บทที่ 6 ตอนที่ 5 : สองร่างหนึ่งใบหน้า
ตอนที่ 5 : สองร่างหนึ่งใบหน้า
วันต่อมา ณ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
บรรยากาศภายในห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ของวิชาเลือกพื้นฐานชั้นปีที่ 1 อย่างวิชาจิตวิทยา เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย อสูรแฝดทั้งสองจำต้องพาเรือนร่างสูงใหญ่มานั่งปะปนกับนักศึกษาคนอื่น ๆ ทว่าสภาพของแต่ละคนกลับดูไม่ได้เอาเสียเลย เทรย์แฝดผู้พี่ทอดกายฟุบหลับไปกับโต๊ะตั้งแต่ต้นคาบอย่างไม่สนใจโลก ส่วนทรอยแฝดผู้น้องก็นั่งสัปหงก สภาพแฮงก์เหล้าอย่างหนักเพราะเมื่อคืนร่ำสุราเข้าไปมากจนแทบประคองสติไม่อยู่
กระทั่งเสียงเฉียบขาดของอาจารย์ผู้สอนดังขึ้นขัดความเงียบในช่วงท้ายคาบ ประกาศกำหนดการสอบเก็บคะแนนครั้งสำคัญในสัปดาห์หน้า นั่นทำให้แฝดน้องถึงกับต้องเบิกตาโพลงสลัดความง่วงทิ้งไปทันที
“เชี่ย... จะสอบแล้วยังเรียนไม่ถึงไหนเลย เอาไงดีว่ะ”
ทรอยสบถพึมพำกับตัวเองด้วยความเคร่งเครียด ครั้นจะหันไปสะกิดถามพี่ชายร่วมอุทรก็เหมือนกำลังนั่งคุยกับก้อนหิน เพราะเจ้าแว่นคนพี่ดูท่าจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวและไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเขารู้ดีว่าพอถึงวันใกล้สอบเมื่อไหร่ เจ้าพี่ตัวดีก็มักจะมาโวยวายวุ่นวายสร้างความรำคาญให้เขาอยู่เป็นประจำ
ถึงแม้ว่าตระกูลของพวกเขาจะมั่งคั่งร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ ทว่าเบื้องหลังฮวงจุ้ยคฤหาสน์มาเฟียนั้นกลับมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกวดขันเรื่องการศึกษาเป็นที่สุด หากพวกเขาสองคนทำตัวเหลวไหลจนผลการเรียนตกต่ำ มีหวังป๊ากับม๊าได้ส่งตั๋วเที่ยวเดียวเนรเทศพวกเขาไปดัดนิสัยที่มาเก๊าแหง ๆ แค่คิดถึงความลำบาก ทรอยก็ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย ชายหนุ่มมาดร้ายจึงต้องรีบมองหาทางหนีทีไล่ สะกิดถามเพื่อนรอบข้างอย่างร้อนรนเพื่อหาแหล่งซีร็อกซ์เลกเชอร์เนื้อหาบทเรียน
เพื่อนในกลุ่มละสายตาจากสมาร์ตโฟนพลางชี้นิ้วตรงไปยังร่างอ้อนแอ้นของนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่กำลังเก็บข้าวของอยู่ใกล้ประตูทางออก
ช่างเป็นคราวเคราะห์และโชคชะตาเล่นตลกอย่างร้ายกาจ ที่แชมเปญดันเลือกมาลงเรียนวิชาเลือกตัวนี้ตัวเดียวกับสองแฝดนรกเข้าพอดี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สาวน้อยผู้สู้ชีวิตของพวกเราเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีทางอาหาร (Food Technology) โดยเธอมักจะไปไหนมาไหนกับ ขนม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คบหากันมาตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมแรก ๆ
ทันทีที่สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้น ทรอยก็ไม่รอช้ารีบสาวเท้าวิ่งตามหลังสองสาวที่กำลังเดินนวยนาดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว! เธอน่ะ”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อค่ำคืนก่อน ส่งผลให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของแชมเปญกระตุกวูบด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักกึกก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองตามเสียงเรียก ดวงตาคู่กวางเพ่งพินิจใบหน้าของบุรุษผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึง ใช่... ใช่เขาจริง ๆ ด้วย ผู้ชายคนเมื่อคืน คนที่เธอเพิ่งจะ...
“อะ... เอ่อ คือว่า...”
