บทที่ 3 ตอนที่ 2 : เงื้อมมืออสูร (18+)
ตอนที่ 2 : กรงเล็บอสูร กับ ดอกไม้ในรอยบาป (18+)
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิญญาณนักแข่งรถอาชีพเข้าสิงสู่ หรือเป็นเพราะความกระหายอยากที่จะสลัดแม่ดาราสาวเชอรี่ให้พ้นไปจากชีวิตโดยเร็วที่สุดกันแน่ รถสปอร์ตคันหรูของเทรย์แฝดผู้พี่จึงพุ่งทะยานไปบนท้องถนนราวกับจรวดทางเรียบที่ไร้การเบรก ขับเคี่ยวผ่านราตรีอันมืดมิดด้วยความเร็วชวนใจหาย
รู้ตัวอีกที... พาหนะคันงามก็เข้ามาจอดสนิทอยู่ ณ ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ร่างอ้อนแอ้นของคนข้างกายตกใจจนสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย กลีบปากอวบอิ่มพริ้มเพราสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด ๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ การมีชีวิตรอดมาถึงคอนโดมิเนียมสุดหรูหราแห่งนี้ได้... ก็นับว่าเธอได้ใช้แต้มบุญที่สะสมมาทั้งชีวิตจนหมดสิ้นแล้ว
“ตามมาสิ ยืนโง่อยู่ทำไมตรงนั้น”
ทว่าความนุ่มนวลกลับไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของมาเฟียหนุ่ม... นอกเสียจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีไร้ที่ติและนิสัยที่แสนจะเอาแต่ใจแล้ว บุรุษแว่นคนพี่ผู้นี้ยังมีฝีปากที่ร้ายกาจเชือดเฉือน ช่างเป็นผู้ชายที่รับมือได้ยากเย็นแสนเข็ญ ผิดกับแฝดผู้น้องอย่างทรอยที่มีอุปนิสัยเฟรนด์ลี่ ขี้เล่น และออดอ้อนเก่งกว่าเป็นไหน ๆ
“คะ... ค่ะ”
แชมเปญ สาวน้อยที่รูปร่างหน้าอกหน้าใจไม่ได้น้อยตามตัว ขยับกายตอบรับอย่างตื่นตระหนก โดยพื้นฐานแล้วเธอเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน ค่อนไปทางรักนวลสงวนตัวอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นคนขี้ตกใจและหวาดกลัวสิ่งรอบตัวได้ง่าย เดิมทีเธอเข้าใจมาตลอดว่างานในค่ำคืนนี้มีเพียงการสวมชุดพริตตี้เดินสับขาขึ้นไปมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศบนเวทีเท่านั้น ทว่าด้วยความพลิกผันของโชคชะตาและชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้เธอกลับต้องจับพลัดจับผลูเดินตามนายน้อยคนโตแห่งตระกูลทรงอิทธิพลขึ้นมาบนห้องพักส่วนตัวอันโอ่อ่า
‘เอาวะ... เพื่อเงิน’ สาวน้อยร่ำร้องในใจ พยายามทำใจดีสู้เสือ ปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของตนเอง
“เหนียวตัวฉิบหาย ชุดแข่งนี่มันก็เท่ดีอยู่หรอกแต่แม่งโคตรร้อน... มาถอดเสื้อผ้าให้ฉันหน่อย”
ร่างสูงบ่นพึมพำพลางเอ่ยปากออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจตามประสาคนที่อยู่เหนือกว่ามาทั้งชีวิต หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปหาอสูรร้ายอย่างว่าง่าย แม้มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างจะสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ทว่าเธอก็พยายามรวบรวมความกล้า อย่างน้อยที่สุด... ผู้ชายตรงหน้าก็มีความหล่อเหลาปานเทพบุตร หากชะตากรรมบีบคั้นให้เธอต้องทอดกายกระทำสิ่งใดที่ลึกซึ้งไปมากกว่านี้ ก็ยังดีกว่าต้องไปปรนนิบัติพวกตาลุงแก่ตัณหากลับคราวพ่อ
ปลายนิ้วเรียวสั่นระรัวค่อย ๆ เอื้อมไปจับหัวซิปเสื้อแข่งของเขาแล้วรูดลงช้า ๆ ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำลงมองเพียงแผ่นอกแกร่ง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตาผู้ชายตัวโตที่กำลังใช้สายตาโลมเลียเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องยอมรับเลยว่า ชุดหนังกันไฟสีเข้มตัวนี้มันช่างขับเน้นให้บุคลิกของเขาดูสง่างาม มีเสน่ห์ทางเพศอันเหลือร้ายอย่างบอกไม่ถูก
“นี่... เงยหน้าขึ้นมาซิ”
เทรย์สั่งสุ้มเสียงดุ ...‘เป็นคนที่ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่สินะ’ แชมเปญคิดตัดพ้อในใจ ก่อนจะค่อย ๆ เงยดวงหน้านวลขึ้นไปประสานสายตากับเขาอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่กวางที่กลมโตเกินกว่าใบหน้าเรียวเล็กคู่นั้นดูลึกลับสะกดสายตา มันช่างเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศในแบบที่เจ้าตัวก็ไม่เดียงสา เล่นเอาดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นหรูจับจ้องนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ระยะห่างที่ร่นถอยจนเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ส่งผลให้คนทั้งสองสัมผัสได้ถึงกระแสลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันและกัน
ไม่รอให้ตั้งตัว... แฝดผู้พี่ก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาบดเบียดกลีบปากบางช้า ๆ ทว่าหนักหน่วง ชายหนุ่มจู่โจมโดยไร้สัญญาณเตือนราวกับไม่สามารถระงับความต้องการของตนเองได้อีกต่อไป ร่างอ้อนแอ้นสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนกเพราะนี่คือรสสัมผัสแรกในชีวิต ทว่าเธอกลับไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างใด เรียวลิ้นสากอันจัดเจนร้อนรุ่มสอดแทรกเข้าไปชอนไช ตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างย่ามใจ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยดึงรั้งร่างเล็กกว่าให้แนบชิด ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็เริ่มทำหน้าที่จาบจ้วงล่วงเกิน บีบเคล้นสะโพกผายผุดผาดภายใต้เดรสหนังรัดรูปอย่างรุนแรงและรุกเร้ามากขึ้น... มากขึ้นตามอารมณ์ที่เตลิดเปิดเปิง
อึก...
หญิงสาวครางอื้ออึงในลำคอ ยามเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกรุกล้ำอธิปไตยส่วนตัวอย่างร้ายกาจ ด้วยความเชี่ยวชาญในการเล้าโลมและชั้นเชิงอันเหนือชั้นของคนตรงหน้า มันกำลังทำให้สาวน้อยผู้ไร้เดียงสาเกิดความตื่นตัวแปลกใหม่ ทว่าในขณะเดียวกันความขัดเขินและหวาดกลัวก็ตีตื้นขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ทัน
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
เมื่อริมฝีปากหยักผละออกชั่วคราว ร่างบางก็รีบกอบโกยเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ปอดทันทีอย่างหิวกระหาย เพราะเมื่อครู่เทรย์ไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจหายคอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“มองทำไม... ถอดชุดต่อสิ”
ชายหนุ่มออกคำสั่งสุ้มเสียงดุดันอีกครั้ง แม้ภายในใจจะยังคงติดใจในรสจูบแสนหวานปานน้ำผึ้งอันบริสุทธิ์ ทว่าเขากลับสะดุดใจ... เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้แสดงท่าทีตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา และท่วงท่าอันเงอะงะนี้ก็ดูห่างไกลจากคำว่า ‘เจนสนาม’ ยิ่งนัก คนประเภทนี้ก้าวเข้ามาในเส้นทางของเด็กเอ็นเตอร์เทนได้อย่างไรกัน?
แชมเปญกล้ำกลืนความอาย ปรนนิบัติถอดปราการแต่งกายของเขาออกจนหมดสิ้น เวลานี้ร่างสูงใหญ่กำยำของแฝดผู้พี่หลงเหลือเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวสั้นเพียงตัวเดียวติดกาย สาวน้อยผู้มีจิตใจละเอียดอ่อนและใส่ใจในรายละเอียด เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย เธอจึงเอื้อมมือน้อย ๆ ไปถอดแว่นตาสั่งตัดหรูหราออกจากใบหน้าของคนที่ยืนอวดเรือนร่างโทงเทงอยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา
ยามเมื่อปราศจากกรอบแว่นปิดกั้น... ดวงตาคมกริบที่แสนดุดันคู่ทรงอำนาจก็จดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างไม่วางตา ก่อนจะเปล่งประกาศิตออกมาอีกครั้ง
“ไปอาบน้ำด้วยกัน”
วาจาสั่งการสิ้นสุด มือหนาก็กระชากลากแขนเรียวให้ก้าวเดินตาม แชมเปญได้แต่ก้มหน้างุด เนื้อตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยข้อประท้วงใด ๆ
“เป็นอะไรไป... มาทำหน้าที่ของเธอสิ ยัยเด็กเอ็นฯ”
“คือ... จริง ๆ แล้ว ฉันแค่ถูกว่าจ้างมาเป็นพริตตี้มอบรางวัลเท่านั้นค่ะ ฉันไม่ทราบจริง ๆ ว่า... เอ่อ ขอบเขตหน้าที่ของเด็กเอ็นฯ ที่คุณพูดถึงมันต้องทำถึงขนาดไหน”
เธอรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่บอกเล่าความจริงเสียงแผ่ว
“เหอะ... คิดจะเล่นมุกตลกงั้นเหรอวะ ยัยเด็กเอ็นฯ”
เทรย์แค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่เชื่อหู ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นหยันเหยียดและเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ...
