บทที่ 3 บทที่ 3 เสน่ห์ที่ซ่อนไม่มิด
บทที่ 3 เสน่ห์ที่ซ่อนไม่มิด
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์
รินรดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งกาย ร่างกายของเธอราวกับจะแตกออกเป็นชิ้นๆ จากบทเรียนรักที่หนักหน่วงและยาวนานตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ภีมเดชไม่เพียงแต่ดุดันตามที่เขาเคยเตือนไว้ แต่เขายังโหมกระหน่ำเข้าใส่เธออย่างไม่รู้จักอิ่มเอม สมกับเป็นคนที่มีภาวะความต้องการสูงเกินมนุษย์มนา
เมื่อหันมองไปข้างกาย พื้นที่ว่างเปล่าที่ยังทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มไว้ บอกให้รู้ว่าชายหนุ่มลุกออกไปแล้ว รินรดาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มผืนหนาลื่นหลุดลงมา เผยให้เห็นรอยจุมพิตสีเข้มประปรายตามเนินอกและลำคอขาวผ่อง เธอเม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
‘วิชาของคุณหญิงแม่... ได้ผลจริงๆ สินะ’
ประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของภีมเดชที่เดินออกมา มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวต่ำ หยดน้ำแพรวพราวเกาะตามแผงอกกำยำและลอนหน้าท้องแน่นเครียด ผมสั้นเปียกชื้นถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ เสน่ห์ดิบกาจของเขาทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบ
ภีมเดชหยุดมองหญิงสาวบนเตียง นัยน์ตาคมกริบกวาดสำรวจร่องรอยที่เขาฝากไว้บนเรือนร่างงาม ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบตึง เพื่อกลบเกลื่อนความพึงพอใจลึกๆ ในอก
“ตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ “วันนี้เธอต้องไปทำงานที่บริษัทในฐานะ 'เลขาคนใหม่' ของฉัน”
“เลขาเหรอคะ?” รินรดาเลิกคิ้ว แปลกใจเล็กน้อย
“ใช่” ภีมเดชติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขาพลางเอ่ยต่อ “สัญญานางบำเรอเกรดเอของเราคือเรื่องลับ แต่เธอต้องอยู่ใกล้ชิดฉันตลอดเวลา เพื่อรับมือกับ... ‘อารมณ์’ ของฉันเวลาอยู่ที่ทำงานด้วย อีกอย่าง การอยู่ในตำแหน่งเลขาจะช่วยบังหน้า ไม่ให้ใครสงสัยว่าเธอมาทำอะไรในชีวิตฉัน”
“เข้าใจแล้วค่ะ... คุณประธาน” รินรดายิ้มรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง ขาเรียวสั่นพะเยาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ภีมเดชเห็นท่าทางนั้นก็รีบยื่นมือไปประคองเอวคอดไว้ทันที ก่อนที่เธอจะล้มลงไป ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาแทรกซึมผ่านผิวกาย จนรินรดาต้องช้อนสายตาขึ้นมองเขา
“ทำเป็นปากดี... สุดท้ายก็เดินแทบไม่ไหว” ภีมเดชดุเสียงเบา แต่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
“ก็ใครใช้ให้พี่ภีม... เอ้ย ภีม ทำแรงขนาดนั้นล่ะคะ?” เสียงหวานออดอ้อน
ภีมเดชกลืนน้ำลายลงคอเมื่อมองสบตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความเสน่หา เขาต้องรีบตัดใจปล่อยมือออกจากเอวเธอ ก่อนที่ความปรปรารถนาจะตีวนขึ้นมาอีกรอบจนไม่ได้ไปทำงาน
“ไปอาบน้ำได้แล้วรินรดา อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
สามสิบนาทีต่อมา
ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของภีมเดช
การเปิดตัว ‘รินรดา’ ในฐานะเลขาธิการส่วนตัวคนใหม่ของประธานบริหาร กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในบริษัททันที
รินรดาอยู่ในชุดทำงานสไตล์ลูกคุณหนูหรูหรา เสื้อบลูส์ผ้าชีฟองสีครีมละมุนเข้ารูป จับคู่กับกระโปรงทรงสอบสีชาเย็นที่เน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกและเรียวขาทรงเสน่ห์ ผมยาวดัดลอนถูกรวบครึ่งหัวอย่างประณีต ใบหน้าสวยหวานหยาดฟ้ามาดินของเธอสว่างไสว สะกดทุกสายตาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินผ่านล็อบบี้
“นั่นเลขาใหม่ของคุณภีมเหรอแก... สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ!”
“สวยหวานมากกก แต่หุ่นนี่เซ็กซี่บาดจิตสุดๆ!”
เสียงซุบซิบชื่นชมดังขึ้นตลอดทางเดิน แต่คนที่หน้าดำคร่ำเครียดที่สุดกลับเป็นคนที่เดินนำหน้าเธออย่างภีมเดช
สายตาของพนักงานชายหลายคนที่มองตามรินรดาด้วยความหลงใหล ทำให้อารมณ์หงุดหงิดหึงหวงที่ไม่ทราบสาเหตุพุ่งขึ้นสูงในใจของภีมเดชทันที เขาเดินหน้าตึงเข้าห้องทำงานส่วนตัวไป โดยมีรินรดาเดินตามหลังพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า
ปัง!
ภีมเดชปิดประตูห้องทำงานเสียงดังลั่น ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ารินรดาด้วยสายตาคาดโทษ
“กระโปรงสั้นไปไหมรินรดา?!”