สาวน้อยเริ่มเอื้อนเอ่ยวาจาตะกุกตะกักลนลาน หลุบสายตาต่ำลงมองพื้นอย่างไม่กล้าสู้หน้า แถมยังขยับกายดึงรั้งตัวเองไปหลบอยู่ทางด้านหลังของขนมพลางเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ภายในหัวใจดวงน้อยคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล... 'หมอนี่จะมาทวงเงินคืนงั้นเหรอ? ว่าแต่ทำไมวันนี้เขาถึงไม่ได้สวมแว่นตากันนะ'
“นี่ ฉันอยากได้เลกเชอร์ของเธอ เห็นเพื่อนบอกว่าเธอเรียนเก่ง”
วาจาเรียบเรื่อยที่หลุดออกมาจากปากของทายาทมาเฟีย ทำเอาแชมเปญต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงวนงงสงสัย ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีท่าทีหรือกระแสอารมณ์ใด ๆ ที่แสดงออกเลยสักนิดว่ารู้จักคุ้นเคยกับเธอมาก่อน ทั้งที่เมื่อคืนนี้... เอ่อ เขาเล่นระเบิดธารน้ำรักขาวขุ่นอุ่นจัดออกมาเปรอะเปื้อนเต็มดวงหน้าของเธอมากมายขนาดนั้นแท้ ๆ!
‘เฮ้ย! ไม่ได้ดิแชม แกจะมาคิดเรื่องลามกพรรค์นั้นเวลานี้ไม่ได้นะ!’
ดวงหน้านวลผุดผาดร้อนผ่าวราวกับมีไฟมาสุมขึ้นมาทันตาเห็น ยามเมื่อภาพเหตุการณ์คาวโลกีย์ในห้องน้ำหรูแล่นเข้ามาหลอกหลอนในสมอง
ฝั่งขนมผู้เป็นเพื่อนสนิท ซึ่งหูตากว้างขวางและรู้จักกิตติศัพท์ของ ‘แก๊งจตุร’ กลุ่มหนุ่มหล่อผู้ทรงอิทธิพลของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี ผิดกับแชมเปญที่ไม่เคยสนใจเรื่องราวของชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นโอกาสอันดี ขนมจึงรีบรุดเอ่ยปากตอบแทนเพื่อนรักทันที เพราะรู้ดีว่าแชมเปญเป็นคนเรียนเก่งระดับท็อปที่ทำคะแนนสอบย่อยได้เกือบเต็มทุกครั้ง แถมยังมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
“ไอ้แชม มึงก็ให้เขายืมชีทไปสิ”
ขนมกระทุ้งศอกคะยั้นคะยอพลางหันมามองสีหน้าอันเต็มไปด้วยความลำบากใจของเพื่อน แชมเปญในเวลานี้ทั้งสับสน งุนงง และมึนตึบกับท่าทีเฉยชาของผู้ชายตรงหน้าเหลือกำลัง เขาทำราวกับความสัมพันธ์อันเร่าร้อนเมื่อคืนเป็นเพียงภาพฝันที่เธออุปาทานไปเอง (ซึ่งก็น่าเห็นใจแม่สาวน้อยยิ่งนัก... เพราะเธอหารู้ไม่ว่าอสูรร้ายตรงหน้าน่ะ มันคนละคนกันอีหนูเอ๊ย!)
ยามเมื่อทรอยเห็นท่าทางอึกอัก พิรี้พิไร และแสดงอาการคล้ายไม่อยากจะเสวนาปราศรัยกับตน ชายหนุ่มผู้เกลียดความชักช้าและน่าเบื่อเข้าไส้จึงตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้าย... ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตระกูลมาเฟียของเขาส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นคำสอนสืบทอดจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน และมักจะใช้ได้ผลชะงัดนักกับสถานการณ์ทำนองนี้
“อ่ะ สองหมื่น เอาไป... แล้วเอาชีทเรียนมา”
สัญชาตญาณความใจถึงพึ่งได้ส่งผลให้มือหนาล้วงหยิบธนบัตรใบสีเทาปึกใหญ่ยื่นส่งไปตรงหน้าเธอทันที และใช่... คำสอนประจำตระกูลของเขาก็คือ ‘เงินสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้’
เมื่อคืนคนพี่เพิ่งจะตบรางวัลให้มาหลายหมื่น วันนี้คนน้องยังเอาเงินมาประเคนให้อีกถึงที่ แชมเปญสาวน้อยผู้กำลังร้อนเงินและถังแตกอย่างหนักลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอดยาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขจำนวนเงิน ก่อนจะเอื้อมมือน้อย ๆ ไปรับฟ่อนเงินนั้นมาไว้ในครอบครองอย่างรวดเร็ว พลางยื่นสมุดเลกเชอร์จดบันทึกบทเรียนส่งกลับไปให้เขาอย่างว่าง่าย
