บทที่ 5 บทที่ 5 มื้อค่ำ

บทที่ 5 มื้อค่ำ

ประตูของห้องทำงานประธานบริหารเปิดออก หญิงสาวเดินก้าวออกมาในชุดเดรสแขนยาวสีครีมตัวใหม่ที่ดูมิดชิด ชายกระโปรงยาวคลุมเข่าลงมาดูเรียบร้อยตามคำสั่งของ ‘นายจ้างขี้หวง’ ทว่าตัดเย็บเข้ารูปส่งให้เรือนร่างบางยังคงดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตา

ชายหนุ่มในชุดสูทที่ถูกจัดแต่งจนเนี๊ยบดังเดิม ก้าวตามออกมาติดๆ ทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมๆ กัน บรรยากาศภายในลิฟต์เงียบสงบ ลิฟต์ความเร็วสูงกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน รินรดาช้อนสายตามมองคนตัวสูงที่ยืนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยเย้าเสียงแผ่วเบา

“ทำแบบนี้... ไม่กลัวพนักงานเอาไปนินทาเหรอคะท่านประธาน?”

“บริษัทของพี่ ใครจะพูดอะไรก็ช่างมัน อีกอย่าง... พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายสักหน่อย”

“แต่เมื่อกี้... ในห้องทำงาน ท่านประธานไม่ได้แค่ ‘จับมือ’ เลขานี่คะ” รินรดาแกล้งเอ่ยแซว

“อย่าท้าทายพี่ให้มากนักรินรดา...” เสียงทุ้มขู่ฟ่อเสียงเบา “ไม่อย่างนั้นพี่จะพาเธอกลับเพนท์เฮาส์แทนร้านอาหาร แล้วลงโทษหนูอีกรอบให้สลบคาเตียงไปเลย”

รินรดายักไหล่อย่างไม่เกรงกลัว แต่ก็อมยิ้มแล้วเงียบเสียงลงเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นจอดรถVIP รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากอาคารสำนักงานใหญ่ แล่นเข้าสู่การจราจรยามเย็นของกรุงเทพ

“เราจะไปกินข้าวกันที่ไหนเหรอคะพี่ภีม?” รินรดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ร้านอาหารริมแม่น้ำ” ภีมเดชเอ่ยตอบเรียบๆ สายตายังคงมองตรงไปที่ท้องถนน “แม่บอกว่าหนูชอบกินพาสต้าเส้นสดร้านนี้... พี่เลยสั่งเชฟจองโต๊ะมุมส่วนตัวไว้ให้แล้ว”

หัวใจดวงน้อยของรินรดากระตุกวูบ ชายหนุ่มปากแข็งคนนี้... ถึงแม้ปากจะบอกว่าทำตามหน้าที่ หรือแค่ควบคุมเธอในฐานะ ‘นางบำเรอ’ แต่เขากลับใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณหญิงปัทมาเคยเล่าให้ฟังอย่างไม่น่าเชื่อ

“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ เอียงหัวซบลงกับไหล่หนาของเขาเบาๆ ขณะที่รถกำลังติดสัญญาณไฟแดง

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากท้องถนนมามองศีรษะเล็กที่ซบอยู่บนไหล่ ความรู้สึกอบอุ่นทำให้เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมสลวยของเธออย่างเบามือ ความรู้สึกหงุดหงิดที่ระอุมาตลอดทั้งวันค่อยๆ ผ่อนคลายลงกลายเป็นความอ่อนโยนขึ้นมาดื้อๆ

ร้านอาหารริมแม่น้ำ

รถสปอร์ตคันหรูหมุนเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหาร ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศของร้านตกแต่งสไตล์คลาสสิกร่วมสมัย โรแมนติกด้วยแสงไฟสัวๆ และเสียงเพลงเบาๆ ที่เปิดคลอ

พนักงานเดินนำทั้งคู่ไปยังโต๊ะอาหารส่วนตัวริมระเบียงด้านนอก ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน สายลมเย็นๆ พัดผ่านพาให้บรรยากาศผ่อนคลายลง

“รับอะไรดีครับคุณภีมเดช” พนักงานชายยื่นเมนูให้อย่างนอบน้อม

ภีมเดชรับเมนูมา แต่กลับไม่ได้เปิดดู เขาส่งสายตามองรินรดาที่กำลังกวาดสายตามองรายการอาหารด้วยความสนใจ

“เลือกเลย หนูอยากกินอะไรสั่งได้เต็มที่ คืนนี้พี่เลี้ยงเอง”

“ถ้าอย่างนั้น... รินขอพาสต้าทรัฟเฟิลเส้นสด แล้วก็สเต๊กเนื้อวากิวระดับความสุกมาร์เบิ้ลค่ะ” รินรดารายงานเมนูเสียงหวาน ก่อนจะหันไปยิ้มให้พนักงานชาย “ขอไวน์แดงที่รสชาติเข้ากับสเต๊กด้วยนะคะ”

“ได้ครับคุณผู้หญิง” พนักงานชายรับคำสั่งแล้วถอยออกไป

เมื่ออยู่กันตามลำพังบนโต๊ะอาหาร หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าคาง จ้องมองใบหน้าคมของชายหนุ่มตรงหน้า แสงไฟวอร์มไลท์จับที่โครงหน้าของเขา ส่งให้ภีมเดชดูหล่อเหลาและทรงเสน่ห์จนหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ

“มองพี่แบบนั้น หมายความว่ายังไง?” ภีมเดชเลิกคิ้วถาม ยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลบเกลื่อน

“ก็แค่มอง... ผู้ชายของรินค่ะ” รินรดาเน้นเสียงตรงคำว่าผู้ชายของรินด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า “เวลาพี่ภีมไม่อยู่ในโหมดประธานบริษัทขี้หงุดหงิด พี่ภีมก็น่ารักเหมือนกันนะคะ”

“อย่ามาชม... พี่ไม่ตกหลุมพรางหนูหรอก” ชายหนุ่มทำเสียงแข็ง ทั้งที่มุมปากแอบยกขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ “แล้วก็จำไว้ด้วย ว่าพรุ่งนี้ไปทำงาน ห้ามแต่งตัวใส่กระโปรงแบบนั้นอีก แล้วเวลาเจอคุณกวินทร์หรือใครก็ตาม ห้ามไปยิ้มหวานส่งตาเชื่อมให้อีกเด็ดขาด”

“รับทราบค่ะคุณนายจ้างขี้หวง” รินรดาตอบรับอย่างว่าง่าย แต่ไม่วายหัวเราะคิกคัก

อาหารและไวน์รสเลิศถูกนำมาเสิร์ฟ ทั้งคู่รับประทานอาหารพลางพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภีมเดชคอยตัดสเต๊กเป็นชิ้นพอดีคำส่งให้เธออย่างเอาใจใส่ ขณะที่รินรดาก็ดูแลตักอาหารให้เขาเช่นกัน ภาพของทั้งคู่ดูไม่ต่างจากคู่รักที่กำลังข้าวใหม่ปลามัน จนคนที่เดินผ่านไปมาริมระเบียงต้องหันมองด้วยความอิจฉา

ทว่าความสุขสงบมักจะอยู่ได้ไม่นานนัก ขณะที่หญิงสาวกำลังจิบไวน์แดงอยู่นั้น เสียงเท้าของใครบางคนก็หยุดลงที่ข้างโต๊ะอาหาร พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นหูที่ทักขึ้นอย่างถือวิสาสะ

“อ้าว... คุณภีม ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะครับ”

รินรดาและภีมเดชชะงักพร้อมกัน ชายหนุ่มวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดัง นัยน์ตาคมเข้มเปลี่ยนเป็นเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่

