บทที่ 2 บทที่ 2 บททดสอบ
บทที่ 2 บททดสอบ
รสชาติจูบที่ดุดันและจ้วงจาบพุ่งฉีดความร้อนเข้าสู่ทุกอณูความรู้สึกของรินรดา ชายหนุ่มไม่ได้รักษากิริยาหล่อเนี้ยบแบบประธานบริษัทอีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งกดท้ายทอยของเธอไว้แน่น ปลายลิ้นร้อนผ่าวรุกรานตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ราวกับจะลงโทษคนปากดีที่กล้าท้าทายเขา
“อื้อ...”
รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา แม้จะผ่านการเทรนทฤษฎีเรื่อง ‘จังหวะการหายใจและการรับมือบทรัก’ จากคุณหญิงปัทมามาอย่างเข้มข้น แต่เมื่อต้องสัมผัสกับ ‘ของจริง’ จากภีมเดช ร่างกายของเธอกลับสั่นเทาไปหมด สองมือเรียวทำได้เพียงบีบไหล่หนาของเขาไว้เพื่อยึดเหนี่ยว
ภีมเดชถอนริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมเข้มฉายแวววูบวาบ ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ข้างแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อ
“แค่จูบแรก... เธอก็ขาอ่อนแล้วเหรอริน?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้ยหยัน แต่ดวงตากลับไม่อาจละสายตาไปจากริมฝีปากอวบอิ่มที่บวมเจ่อขึ้นมาเล็กน้อยของเธอได้เลย
“ริน... แค่กำลังปรับตัวค่ะ” รินรดากลืนน้ำลายลงคอ พยายามรวบรวมสติและรอยยิ้มเย้ายวนกลับคืนมา “คุณป้าบอกว่า... คนใจร้อนแบบพี่ภีม ต้องใช้วิธี ‘ผ่อนหนักเป็นเบา’ ไม่ใช่คิดจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความหงุดหงิดผสมความแปลกใจเริ่มตีรวนในหัวใจ
“แม่สอนอะไรเธออีก? แล้วทำไมเธอถึงยอมให้แม่เอาเรื่องบ้าๆ พวกนี้มาใส่หัวด้วย”
“คุณป้าไม่ได้บังคับนะรินค่ะ รินเต็มใจเอง” รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ใช้มือเรียวขยับปกเสื้อเชิ้ตของเขาที่ยับย่นให้เข้าที่อย่างเบามือ “รินเห็นพี่ภีมเครียดเรื่องงาน และเรื่อง ‘ภาวะพิเศษ’ ของพี่ภีมมาตลอด รินไม่อยากให้พี่ภีมต้องไปเสี่ยงกับผู้หญิงข้างนอก ให้รินดูแลพี่ภีมไม่ได้เหรอคะ”
“ดูแล?” เขาหัวเราะในลำคอ แต่แววตาไม่ได้มีความขำเลยสักนิด “รินรดา... เธอรู้ไหมว่าคำว่า ‘ดูแล’ ในความหมายของพี่บนเตียงมันหมายถึงอะไร มันไม่ใช่การนอนนิ่งๆ เป็นตุ๊กตาผ้าให้นวดหลัง แต่ความต้องการของพี่มันมีมากกว่านั้นเยอะ เธอจะทนไหวได้กี่น้ำ?”
“ถ้าพี่ภีมไม่เชื่อ... ก็ลอง ‘ทดสอบ’ ส่วนที่เหลือดูสิคะ”
คำพูดของเธอเหมือนการจุดชนวนระเบิด! ภีมเดชไม่รอช้า เขาอุ้มร่างบางขึ้นในท่าอุ้มแตงทันที
“กรี๊ด! พี่ภีม” รินรดาตกใจจนต้องรีบโอบรอบคอหนาเอาไว้แน่น
ภีมเดชพาเธอเดินตรงไปยังโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่กลางห้องทำงาน เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนเบาะนุ่มอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะทาบทับเรือนร่างหนาตามลงมา ขังเธอไว้ภายใต้เรือนร่างของเขา
แสงไฟวอร์มไลท์ในห้องทำงานสะท้อนผิวเนียนละเอียดของรินรดาที่ตัดกับผ้าซาตินสีชมพูมุก ชายหนุ่มมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... ยัยเด็กกะโปโลที่เขาเคยเห็นวิ่งเล่นในบ้าน ตอนนี้กลายเป็นสาวเต็มตัวที่มีเสน่ห์อันตรายอย่างเหลือเชื่อ
“พี่จะให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจเป็นครั้งสุดท้าย” ภีมเดชเอ่ยเสียงพร่า ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนของเธอออก “ถ้าหนูเดินออกจากห้องนี้ไปตอนนี้ พี่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น... แล้วเราก็จะกลับไปเป็นพี่น้องเหมือนเดิม”
“แล้วพี่ภีมก็จะไปหานางบำเรอจากกลุ่มลับนั่นเหรอคะ?” รินรดาย้อนถาม นัยน์ตาคู่สวยสบตาเขานิ่งๆ “คนที่พี่ภีมไม่รู้จัก... คนที่ไม่รู้ว่าหวังเงินหรือหวังจับพี่ภีม?”
“นั่นมันก็เรื่องของพี่”
“แต่รินปล่อยให้พี่ภีมไปเสี่ยงไม่ได้ค่ะ” รินรดาเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “รินยอมเป็นนางบำเรอเกรดเอของพี่ภีม ดีกว่าเห็นพี่ภีมไปกับผู้หญิงคนอื่น”
ภีมเดชจ้องมองดวงตาหวานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หัวใจของเขากระตุกอย่างรุนแรง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมาตลอดหลายปีเริ่มพังทลายลงมาทีละน้อย แต่ความกลัวและความปากแข็งกลับทำให้เขาสร้างเกราะป้องกันตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น... ก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
ภีมเดชซุกใบหน้าลงกับซอกคอของหญิงสาวทันที กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ลิ้นร้อนลากผ่านจุดชีพจรเบาๆ ส่งกระแสความวาบหวามวิ่งเกลียวไปทั่วร่างของรินรดา
“อ๊ะ! พี่ภีม...” รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว มือเล็กขยุ้มเรือนผมหนาของชายหนุ่มไว้
“จำไว้นะริน...” ภีมเดชเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความปรารถนา “อยู่บนเตียงกับพี่... ห้ามเรียกพี่ว่าพี่ภีม”
“แล้ว... แล้วจะให้รินเรียกว่าอะไรคะ?” เสียงหวานสั่นพร่า
“เรียกชื่อพี่” ภีมเดชกระซิบข้างหู ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ จนรินรดาสะท้านไปทั้งเรือนร่าง “และกฎสำคัญที่สุดของการเป็นนางบำเรอของพี่... คือเธอต้องซื่อสัตย์กับพี่คนเดียว ห้ามไปยิ้ม ให้ความหวัง หรือระเริงกับผู้ชายคนไหนเด็ดขาด”
“พี่ภีม...” รินรดาช้อนสายตามองเขา “พี่บังคับรินเรื่องผู้ชายคนอื่น... แต่ตำแหน่งที่พี่ให้ริน มันเป็นแค่ ‘นางบำเรอ’ ไม่ใช่ ‘คนรัก’ นิคะ?”
ภีมเดชชะงักไปเล็กน้อยกับคำย้อนถามที่แฝงความดื้อรั้น เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้มลงประทับจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง
“ตำแหน่งนางบำเรอของพี่... มีสิทธิพิเศษมากกว่าที่เธอคิดเยอะ” ภีมเดชละริมฝีปากออก เลื่อนลงมาละเลียดชิมความหวานที่ซอกคอและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ “ทั้งเงินทอง ข้าวของ ความสุขบนเตียง... หรือแม้กระทั่งความคุ้มครองจากพี่ เธอจะได้มันทั้งหมด”
“ยกเว้น... ‘หัวใจ’ ของพี่ใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของรินรดาเบาลงเล็กน้อย แฝงความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ชายหนุ่มหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง คำถามนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กที่สะกิดใจเขา แต่ด้วยกลัวการพ่ายแพ้ เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อความรู้สึกนั้น
“บนเตียงนี้... เราคุยกันด้วยเรื่องของร่างกายและความปรารถนาเท่านั้น” ภีมเดชสบตาเธอนิ่งๆ “อย่าถามหาสิ่งที่พี่ไม่มีให้”
“ถ้าอย่างนั้น... ก็เริ่มการทดสอบงานอย่างเป็นทางการได้เลยค่ะ” รินรดาเป็นฝ่ายยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิกแพค
เขามองการกระทำของหญิงสาวใต้ร่างด้วยความคลั่งไคล้ ความอดทนที่เคยมีตอนนี้หมดสิ้นลงโดยสมบูรณ์ เขาบดเบียดร่างกายเข้าหาเธออย่างดุดัน จุดไฟเสน่หาให้สว่างไสวไปทั่วทั้งห้องทำงานหรู
คืนนั้น... สัญญาลับระหว่าง ‘คนปากแข็ง’ กับ ‘นางบำเรอเกรดเอ’ ได้ถูกจารึกลงด้วยบทเรียนรักที่เร่าร้อน โดยที่ทั้งคู่ต่างไม่รู้เลยว่า กลิ่นอายความหึงหวงและปมความรักที่ซ่อนอยู่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็วๆ นี้
