บทที่ 2 ตอนที่ 1 : รางวัลแสนหวาน

ตอนที่ 1 : รางวัลแสนหวาน

“แม่งน่าเบื่อฉิบหาย ไอ้เหี้ยเคฟกลายเป็นคนหลงเมียไปแล้ว”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำระคนเหนื่อยหน่ายดังขึ้นจากปากของ เทรย์ แฝดผู้พี่ ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นแบรนด์หรูที่สั่งตัดมาอย่างประณีตให้เข้าที่ ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาตี๋อินเตอร์ตามแบบฉบับหนุ่มผิวขาวทว่ากลับดูดุดันแฝงความอันตราย รูปลักษณ์ของเขามันสมบูรณ์แบบจนเรียกได้ว่าหล่อเกินเบอร์ไปมาก ทว่าเวลานี้ใบหน้าฟ้าประทานนั้นกลับบูดบึ้งเพราะความจำเจ

“ก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง เพราะมันชนะพนันแถมยังไม่เอาของเดิมพัน ไม่งั้นพวกเราโดนป๊ากับม๊าเฉ่งจนกบาลแยกแน่”

ทรอย แฝดผู้น้องเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าของเขาราวกับพิมพ์เดียวกับคนเป็นพี่ชายอย่างไม่ต้องเสียเวลาอธิบายซ้ำ จะต่างกันก็เพียงแค่แฝดผู้น้องคนนี้ไม่ได้สวมแว่นตา ซึ่งนั่นถือเป็นข้อดีเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้คนภายนอกแยกแยะอสูรแฝดคู่นี้ออกจากกันได้ง่ายขึ้น

เรื่องของเรื่องที่ต้องสบถกันอยู่แบบนี้ ก็เพราะพวกเขานึกสนุกดันเอา ‘ผับและอาบอบนวด’ ซึ่งเป็นธุรกิจสีเทาของครอบครัวไปวางเป็นสิ่งเดิมพันใน The Devil’s Game เกมแข่งกันหว่านเสน่ห์ของพวกลูกคนรวยระยำที่กติกาบ้า ๆ มีอยู่ว่า... ใครจีบสาวติดและได้ครอบครองเรือนร่างของเหยื่อก่อนถือเป็นผู้ชนะ ทว่า เควิน เพื่อนสนิทในกลุ่มกลับเกิด ‘ติดใจ’ และหลงรักเหยื่อสาวคนนั้นเข้าอย่างจัง จนยอมหันหลังให้ความเสเพลกลับตัวเป็นคนดี แถมยังออกประกาศิตสั่งห้ามเพื่อนทุกคนเลิกเล่นเกมนรกนี่ซะ

แต่มีหรือที่คนอย่างสองแฝดจะยอมหยุด... ในเมื่อเม็ดเลือดทุกหยาดหยดมันสูบฉีดไปด้วยจิตวิญญาณของนักพนัน สิ่งที่ฝังลึกในกมลสันดานมันยากแท้เกินกว่าจะกรวดน้ำคว่ำขันขันแข่งได้ง่าย ๆ

“แล้ววัน ๆ ก็เอาแต่เดินตามเมียต้อย ๆ น่าเบื่อฉิบหาย”

ซียู หนุ่มมาดเข้มใบหน้าคมคายสไตล์แบดบอยเอ่ยสมทบหน้านิ่ง กลีบปากหนายังคงคาบบุหรี่ราคาแพงเอาไว้พลางสูดควันสีขาวหม่นเข้าปอดอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะพ่นมันออกมาอบอวลในอากาศ ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าชายปีศาจอีกคนของกลุ่ม และอาจจะเป็นผู้ชายที่มีนิสัยเลวร้าย ดิบเถื่อนที่สุดในบรรดา ‘แก๊งจตุร’ เลยก็ว่าได้

“พวกเราหาอะไรทำแก้เบื่อกันหน่อยมั้ย”

แฝดพี่อย่างเทรย์ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวขยับแว่นอีกหนึ่งที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุก ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนทันที

