บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ที่พักพิงชั่วคราว
ตอนที่ 8 : ที่พักพิงชั่วคราว
ไม่เปิดโอกาสให้อัญเชิญคำตอบใด ๆ ทรอยก็จัดการใช้ทักษะความเอาแต่ใจ ดันร่างอ้อนแอ้นของสาวน้อยขึ้นไปบนเบาะหลังของซูเปอร์คาร์คันงามทันที ก่อนที่เขาและพี่ชายจะก้าวตามขึ้นประจำที่อย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามก้องพร้อมกับตัวรถที่ทะยานออกสู่ท้องถนน ทิ้งไว้เพียงเครื่องหมายคำถามชิ้นโตที่ประดับอยู่บนใบหน้าตระหนกของแชมเปญ
“แล้วสรุปเธอจะไปไหนล่ะ... เอ่อ ยัย...”
“แชมเปญค่ะ”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอึกอักและเดาออกว่าสองอสูรแฝดไม่รู้แม้กระทั่งชื่อแซ่ของเธอด้วยซ้ำ คนตัวเล็กจึงชิงเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะได้ตั้งคำถามพรรค์นั้นให้ระคายหู
“ชื่อน่ากินดีนี่”
เทรย์แฝดผู้พี่เปรยขึ้นลอย ๆ พลางเหลือบสายตาคมกริบมองเธอผ่านกระจกมองหลังแล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัย หญิงสาวผู้กำลังอมทุกข์ไร้ซึ่งอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงด้วย เธอทำเพียงเบือนดวงหน้านวลหนีสายตาคู่นั้นไปอีกทางอย่างแสนค้อน
“แล้วสรุปจะไปไหน เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง” คนพี่สำทับเสียงเข้มพลางขยับแว่นตาสั่งตัดหรูหนึ่งทีอย่างติดเป็นนิสัย
“ไม่รู้สิคะ... ห้องเช่าเล็ก ๆ มั้ง ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ เพราะไม่รู้ว่าพวกแก๊งทวงหนี้โหดนั่นจะกลับมาล้อมจับฉันเมื่อไหร่ ที่บ้านฉันก็อยู่ตัวคนเดียวด้วย... ฉันกลัว พอคิดจะมาพึ่งพิงพ่อ พ่อแท้ ๆ ก็ยังผลักไสปฏิเสธ”
น้ำเสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยความอัดอั้นตันใจที่ซุกซ่อนอยู่ก้นบึ้งออกมาอย่างสุดกลั้น พลางทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างไร้จุดหมาย เทรย์ที่ลอบพินิจร่างบางผ่านกระจกมองหลัง และทรอยที่เอี้ยวใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองเธอจากเบาะข้างคนขับ... ต่างสัมผัสได้ถึงมวลอากาศแห่งความโศกเศร้าและชะตากรรมอันน่าเวทนาของผู้หญิงคนนี้
สตรีผู้มีท่าทีตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา... ท่าทางสิ่งที่เธอระบายออกมาจะเป็นเรื่องจริงจับใจ พวกเขาไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงต่อว่าเกิดวิกฤตการณ์อะไรขึ้นกับชีวิตเธอ เพราะตระหนักดีว่าหากปล่อยให้เธอบรรยายร่ายยาว มันคงไม่จบลงง่าย ๆ แค่การเล่าสู่กันฟังแน่ เรือนร่างอ้อนแอ้นยามนี้กำลังสั่นสะท้านราวกับพยายามแบกรับชะตากรรมอันหนักอึ้ง ขืนบีบคั้นให้พูดต่อ ยัยตัวเล็กตรงหน้าได้บ่อน้ำตาแตกสะอื้นไห้ออกมาแน่ ๆ
“นี่... ถ้าเธอไม่ติดขัดอะไร ลองไปพักที่คอนโดของพวกเราก่อนไหม? ที่นั่นมีตั้ง 3 ห้องนอนแน่ะ”
ทรอยเสนอแนะไอเดียวาจาเรียบเรื่อย ทว่าคนฟังอย่างแชมเปญถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง และแม้กระทั่งฝาแฝดผู้พี่เองก็ตกใจในความคิดของน้องชายไม่แพ้กัน
“อะไรของมึงไอ้ทรอย... ยัยนี่เป็นผู้หญิง แถมยัง...”
