุณป้าปวดและทรมานมากค่ะ ทางเราเลยต้องให้ยานอนหลับ เดี๋ยวเชิญคุณอรอินทุ์พบคุณหมอทางด้านนี้ด้วยนะคะ” พยาบาลสาวชี้ไปยังห้องคุณหมอประจำตัวคุณป้า เธอเดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างใจเลื่อนลอย

“สวัสดีครับคุณอร” หญิงสาวพนมมือไหว้หมอหนุ่มท่าทางใจดี เสมือนว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอและป้า

“อืม...เราต้องรีบผ่าตัดคนไข้โดยเร็ว เพราะหมอเกรงว่าถ้าทิ้งไว้นาน จะทำให้การดำเนินโรคของเชื้อมะเร็งมันกระจายตัวรวดเร็วและรุนแรง ทุกวันนี้คนไข้เจ็บปวดและทรมานมาก แต่ก็ยังอดทนและยิ้มให้กับหมอทุกครั้งที่ไปตรวจ” หมอหนุ่มเพ่งพิศใบหน้าของคนฟังอย่างใช้ความคิด เขารู้ว่าเธอติดขัดปัญหาอะไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป