บทที่ 8 EP. 08
“เดี๋ยวผมไปส่ง คุณอรอยู่แถวไหนครับ” เธอครุ่นคิดชั่วครู่
“ส่งอรที่ป้ายรถเมล์ตรงไหนก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้สิครับผมจะไปส่ง นั่นหมายถึงส่งที่จุดหมายปลายทางครับ” หญิงสาวรู้ว่าคุณหมอท่านนี้มีน้ำใจกับเธอ แต่มันชวนให้อึดอัดพิลึก เธอเองก็ไม่น่าขึ้นรถเขามาเลย
“คุณหมอ...เอ่อ...คุณวัธน์ผ่านแถวๆ ทองหล่อไหมคะ” กวีวัธน์แปลกใจและฉงนใจ เพราะอย่างเธอไม่น่าจะพักย่านนั้นได้ หรือมีอะไรที่เขาไม่รู้อีก
“ผ่านครับ เพราะผมพักอยู่แถวนั้น” อรอินทุ์พยักหน้า แล้วคิดต่อว่าเธอจะมีคำพูดสวยหรูน่าฟังประโยคไหน ที่พูดให้ฟังเชื่อบ้างว่าเธอไม่ได้เป็นนักเที่ยวราตรี
“ขออรลงที่ซอยสิบนะคะ” กวีวัธน์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเงียบมาตลอดทางจนเข้าถนนสายสุขุมวิท หมอหนุ่มปรายตาคนที่นั่งข้างๆ ในชุดนักศึกษา
“คุณอรพักแถวนั้นเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ อรทำงานพิเศษอยู่ที่นั่น” เธอตอบอกไปตามตรง
“งานพิเศษ?” เขาทวนคำช้าๆ
“อรร้องเพลงอยู่ที่นั่นค่ะ” กวีวัธน์ค่อยคลายความสงสัย
“ว่าแต่คุณอรจะเข้าไปในที่แบบนั้นด้วยชุดนักศึกษานี่เหรอครับ” เธอหยิบเสื้อคลุมออกมาจากระเป๋าถือ
“แบบนี้พอจะเข้าไปได้ไหมคะ”
“ค่อยยังชั่วหน่อยครับ” เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอยสิบตามคำบอกของเธอ
“ร้านไหนครับ” หญิงสาวชี้นิ้วไปยังผับหรูเบื้องหน้า
“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
“ผมตั้งใจจะมาดื่มสักหน่อยด้วยครับ”
หมอหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังที่พิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพี อรอินทุ์เดินลงมาจากรถด้วยความงุนงน ทำไมกวีวัธน์ถึงดูสนิทสนมกับการ์ดที่นี่เสียเหลือเกิน
“อรขอไปทำงานก่อนนะคะ และขอบคุณคุณวัธน์มากที่มาส่ง”
หญิงสาวพนมมือไหว้เขา กวีวัธน์รับไหว้ทันที เขามองตามร่างบางจนลับสายตา ยิ่งได้พูดคุยทำความรู้จัก ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรให้น่าค้นหา
ไม่ไกลออกไป สายตาดุคู่หนึ่งยังคงมองตามร่างบางไป ปุณณวิชกับเพื่อนๆ ก็มาที่นี่เช่นกัน เขาไม่ได้ติดใจอะไรที่นี่มากนัก แต่แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าที่อรอินทุ์ไม่รับข้อเสนอของเขา เป็นเพราะเธอมีใครอยู่หรือเปล่า และนี่ก็คือคำตอบสินะ...ผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยดีกรีหมอหนุ่มจบนอกอย่างกวีวัธน์ โลกช่างกลมของแท้
“เธอมาที่นี่อีกทำไม! รู้ไหมว่าฉันเดือดร้อนแค่ไหน กับการกระทำของเธอเมื่อคืน!” แค่ก้าวเข้าไปด้านหลังของร้าน เจ๊เจ้าของผับก็สาดใส่เธอจนแทบตั้งรับไม่ทัน
“เธอรู้ไหมนอกจากอีเมียมันจะมาเอาเรื่องและขู่เจ๊สารพัด อีผัวมันก็จะมาเอาเรื่องเธอเหมือนกัน ทางที่ดีเจ๊ว่าเราน่ะออกๆ ไปก่อนเถอะ ให้เรื่องเงียบๆ ก่อนค่อยกลับมาร้องเพลงใหม่”
“แต่อรไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะเจ๊ อรออกไปกับเขาเพราะคิดว่าแค่ไปกินข้าวกัน อรไม่คิดว่าเขาจะลวนลามอร”
“โธ่...เด็กน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ เธอคิดว่าการไปกินข้าวกับท่านเฉยๆ แล้วจะได้เงินหกหมื่นเจ็ดหมื่นมาจ่ายค่าเทอมจริงๆ เหรอ ไปเอาความเชื่อผิดๆ นี้มาจากไหน”
“ก็เจ๊บอกอร”
“แล้วเธอก็เชื่อฉัน นี่จะบอกอะไรให้นะ อย่าว่าแต่กินข้าวเฉยๆ เลย ต่อให้ไปนอนอ้าขาให้เจ็ดหมื่นก็ยังแพงเลย เจ๊น่ะคิดว่าถ้าเมื่อคืนอรยอมท่านไป มากสุดก็น่าจะหมื่นสองหมื่นเท่านั้นแหละ”
อรอินทุ์ได้ฟังชัดทุกถ้อยทุกคำ เธอถึงกับเซถอยหลังด้วยความตกใจ กับความคิดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ
“เจ๊รู้อยู่แล้วอย่างนั้นเหรอคะ ว่าท่านเขาพาอรไปมากกว่ากินข้าวกัน” เจ๊เจ้าของร้านไม่ตอบ
“ทำไมเจ๊ใจร้ายกับอรจังคะ อรเป็นเพื่อนกับหลานสาวเจ๊นะคะ”
“หลานเหลินอะไรที่ไหน นั่นน่ะก็เด็กในร้านเจ๊นี่แหละ ช่วยๆ กันให้มีงานมีการทำ” ยิ่งเธอรู้ ก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงกับเจ้าของร้านเป็นที่สุด
“อรขอเบิกเงินค่าร้องเพลงค่ะ”
“ไม่มี เพราะเธอยังทำงานได้ไม่ครบเดือน”
“แต่นี่ไม่ใช่ความผิดอร เจ๊หลอกอร!”
“เหรอ! ฉันไปหลอกแกเหรอ แกโง่เองต่างหาก อยากได้เงินท่านแต่ไม่ลงทุน อีบ้า! ใครที่ไหนเขาจะจ่ายแก อีโง่!” เธอรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนตบหน้า
“ออกไปจากร้านฉันได้แล้ว อยากได้เงินก็ไปฟ้องเอา แต่ขอบอกไว้ก่อนว่านี่ร้านเป็นร้านของผู้กำกับ และฉันก็เป็นเมียของท่านผู้กำกับ ยากหน่อยนะถ้าจะเล่นของสูง เหนื่อยหน่อยนะแม่สาวน้อย”
เจ้าของร้านหัวเราะใส่หน้าเธอเสียงดัง ก่อนจะเรียกการ์ดคนสนิทให้ทั้งลากทั้งทึ้งเธอออกไปนอกร้าน อรอินทุ์น้ำตาไหลอย่างคนหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง เงินค่าร้องเพลงก็ถูกโกง เธอจะหาค่ารักษาป้าที่ไหน ทั้งยังต้องจ่ายค่าเทอมวันพรุ่งนี้อีก
หญิงสาวมืดแปดด้าน เธอนั่งลงกับฟุตปาธเมื่อถูกไล่ออกมานอกร้าน รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าและหมดสิ้นหนทาง มือน้อยๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามันอยู่ในสายตาของปุณณวิช ที่ยังไม่ยอมเข้าไปด้านในกับเพื่อนๆ