ณ สนามแข่งรถหรูแถบชานเมือง

เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์และกลิ่นไหม้ของยางบดผืนแทร็กช่วยปลุกเร้าอารมณ์ที่ตายด้านให้ฟื้นคืน มือหนาของแฝดพี่เอื้อมไปรับหมวกกันน็อกราคาแพงระยับจากมือน้องชาย สองพี่น้องพยักหน้าให้กันเป็นเชิงรับรู้ด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเทรย์จะก้าวขาขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับบนรถซูเปอร์คาร์คันงาม โดยมีเสียงเชียร์จากทรอยและผองเพื่อนแก๊งจตุรดังไล่หลังมา... แม้ฟังดูเป็นเสียงเชียร์ที่แกน ๆ เหมือนถูกบังคับมาก็เถอะ

ใช่แล้ว... สิ่งตื่นเต้นเร้าใจที่เขาเกริ่นไว้ก็คือสิ่งนี้ ในเมื่อความกระหายชัยชนะมันฝังอยู่ในสายเลือด ความเร็วเหนือแสงและเสียงระเบิดของท่อไอเสียจึงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้หัวใจวัยรุ่นอันพลุ่งพล่านของพวกเขาเยียวยาความน่าเบื่อได้

ในค่ำคืนนี้ เซนต์ เพื่อนเก่าสมัยมัธยมได้ทำการปิดสนามแข่งรถแห่งนี้ลงเพื่อต้อนรับแขกเกรด VIP มาประชันความเร็วกันโดยเฉพาะ

ก่อนสัญญาณไฟจะเริ่ม เซนต์แอบเดินมากระซิบข้างหูเทรย์ว่า คู่แข่งในแทร็กวันนี้คือ ‘ดีน’ ตัวเต็งจากหลายสำนักที่ถูกวางตัวให้เป็นนักแข่งระดับอาชีพ ทว่าคำเตือนนั้นไม่ได้เข้าหัวเทรย์เลยสักนิด ใครจะสนล่ะ? ในเมื่อคนอย่างเทรย์ ทั้งหล่อเหลา ร่ำรวย และเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติชายชาตรีที่สมบูรณ์แบบ เขาสามารถเนรมิตทุกสิ่งให้สยบอยู่แทบเท้าได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งรถแข่งคัสตอมพิเศษราคาแปดหลักคันนี้

ทว่าต่อให้รถจะหรูและแรงแค่ไหน หากสารถีไร้ฝีมือก็คงไม่สามารถคว้าชัยชนะมาเชยชมได้จริงไหม? แน่นอนว่าพรสวรรค์ของเทรย์ไม่ได้มีดีแค่ราคาคุย ชายหนุ่มสับเกียร์เร่งเครื่องทิ้งห่างคู่แข่งจนสามารถเข้าเส้นชัยคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้อย่างไร้รอยขีดข่วน รางวัลที่ได้รับคือเงินสดก้อนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรเลยสำหรับทายาทมาเฟียผู้มั่งคั่งอย่างเขา และถ้วยรางวัลหน้าตาพิลึกพิลั่นอีกใบหนึ่ง... ที่เขาลงแข่งก็แค่ต้องการเสพความตื่นเต้นท้าทายให้ชีวิตมันมีสีสันขึ้นมาก็เท่านั้น

หลังจบการแข่งขัน สมาชิกทุกคนก็เคลื่อนย้ายไปเฉลิมฉลองให้กับถ้วยรางวัล (ที่ไร้ค่า) ใบนั้นกันต่อ เอาเข้าจริงมันก็แค่ข้ออ้างในการจัดปาร์ตี้ให้ดูมีอารยธรรมพิลึกพิลั่น พวกเขาแค่กระหายความสนุก อยากดื่มด่ำน้ำเมา และอยาก ‘คั่วสาว’ แก้เซ็งก็เท่านั้น ซึ่งในค่ำคืนนี้มีแต่สาวงามระดับพรีเมียม ทั้งดาราดังและเน็ตไอดอลหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ถูกเรียกมาปรนเปรอเอ็นเตอร์เทนพวกเจ้าชายปีศาจ

“ไอ้เซนต์ เด็กที่ขึ้นมามอบถ้วยรางวัลให้กูคนนั้น... ดูเข้าท่าว่ะ นมนี่แทบจะทะลักออกมานอกเดรสหนังอยู่แล้ว มึงไปขุดมาจากไหนวะ”

เทรย์เอ่ยถามเพื่อนเจ้าของงานอย่างสนใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ้องไปยังเป้าหมายสายตาจับจ้องนิ่งราวกับสัตว์ร้ายที่อยากจะกลืนกินเหยื่อเข้าไปทั้งตัว

“ไม่รู้สิ มีคนจ้างมามั้ง... ถ้ามึงชอบ เดี๋ยวกูสั่งให้เขามานั่งเอ็นฯ มึงตรงนี้เลยเป็นไง”

“จะเปล่า ๆ ได้ยังไงล่ะไอ้ห่า มึงดูยัยเชอรี่สิ พันกูยุงเหยิงยังกะปลาหมึก กูต้องแอบสะบัดหลบออกมาแทบตาย”

เทรย์บ่นอุบพลางปัดมือพาดพิงถึงดาราสาวสวยชื่อดังที่มีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวกับเขาในช่วงนี้ ขึ้นชื่อว่าเทรย์... เขาเป็นคนขี้เบื่อและไร้ความปรานี ไม่ชอบนอนซ้ำกับใครนาน ๆ นั่นคือสัจธรรมที่ทุกคนในวงการรู้ดี ทว่าดูเหมือน ‘เชอรี่’ จะยังไม่ยอมรับความจริง เธอยังคงตามติดชีวิตชายหนุ่มแจไม่ยอมห่าง ราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ... จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ วาจาที่จะพูดออกไปมันคงหยาบคายเกินกว่าจะเอ่ยถึง เอาเป็นว่าไม่พูดถึงผู้หญิงคนนั้นจะดีกว่า

เวลานี้... เทรย์ทำเพียงแค่พยายามหาทางหนีทีไล่เพื่อสลัดเชอรี่ออกไปให้พ้นตัวสุดชีวิต

ตัดมาอีกด้านหนึ่ง... แชมเปญ สาวน้อยร่างเล็กผู้ถูกว่าจ้างมาเป็นพริตตี้มอบรางวัลในค่ำคืนนี้ เธอกำลังก้าวเดินด้วยท่วงท่าสับขาเรียวสวยในชุดเกาะอกหนังรัดรูปสีดำสนิท ซึ่งมันช่างรัดรึงบีบเค้นจนแทบจะโอบอุ้มทรวงอกอวบหยัดเอาไว้ไม่มิด ทุกสายตาในบริเวณนั้นต่างมองตามเธอตาค้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าของถ้วยรางวัลอย่างแฝดพี่

อึก...

เทรย์ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก ยามเมื่อสายตาปะทะเข้ากับทรวงทรงกลมกลึงขนาดยักษ์คู่นั้นของเธอ แชมเปญผู้มีส่วนสูงเพียง 158 เซนติเมตร ถือว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัด ทว่าส่วนสูงที่ขาดหายไปดูเหมือนจะถูกทดแทนและหลั่งไหลไปรวมอยู่ที่หน้าอกหน้าใจหมดแล้ว มะพร้าวลูกโตที่เด่นตระหง่านเกินความจำเป็นตัวนั้น มันช่างสะดุดตาชวนมอง และที่สำคัญ... มันเป็นของแท้แม่ให้มาตามธรรมชาติอย่างไม่ต้องสงสัย

“จะดีเหรอคะพี่... หนูไม่เคยทำงานเอ็นฯ มาก่อนเลยนะ”

แชมเปญเอ่ยท้วงน้ำเสียงสั่นพร่า ท่าทางประหม่าฉายชัดออกมาทางดวงตาใสซื่อคู่นั้น ยามเมื่อรุ่นพี่ที่หางานให้เอ่ยชักชวนให้เธอไปช่วยดูแลเอนเตอร์เทนกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักเหล่านั้น

“ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นั่งกินนั่งคุยเป็นเพื่อนพวกเขาก็พอ ใช้ความสวยให้มันคุ้มหน่อยแชม เกิดมาสวยสะบัดขนาดนี้ถ้าเป็นพี่นะ พี่จะมีสามีทีเดียวสิบคนไปแล้ว” รุ่นพี่เอ่ยรัวอย่างไม่อายปาก

ภายในใจของแชมเปญได้แต่ร่ำร้องลั่น... 'โถ่พี่... ทุกวันนี้แค่คนเดียวยังหาไม่ได้เลย' ทุกวันนี้เธอต้องวิ่งรอกทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวจนหัวหมุน หากเลือกชะตาชีวิตได้ เธอคงอยากจะจดทะเบียนสมรสกับเงินตราไปให้รู้แล้วรู้รอด ฮือออ

ทว่า เมื่อได้ยินถึงตัวเลขรายได้ในการเอ็นเตอร์เทนพวกลูกคนรวยระดับท็อป สาวน้อยผู้กำลังตกที่นั่งลำบากเรื่องเงินมีหรือจะไม่อดตาโตได้ ในเมื่อหนี้สินรอบตัวมันรุมเร้ามากเกินกว่าจะมานั่งเลือกงานที่ชอบ เธอจึงยอมก้มหน้าเดินตามหลังรุ่นพี่ไปอย่างว่าง่าย

หลังจากร่วมนั่งดื่มกินอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ เทรย์ซึ่งได้มีโอกาสพินิจสัดส่วนอันอวบอัดของแชมเปญในระยะประชิด ก็ไม่สามารถละสายตาจากดวงหน้านวลและร่างเย้ายวนนั้นได้เลยสักวินาทีเดียว ฝั่งสาวน้อยผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ก็ถูกคนนั้นคนนี้ส่งแก้วเหล้าให้ไม่ขาดสาย แก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มซึมลึกเข้าสู่กระแสเลือด ใบหน้าหวานเริ่มขึ้งแดงด้วยความเมามาย

ส่วนเทรย์แฝดพี่ที่ทนรองรับความรำคาญใจจากยัยดาราสาวเชอรี่ที่คอยเกาะแกะไม่เลิกราไม่ไหว หนุ่มแว่นมาดร้ายจึงตัดสินใจรีบอ้างกับเพื่อนพ้องในกลุ่มว่าจะขอตัวกลับไปนอนกกผู้หญิง ชายหนุ่มอาศัยจังหวะชุลมุนเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือบางของยัยเด็กเอ็นฯ หน้าใหม่คนนั้น แล้วกระชากลากติดมือออกมาจากวงเหล้าทันที

“จะ... จะพาแชมไปไหนคะ”

แชมเปญพยายามรวบรวมสติอันเลือนรางเอ่ยถามแฝดพี่ผู้ดุดันที่กำลังกุมข้อมือเธอลากออกนอกงานอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงฝีเท้าของเชอรี่ก้าวตามมาติด ๆ จากด้านหลัง

“อย่าถามมาก ยัยเด็กเอ็นฯ... ไปเอ็นเตอร์เทนฉันต่อที่คอนโด เดี๋ยวฉันจ่ายให้งาม ๆ”

สุ้มเสียงทุ้มสั่งเฉียบขาด ก่อนจะจัดการยัดร่างอ้อนแอ้นขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของตนทันที แชมเปญที่แม้สติจะพร่าเลือนด้วยความเมา ทว่าคำว่า ‘จ่ายให้อย่างงาม’ มันกลับดังก้องเข้าไปถึงสมอง และประกอบกับที่เขาบอกว่าแค่ให้ไปทำงานเอ็นเตอร์เทนต่อ เธอจึงไม่ได้เอะใจหรือระแวดระวังภัยใด ๆ นาทีนี้ใครจะสนเรื่องอื่นล่ะ? ในเมื่อเธอพร้อมทำทุกอย่าง... เพื่อแลกกับเงินมาประทังชีวิต

“ค่ะ...”

สาวน้อยพยักหน้ารับคำเพียงแค่นั้น ก่อนจะยอมทรุดกายนั่งรถมุ่งหน้าสู่รังของอสูรร้ายอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยสักนิดเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป