บทที่ 6 บทที่ 6 ปฐมบททริปสมุย
บทที่ 6 ปฐมบททริปสมุย
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องโดยสารของรถสปอร์ตคันหรูตลอดเส้นทางกลับเพนท์เฮาส์ หากแต่เป็นความเงียบที่ไม่อาจซ่อนความรู้สึกที่เร่าร้อนที่ตีวนอยู่ภายในอกของคนทั้งคู่ได้
ภีมเดชบังคับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมากุมมือเล็กของรินรดาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยตลอดการเดินทาง ประโยคสั้นๆ อย่างคำว่า ‘บ้านของเรา’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่ม มันสร้างแรงสั่นสะเทือนในหัวใจเขาอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำได้มาก่อน
ทันทีที่บานประตูเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดเปิดออกและปิดลง ร่างเล็กยังไม่ทันได้หมุนตัวไปเปิดไฟ ก็ถูกชายหนุ่มดันร่างเธอชิดติดกับประตูห้อง ก่อนจะก้มลงบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหนักหน่วง
รสจูบครั้งนี้แตกต่างจากบทลงโทษเมื่อช่วงบ่ายโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดหรือความต้องการเอาชนะ มีเพียงความคลั่งรัก ความหวงแหน และความหวานซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ รินรดาเผยอร่องริมฝีปากต้อนรับปลายลิ้นร้อนอย่างว่าง่าย มือเรียวยกขึ้นโอบรอบคอหนา ตอบรับสัมผัสสยิวที่ทำให้หัวใจของเธอพองโต
“อื้อ~~ พี่ภีม~” เสียงหวานครางอู้อี้ในลำคอเมื่อเขาผละริมฝีปากออกช้าๆ
ภีมเดชซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอม ละเลียดจุมพิตอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนียนจนรินรดาขนลุกซู่
“เมื่อกี้... บนโต๊ะอาหาร” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยกระซิบข้างหู “ที่หนูบอกว่าอยากกลับ ‘บ้านของเรา’ รู้ไหมว่ามันทำให้พี่แทบบ้า”
“รินก็แค่... ไม่อยากให้พี่ภีมมีเรื่องกับคุณกวินทร์นี่คะ” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว สบตากับเขาในความมืดสลัวของห้อง “แล้วมันไม่ใช่บ้านของเราเหรอคะ? ในเมื่อรินก็อยู่ที่นี่กับพี่”
“ใช่... มันคือบ้านของเรา” ภีมเดชยอมรับออกมาอย่างง่ายดายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาคมเข้มที่มองจ้องลงมาเต็มไปด้วยประกายความปรารถนาที่ลึกล้ำ “และคืนนี้... พี่จะไม่ยอมให้หนูนอนพักง่ายๆ หรอกนะ”
ชายหนุ่มช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ แสงไฟจากตึกสูงด้านนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสง ทาบทับลงบนเตียงกว้าง รินรดาถูกวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบาที่สุด ก่อนที่เรือนร่างหนาจะทาบทับลงมา
เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกสวมใส่อย่างมิดชิด ถูกฝ่ามือหนาถอดรูดออกจากเรือนร่างเล็กอย่างใจเย็น เรียวนิ้วยาวลากผ่านจุดอ่อนไหว ค่อยๆ นวดเฟ้นปลุกอารมณ์เสน่หาให้ตื่นตัว
คนตัวเล็กบิดเรือนร่างด้วยความเสียวซ่าน วิชาที่คุณหญิงปัทมาเคยสั่งสอนในการผ่อนคลาย และรับมือกับอารมณ์ดิบของชายหนุ่มถูกนำมาใช้ แต่ในเวลานี้ เธอแทบไม่ต้องงัดกลยุทธ์ใดๆ ออกมาเลย เพราะเพียงแค่อ่อนหวานและปล่อยใจไปกับสัมผัสของเขา ชายหนุ่มก็ยอมสยบอยู่ใต้ร่างเธออย่างสมบูรณ์แบบ
“ภีม~~ อ๊ะ!” รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสเมื่อปลายลิ้นร้อนลากผ่านเนินอกอวบอิ่ม ดูดดึงสร้างร่องรอยแห่งความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เรียกพี่แบบนี้เรื่อยๆ นะริน...” น้ำเสียงทุ้มครางแหบพร่าข้างใบหู “ทำให้พี่รู้... ว่าเธอเป็นของพี่คนเดียว”