“คะ?” รินรดาเลิ่กลั่ก มองดูชุดตัวเอง “กระโปรงยาวเลยเข่าขึ้นมานิดเดียวเองนะคะภีม สุภาพและเป๊ะตามระเบียบทุกอย่างเลยค่ะ”
“แต่มันเน้นส่วนโค้งเว้ามากเกินไป!” ภีมเดชเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม “แล้วสายตาผู้ชายข้างนอกที่มองเธอเมื่อกี้อีก... เธอส่งยิ้มให้พวกมันทำไม?”
“รินก็แค่ยิ้มตามมารยาทผู้ร่วมงานค่ะ” รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเริ่มจับสังเกตอาการ 'หึงไร้สาระ' ของคนตรงหน้าได้ “อีกอย่าง... รินเป็นแค่เลขาและนางบำเรอเกรดเอของภีมนี่คะ รินไม่ได้เป็น 'คนรัก' สักหน่อย ทำไมรินจะส่งยิ้มให้คนอื่นไม่ได้ล่ะคะ?”
คำย้อนถามนั้นเหมือนน้ำมันที่ฉีดเข้ากองไฟ ภีมเดชดันร่างบางไปชิดกับประตูห้องทำงานทันที
“ฉันบอกเงื่อนไขไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามระเริงกับผู้ชายคนไหน!” ภีมเดชบีบข้อมือเธอไว้หลวมๆ นัยน์ตาวูบวาบด้วยอารมณ์ดุดัน “ร่างกายนี้... สายตานี้... และรอยยิ้มนี้ มันเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้นรินรดา! อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอไปยิ้มหวานให้ผู้ชายหน้าไหนอีก!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบอะไร เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตครับคุณภีม ผม ‘กวินทร์’ ประธานบริษัทคู่ค้า นัดไว้ตอนสิบโมงครับ”
ภีมเดชชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมปล่อยตัวรินรดาให้เป็นอิสระ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับแต่งชุดสูทให้เข้าที่ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เข้ามาครับ”
ประตูถูกเปิดออก ปรากฏร่างของชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวเนี๊ยบ ภูมิฐาน สมฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ ‘กวินทร์’ เดินเข้ามาในห้อง แต่ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้จ้องมองภีมเดชเป็นสิ่งแรก... สายตาคู่เปี่ยมเสน่ห์นั้นหยุดลงที่รินรดาด้วยความตกตะลึงและสนใจอย่างเปิดเผย!
“สวัสดีครับคุณภีม...” กวินทร์เอ่ยทักทาย ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้รินรดา “และ... สวัสดีครับคุณผู้หญิงสวยคนนี้ ไม่ทราบว่าเป็น...”
“เลขาคนใหม่ของผมเองครับ คุณกวินทร์” ภีมเดชเอ่ยตัดบทเสียงแข็งกระด้าง ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างกวินทร์กับรินรดาอย่างแนบเนียน “และเธอมีงานต้องไปทำ... ริน ชงกาแฟมาให้คุณกวินทร์ แล้วออกไปรอข้างนอก”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเลขา ผมกวินทร์นะครับ” กวินทร์ยังคงส่งสายตาหวานเชื่อมและยิ้มให้รินรดาอย่างไม่ลดละ
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณกวินทร์” รินรดายิ้มตอบรับอย่างอ่อนหวานตามมารยาท ซึ่งภาพนั้นทำให้ภีมเดชกัดฟันกรอด
เมื่อรินรดาเดินออกจากห้องไป กวินทร์ก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“เลขาคุณภีมนี่สวยหยาดฟ้ามาดินจริงๆ นะครับ สวยจนทำเอาผมมองข้ามเรื่องธุรกิจไปเลย ไม่ทราบว่าเธอมีแฟนหรือยังครับ?”
ภีมเดชจ้องหน้าคู่ค้าหนุ่มด้วยสายตาเย็นชาที่แฝงไปด้วยแรงรังสีไม่พอใจทันที
“เธอมี ‘เจ้าของ’ แล้วครับ และเจ้าของของเธอก็ ‘หวง’ มากด้วย คุณกวินทร์ควรจะสนใจเรื่องงานวิจัยโครงการของเรา มากกว่าเรื่องเลขาของผมนะครับ”
“หือ? งั้นเหรอครับ น่าเสียดายจัง” กวินทร์ยิ้มขำๆ ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัว “แต่ถ้าแค่ ‘เจ้าของ’ ยังไม่ได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตน... ผมก็คิดว่าผู้ชายทุกคนยังมีสิทธิ์อยู่นะครับคุณภีม”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบและตึงเครียดขึ้นมาทันที! ภีมเดชกำหมัดแน่นข้างลำตัว ความรู้สึกหึงหวงและกลัวเสียครอบครองที่พุ่งพล่านในอก ทำเอาเขาอยากจะไล่คู่ค้าคนนี้ออกไปจากห้องทันที
เขารู้ดีว่าตำแหน่งที่เขาให้รินรดามันคือ ‘นางบำเรอเกรดเอ’ แต่ทำไม พอมีชายอื่นมองเธอด้วยสายตาอยากได้แบบนี้ หัวใจของเขาถึงได้ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาขนาดนี้
เกมความสัมพันธ์ที่คิดว่าจะควบคุมได้ง่ายๆ ตอนนี้กลับเริ่มปั่นป่วน และบททดสอบความหึงหวงของภีมเดช เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
