บทที่ 7 EP. 07
“คุณหมอคะ...นัดวันผ่าตัดให้คุณป้าได้เลยค่ะ แล้วอรจะไปติดต่อจ่ายเงินให้เรียบร้อยค่ะ”
เพราะค่าร้องเพลงคือความหวังของเธอ และชีวิตป้าก็สำคัญกว่าการเรียนหนังสือ หญิงสาวต้องเลือกสิ่งที่สำคัญกว่า เธอจะไปดรอปเรียนในวันพรุ่งนี้ และจะนำเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของป้าแทน มันอาจจะเป็นความคิดโง่ๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าโรคมะเร็งมันรักษาไม่หาย และคุณป้าก็ป่วยระยะที่สามแล้ว แต่ทุกการรักษาคือการเยียวยา และเธอก็ยังอยากให้คุณป้าได้มีชีวิตอยู่ต่อ แม้รู้ว่าว่ามันไม่ยาวนานแต่เธอก็จะทำ
“คุณอรมีอะไรให้หมอช่วยไหม”
อรอินทุ์ส่ายหน้า หมอกวีวัธน์รับดูและรักษาคนไข้คนนี้มาหลายเดือน และมีโอกาสพบเธอเมื่อเดือนที่แล้ว เขารู้สึกถูกชะตาและรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้มาก คุณป้าของอรอินทุ์เข้ารับการรักษา แต่ไม่ยอมบอกหลานสาวในคราแรก จนทางเขาและพยาบาลต้องกดดันว่าเรื่องนี้ต้องคุยกับญาติ นางจึงให้เบอร์โทรของหลานสาว นั่นคือการพบเจอกันครั้งแรกของเธอและเขา เขานึกแปลกใจตัวเองที่อยู่มาจนอายุย่างเข้าสามสิบสามปี แต่เพิ่งจะมีความรู้สึกแปลกๆ ก็กับหญิงสาวนัยน์ตาเศร้าตรงหน้า
“ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ อรขอตัวไปดูป้าก่อนนะคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้ลา แล้วขอตัวออกไปด้านนอก นั่นเพราะเธอกลัวน้ำตาตัวเองจะไหลออกมาให้ได้อายคนเพิ่งรู้จัก
กวีวัธน์มองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นออกไป เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันไปสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ อีกทั้งไม่ลืมที่จะเรียกพยาบาลเข้ามา เพื่อนัดผ่าตัดคนไข้ตามประสงค์ของอรอินทุ์
“ป้าคะ”
“อรมาเมื่อไหร่กันลูก”
นางแก้วส่งยิ้มให้หลานสาว พร้อมกับพยายามฝืนพลิกกายโดยไม่แสดงความเจ็บปวดออกมา ทั้งๆ ที่แค่ขยับนางก็รู้สึกปวดไปทั้งตัว แต่ก็ไม่อยากทำให้หลานต้องเป็นห่วง
“อรมาเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ”
“แล้วนี่หนูไม่ไปเรียนเหรอลูก” เธอเองก็ฝืนยิ้ม และต้องหาคำโกหกทุกครั้งที่มาเจอนาง
“อรเรียนวิชาเดียวตอนเช้าค่ะ เสร็จแล้วด้วย”
“ดีลูก...อย่าทิ้งการเรียน เพราะมันจะเป็นวิชาที่ติดตัว พาหนูไปในที่ที่มันเจริญกว่าป้าและแม่” หญิงสาวหัวเราะกลบเกลื่อน ภาวนาไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“ป้าคะ ป้าจะได้ผ่าตัดเร็วๆ นี้แล้วนะคะ อรนัดกับคุณหมอแล้ว”
“อย่าเลยลูก...ป้าแก่แล้ว อีกไม่นานก็ตาย รักษาป้าไปก็ไม่ใช่ว่าจะหาย...ป้ารู้ตัวดี ไหนจะค่ายาบางตัวที่แพงหูดับตับไหม้ ค่าอะไรไม่รู้เยอะแยะจิปาถะ ป้าไม่อยากเบียดเบียนหนูนะลูก”
“ไม่แพงหรอกค่ะป้า และอรก็ทำงานพิเศษด้วยค่ะ พอสำหรับค่ารักษาป้านะคะ ป้าอย่าดื้อสิ อรไม่มีแม่แล้ว มีก็แต่ป้าเป็นญาติคนเดียวที่เหลือ อยู่กับอรไปนานๆ นะคะป้า” นางแก้วน้ำตาไหลทั้งที่ยังมีรอยยิ้ม นางมองหลานสาวตรงหน้า เอื้อมมือไปวางที่ศีรษะของเธอแล้วลูบเบาๆ
“ป้าอยากอยู่ให้ถึงวันรับปริญญาของหนูนะลูก ป้าจะได้ไปบอกแม่กิ่งได้ว่าหลานสาวของป้าประสบความสำเร็จแล้ว”
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะก้มหน้าลง เพราะมันเป็นจังหวะที่น้ำตาไหลออกมาพอดี หญิงสาวรีบปัดเช็ดออกอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มแทน
“อยู่ถึงสิคะ อยู่จนอรแต่งงานและมีหลานให้ป้านะคะ”
สองคนต่างจับมือกันและกัน นั่นไม่ใช่คำสัญญา หากแต่มันคือการขอร้องยมฑูต ที่ถ้าหากได้ฟังอยู่ได้โปรดช่วยเห็นใจเธอ โดยการไม่พรากป้าไปจากเธอด้วยเถอะ
หญิงสาวนั่งเล่นอยู่ที่โรงพยาบาลจนค่ำ เธอป้อนข้าวและดูแลจนป้าหลับไปพักใหญ่ เธอสะพายกระเป๋าออกมานั่งรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เธอยกฝ่ามือขึ้นปิดใบหน้าตัวเองแล้วสะอื้นออกมาอย่างไม่อายใคร ทุกอย่างมันหนักอึ้งเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะรับไหว แต่ในเมื่อมีโอกาสได้เกิดมาเป็นคนแล้ว เธอจะลองสู้มันสักตั้ง
อรอินทุ์ฝืนเช็ดนำ้ตาจนแห้ง ก่อนลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่ารถเมลล์สายที่ต้องการกำลังมาแต่ไกล แต่แล้วรถหรูเมอสิเดส-เบนซ์ก็เข้ามาจอดตรงหน้า กระจกรถถูกเลื่อนลงก่อนที่คนภายในจะชะโงกหน้าออกมา
“ขึ้นรถสิครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวล
“เร็วครับ รถเมลล์มาแล้ว”
เสียงบีบแตรไล่ดังใกล้เข้ามา ทำให้อรอินทุ์จำต้องเปิดประตูรถแล้วสอดกายขึ้นนั่ง กวีวัธน์ออกรถทันที เขาเหลือบมองหญิงสาวก่อนจะเลี้ยวรถจอดข้างทาง สร้างความแปลกใจให้คนที่เพิ่งขึ้นมา
“ผมไม่อยากโดนตำรวจปรับ” เขาพูดติดตลก ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เธอขอบคุณเขาเบาๆ
“ผมไม่ได้เป็นหมอตอนนี้ เรียกผมว่าวัธน์ก็ได้ครับ...ดูเป็นกันเองดี”
เธอแค่พยักหน้า กวีวัธน์ขับรถออกมาตั้งแต่เห็นว่าอรอินทุ์เดินมาที่ป้ายรถเมลล์ ชายหนุ่มเห็นเธอซบหน้ากับฝ่ามือแล้วร้องไห้ อยากจะลงไปปลอบใจเธอ ทว่าเขารู้ดีว่าหญิงสาวไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอคงไม่ชอบใจหากมีคนรู้จักเห็นน้ำตา