บทเรียนในค่ำคืนนี้ยาวนานและเสียวซ่านจนไม่สามารถควบคุมได้ ทว่าเต็มไปด้วยความดุเดือดตามภาวะความต้องการสูงของชายหนุ่ม
ทุกจังหวะที่บดเบียดเข้าหากันเต็มไปด้วยความโหยหา ภีมเดชตักตวงความสุขจากร่างกายของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งรินรดาสลบคาอกเขาไปในที่สุดด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย ชายหนุ่มกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน กดจูบหน้าผากมนด้วยความหวงแหน ก่อนจะหลับใหลไปพร้อมกับคนในอ้อมกอด
เช้าวันต่อมา
ณ ห้องทำงานประธานบริหาร
บรรยากาศในห้องทำงานเต็มไปด้วยความสดใสและอบอุ่น พนักงานด้านนอกต่างแปลกใจที่เห็นท่านประธานหน้าตึงคนเดิม มีสีหน้าที่ผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รินรดานั่งทำงานที่โต๊ะเลขาหน้าห้องด้วยชุดเดรสกระโปรงยาวทรงสุภาพสีพาสเทล ดูเรียบร้อยและน่ารัก สมกับคำสั่งของนายจ้างขี้หวง
เสียงฝีเท้าดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกวินทร์ จะเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามา ทำให้รินรดารีบลุกขึ้นต้อนรับตามหน้าที่
“สวัสดีค่ะคุณกวินทร์ มาพบคุณภีมเหรอคะ?”
“สวัสดีครับคุณริน” กวินทร์ส่งยิ้มหวาน ทว่าสายตาคู่นั้นกลับมองสำรวจรินรดาด้วยความชื่นชม “เรื่องเมื่อคืน... ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้บรรยากาศเสีย พอดีผมเห็นคุณรินสวยมาก ก็เลยอดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปทักทาย”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” รินรดายิ้มรับอย่างมีมารยาท
“แล้วเรื่องชวนดื่มไวน์... ผมยังรอคำตอบอยู่นะครับ” กวินทร์ยิ้มหยอกเย้า “ถ้าคุณรินว่างเมื่อไหร่ บอกผมได้เลยนะครับ ผมยินดีต้อนรับเสมอ”
“เลขาของผมคงไม่มีเวลาว่างไปดื่มไวน์กับคุณหรอกครับ”
เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นจากประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดออก ภีมเดชเดินก้าวออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด สายตาคมมองตรงไปที่คู่ค้าหนุ่มด้วยรังสีอำมหิตที่ปิดไม่มิด เขาเดินเข้ามาหยุดยืนข้างหญิงสาว ก่อนที่จะถือวิสาสะวางมือหนาลงบนเอวคอดของหญิงสาว แล้วดึงเธอเข้ามาชิดตัวอย่างเปิดเผยต่อหน้าของกวินทร์
กวินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองมือของชายหนุ่มที่เกาะกุมเอวเลขาคนสวยไว้แน่น ก่อนที่จะยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยที่สามารถปั่นหัวประธานหนุ่มได้สำเร็จ
“โอ้โห~ คุณภีมแสดงความเป็นเจ้าของขนาดนี้ ผมคงต้องถอยแล้วล่ะมั้งครับ” กวินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ “พอดีผมมีเรื่องงานสำคัญจะมาแจ้ง โครงการลงทุนรีสอร์ตหรูที่เกาะสมุย สัญญาฉบับสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เราต้องเดินทางไปเซ็นสัญญาและตรวจสอบสถานที่จริงในสัปดาห์หน้าครับ”
“ทริปสมุยเหรอครับ?” ภีมเดชขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ใช่ครับ งานนี้เป็นโครงการใหญ่ระดับหลายพันล้าน เราต้องเดินทางไปค้างคืนที่นั่นสักสองสามอาทิตย์เลย” กวินทร์ว่าพลางหันไปมองรินรดา “และแน่นอน... คุณเลขาคงต้องเดินทางไปด้วยใช่ไหมครับคุณภีม?”
ภีมเดชจ้องหน้ากวินทร์นิ่งๆ ความหึงหวงและห่วงกังวลตีวนขึ้นมาทันที การพาเดินทางไปต่างจังหวัด หมายความว่ากวินทร์จะมีโอกาสใกล้ชิดกับรินรดามากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อาจปล่อยให้รินรดาห่างสายตาไปได้ และการพาเธอไปด้วย ย่อมเปิดโอกาสให้เขาได้ดูแลและ ‘ควบคุม’ เธอได้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