เทรย์สบสายตามองร่างอวบอัดผ่านกระจกอย่างใช้ความคิด จะให้ตกลงง่าย ๆ ได้อย่างไรกันเล่า! ลำพังแค่ได้เห็นใบหน้าหวานแสนซื่อของเธอ แกนกายขนาดยักษ์ภายใต้กางเกงของเขาก็ตื่นตัวตระหง่านหนึบชาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแล้ว และเขาก็เชื่อมั่นว่าเจ้าน้องชายฝาแฝดจอมเจ้าเล่ห์ก็คงมีสภาพไม่ต่างกันนักหรอก หากปล่อยให้สตรีผู้นี้ก้าวเท้าเข้าไปพำนักร่วมชายคา มีหวังพวกตะกูลมาเฟียคงอดใจไม่ไหวจนเกิดเรื่องระยำขึ้นแน่...
ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาสองแฝดจะเคยเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่านั่นต้องเป็นผู้หญิงที่สมยอมและเจนจัดโลกีย์ ซึ่งมองจากมุมไหน... ยัยเด็กหน้าซื่อคนนี้ก็ห่างไกลจากคำนั้นลิบลับ
“จะดีหรือคะ!”
ทว่ายังไม่ทันที่แฝดพี่จะหาข้ออ้างมาปัดตก แชมเปญก็เงยใบหน้าหวานขึ้นมาเอ่ยถามสองแฝดด้วยน้ำเสียงและแววตากระตือรือร้น ผิดไปจากที่เทรย์คาดการณ์ไว้ในตอนแรกโดยสิ้นเชิง... 'ดูท่าจะเป็นประเภทอ่อนต่อโลกและไร้เดียงสาของจริงสินะ' มาเฟียหนุ่มคิดในใจ
“พวกฉันไม่ค่อยได้ไปนอนพักที่คอนโดนั้นหรอก ส่วนใหญ่ก็กลับไปนอนที่บ้านใหญ่ของพ่อแม่บ้าง ไปปักหลักบ้านเพื่อนบ้าง ไม่ก็นอนโรงแรม ส่วนคอนโดก็ซื้อทิ้งไว้หลายที่ จะแวะไปค้างคืนไหมมันก็แล้วแต่อารมณ์”
แฝดพี่เอ่ยอธิบายสุ้มเสียงเข้มระคนวางมาด พลางสอดส่องสายตามองหาจุดกลับรถเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังคอนโดมิเนียมส่วนตัวของพวกเขา
“นั่นสิ แล้วเงินที่พ่อเธอให้มาเมื่อกี้... ก็ควรเก็บหอมรอมริบไว้ซื้อข้าวปลาอาหารดี ๆ กินดีกว่าเอาไปผลาญเช่าห้องที่อื่นให้มันสิ้นเปลืองนะ”
คำสำทับของแฝดน้องช่างเปี่ยมไปด้วยเหตุผลที่ยากจะปฏิเสธ ลำพังแค่เศษเงินสามพันบาทที่บิดายื่นตัดรำคาญมาให้ จะพอกลืนลงท้องประทังชีวิตได้สักกี่น้ำกันเชียว หากเธอต้องเจียดเงินก้อนน้อยนี้ไปมัดจำห้องเช่าซุกหัวนอนอีก มีหวังแชมเปญคงได้อดอยากปากแห้งจนนอนตายตาไม่หลับไปทั้งแบบนั้นแน่
เมื่อพิจารณาดูแล้ว... แชมเปญคิดว่าชีวิตของเธอในยามนี้ไม่มีสิ่งใดจะย่อยยับไปกว่าที่เป็นอยู่ และไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว เด็กสาวจึงพยักหน้ารับข้อเสนอ ตกลงใจที่จะไปอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของสองแฝดนรกชั่วคราว โดยตั้งมั่นในใจว่าจะขอพักพิงพึ่งใบบุญเพียงไม่นาน... ทันทีที่ตั้งหลักได้ เธอจะรีบย้ายออกไปทันที