‘กวินทร์’ ในชุดลำลองยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างโต๊ะ โดยมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยข้างกายโอบแขนเขาไว้แน่น ทว่าสายตาคู่นั้นของกวินทร์กลับไม่ได้สนใจหญิงสาวข้างตัวเลยสักนิด เขาพุ่งตรงมาที่รินรดาด้วยความประหลาดใจและประกายตาที่ลุกวาวขึ้นเหมือนกับว่าดีใจ ที่ได้เจอรินรดาอีกครั้ง

“บังเอิญจังเลยนะครับ” กวินทร์เอ่ยยิ้มๆ มองพิจารณารินรดาในชุดเดรสสีครีมมิดชิด ทว่าขับเน้นความสดใส “คุณเลขา... นอกเวลางานแล้วก็ยังต้องมาดูแลคุณภีมถึงร้านอาหารเลยเหรอครับ หรือว่า... หน้าที่เลขาของคุณภีม ครอบคลุมไปถึงเรื่องส่วนตัวด้วย?”

น้ำเสียงและคำถามแฝงความนัยนั้น เหมือนเข็มที่สะกิดเข้าที่จุดเดือดของภีมเดชอย่างจัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกมายืนขวางหน้ารินรดาไว้ แนบเนียนจนแผ่นหลังของเขาบดบังสายตาของกวินทร์จนมิด

“คุณกวินทร์คงจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้วครับ” ภีมเดชเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “การกินข้าวกับเลขาคนสนิทเป็นเรื่องปกติของผม และที่สำคัญ นี่เป็นเวลาส่วนตัวของผมกับเธอ ไม่ทราบว่าคุณกวินทร์มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ?”

กวินทร์ยิ้มขำเล็กน้อย ไม่ได้เกรงกลัวต่อรังสีอำมหิตของประธานหนุ่ม

“ไม่มีธุระหรอกครับ ผมแค่แวะมาทักทาย เห็นคุณเลขาแต่งตัวสวยสะดุดตามาก ก็เลยอยากจะชวนคุณเลขาไปดื่มต่อที่บาร์ด้านบนสักแก้ว พอดีผมสั่งไวน์ปีเก่าแก่ไว้ ไม่ทราบว่าคุณเลขาพอจะให้เกียรติ...”

“เธอไม่ว่างครับ!” ภีมเดชเอ่ยตัดบทเสียงแข็งกระด้าง แววตาสดใสหายวับไป เหลือเพียงความดุดัน

“หือ? คุณภีมตอบแทนคุณเลขาแบบนี้... ในฐานะเจ้านาย หรือฐานะอะไรเหรอครับ?” กวินทร์ย้อนถามมุมปากกระตุกยิ้มท้าทาย “ถ้าแค่เจ้านาย ผมคิดว่าหลังเวลางาน คุณเลขาก็มีสิทธิ์ตัดสินใจเองนะครับ”

บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารรอบข้างเริ่มเงียบลงทันที พนักงานต่างพากันมองหน้ากันด้วยความเลิ่กลั่กเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงปะทะที่ตึงเครียดระหว่างสองผู้บริหารหนุ่มระดับประเทศ

รินรดาเห็นท่าไม่ดี เธอรู้ว่าภีมเดชในภาวะหงุดหงิดอาจจะสติหลุดจนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นได้ ร่างบางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ขยับมือเรียวไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งของภีมเดชเบาๆ ลูบเบาๆ เพื่อปลอบประโลมระงับอารมณ์ร้อนของเขา

“พี่ภีมคะ” รินรดาเอ่ยเสียงอ่อนโยน เรียกชื่อเขาในโหมดสนิทสนม “หนูรู้สึกอิ่มแล้วค่ะ และหนูก็อยากกลับบ้านของเราแล้วด้วย”

คำว่า ‘บ้านของเรา’ ที่คนตัวเล็กตั้งใจเอ่ยออกมา ทำเอาภีมเดชชะงักไปเล็กน้อย เพราะมันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายไปทันที กลายเป็นความพึงพอใจลึกๆ ที่รินรดาเลือกรักษาน้ำใจเขาและประกาศความสัมพันธ์กลายๆ ต่อหน้าศัตรูหัวใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป