บทที่ 10 เต็มสิบได้ร้อย
อาจูเหลียวมองทัศนียภาพรอบๆ ตัว จากนั้นก็ลอบช้อนตาสังเกตสีหน้าท่านจ้าวหุบเขา พยายามคาดเดาว่าเขาจะอยากพาลูกศิษย์มาที่เรือนหลังเล็กๆ ที่ปิดประตูหน้าต่างไว้มิดชิดนี่ทำไม
นี่คงจะไม่ใช่พามาดูห้องเก็บข้าวของน่าตกใจ แล้วสารภาพว่า “ซือฝุเป็นผู้มีรสนิยมเฉพาะ” แบบในนิยายอีโรติก S M[1] ที่เคยอ่านหรอกนะ? โดยมากพวกแสร้งทำตัวสงบนิ่งเก็บอารมณ์มักเป็นพวกมี “อะไร” ซ่อนอยู่ภายในเสียด้วยสิ...
หวาย...ซือฝุเจ้าคะ เสี่ยวฮวาของท่านมาที่นี่เพื่อบำบัดพิษในกายและฝึกเดินลมปราณทะลวงจุด ฝึกเดินลมปราณกับบำบัดพิษในร่างกายนี่คงไม่ต้องใช้โซ่แซ่กุญแจมือกระมัง?
ลูกศิษย์จิตใจสกปรกเริ่มคิดไปไกล...
“นี่คือห้องพัก”
เอ๊ะเอ๋?
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเขาพามาที่นี่ทำไม อาจูก็ยังพยายามแสดงออกว่ารับรู้
“เจ้าค่ะ...” เสี่ยวจวี๋ฮวาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ดูแช่มช้อยงามสง่า
“ด้านหลังคือห้องครัว ถัดไปเป็นห้องเก็บของ”
“เจ้าค่ะ...”
“ส่วนบ่อน้ำ อยู่ที่ลานเล็กหน้าห้องครัว”
“เจ้าค่ะ...”
“นับแต่นี้ไป ที่นี่คือที่อยู่ของเจ้า”
“จะ...” หือ?!
ท่านจ้าวหุบเขาเหลียวมองหน้าเธอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นับตั้งแต่คนไข้เงินหนาอย่างคุณชายใหญ่สำนักคุ้มภัยสกุลซุนและผู้ติดตามทั้งหมดลงจากเขา ให้เจ้าย้ายมาที่เรือนหลังนี้เพื่อความสะดวกในการตักน้ำ ทำอาหาร ล้างจานชาม ซักผ้า ผ่าฟืน ก็เหมาะสมดีแล้ว”
เดี๋ยวก่อน...เดี๋ยวนะ...
ตักน้ำ ทำอาหาร ล้างจาน ซักผ้า ผ่าฟืน!
ซือฝุเจ้าคะ ข้าเป็นลูกศิษย์ท่าน “ลูกศิษย์” ไม่ใช่ “คนรับใช้” สองคำนี้ต่างกัน ท่านสะกดเป็นหรือไม่?
อาจูพยายามควบคุมน้ำเสียงและใบหน้าให้อ่อนหวานซื่อใสอย่างที่สุด
“ซือฝุเจ้าขา หากจวี๋ฮวามาอยู่ที่นี่ แล้วคนรับใช้ในหุบเขานี้จะไปอยู่ที่ใด? ไม่ใช่ว่าศิษย์จะทำให้เรือนหลังนี้คับแคบแออัดจนเกินไปหรือ?” ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาเหยียบหน้าเรือนหลังนี้ แต่ดูจากสภาพภายนอกและสรรพคุณที่ท่านจ้าวหุบเขาบรรยาย เธอค่อนข้างแน่ใจว่าที่นี่คือเรือนพักคนรับใช้และโรงครัว!
“คนรับใช้หรือ”
“เจ้าค่ะ...” ท่านต้องแยกให้ออกนะ ข้ามาคุกเข่าขอเป็นศิษย์ ไม่ได้สมัครเข้ามาเป็นคนรับใช้!
“หมายถึงผู้ติดตามซุนเย่น่ะรึ? แน่นอนว่าต้องกลับออกไปพร้อมกับคุณชายสำนักคุ้มภัยสกุลซุนผู้นั้น”
เวรล่ะ...หุบเขาตั้งกว้าง คฤหาสน์ก็ดูใหญ่โต แต่ไม่มีคนรับใช้เป็นของตัวเอง!
“แม้ดั้นด้นมาถึงนี่เพื่อฝึกเดินลมปราณ แต่การมีร่างกายที่แข็งแกร่งเองก็สำคัญ สุขภาพและชีพจรไม่เคยโกหก ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ต้องออกกำลังให้มาก”
แข็งแกร่ง...! นี่เขาเพิ่งพูดว่าจะให้สาวน้อยมีร่างกายแข็งแกร่งงั้นเรอะ!
แล้วขอประทานโทษเถอะ ท่านกำลังจะบอกว่าสาเหตุที่วางแผนจะใช้งานข้าเยี่ยงทาสแบบนั้นเป็นเพราะหวังดีงั้นเรอะ!
“งานพวกนี้จะช่วยให้ร่างกายดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ไม่ฟุ้งซ่านจนเกินไป”
ฮึ่ย! ใครว่าข้าเป็นผู้หญิงฟุ้งซ่านกัน!
ท่านจ้าวหุบเขายังคงเอ่ยต่อไปด้วยสีหน้าแววตาสงบนิ่ง
“ตัวข้านั้นไม่ใช่คนจุกจิก ขอเพียงมีอาหารเช้าตอนยามเฉิน[2]เวลาไม่เกินสองเค่อ[3]ก่อนยามอุ้ย[4]มีมื้อกลางวัน และไม่เกินสองเค่อก่อนยามซวี[5]มีอาหารเย็นตั้งโต๊ะที่เรือนใหญ่ ตอนเช้ามีน้ำให้ล้างหน้าและมีเสื้อผ้าให้ผลัดเปลี่ยน ระหว่างวันมีชาอุ่นร้อนพร้อมจิบและตอนเย็นมีน้ำล้างเท้า เท่านี้ก็เพียงพอ”
นั่นหมายความว่า นอกจากจะต้องตักน้ำ ซักผ้า ล้างจาน ผ่าฟืน ทำอาหาร ข้าก็ต้องไปคอยรับใช้ท่านที่เรือนหลังใหญ่ด้วยงั้นสิ!
“แต่...ซือฝุเจ้าขา ร่างกายศิษย์ยังไม่แข็งแรงดี...”
ถาดไม้ที่จวี๋ฮวาถือมาตลอดทางพลันดูหนักอึ้งจนเจ้าตัวเมื่อยล้า ใบหน้าซีดเซียว
“ยังไม่แข็งแรงดีหรือ” ในที่สุดท่านจ้าวหุบเขาก็หันมามองหน้าเธอตรงๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ทั้งที่สีหน้ายังคงนิ่งสนิท “ไม่ใช่ว่าแข็งแรงดีถึงขั้นออกมาร้องเล่นเต้นระบำล่อผีเสื้อได้แล้วรึ?”
อั๋ยหยา...เขาเห็น!!!
อันที่จริง ตอนที่อ้าปากร้องเพลงแล้วหมุนตัวเต้นระบำสามร้อยหกสิบองศากลางทุ่งดอกเบญจมาศนั่น เธอก็แอบบวกลบคูณหารในใจแล้วว่า ถึงแม้จะมีใครสักคนผ่านมาเห็นความร่าเริงใสซื่อบริสุทธิ์ของสาวงามวัยแรกแย้ม ก็คงจะไม่เป็นไร ถือเสียว่าเป็นการบริหารเสน่ห์สาวน้อยเล่นๆ ก็เลยจัดหนักจัดเต็ม ไม่มีกั๊ก ใครจะคาดคิดว่าผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้!
“ล่วงเข้ายามซื่อ[6]แล้ว ยังมีเส้นทางที่จำเป็นต้องรู้อีกมาก ตามมา” บอกเพียงเท่านี้ จ้าวหุบเขาเดียวดายก็สะบัดชายเสื้อคลุม ก้าวขาเดินนำอีกหน
อาจูมองภาพแผ่นหลังที่ดูหยิ่งทะนงและเย็นชาแล้วก็พาให้ยิ่งหัวเสียมากขึ้น
หึ...คนดีมีคุณธรรมบ้าบออะไรกัน! ท่านรับข้าไว้เป็นทาสชัดๆ เอาคะแนนเต็มสิบได้ร้อยที่ว่านั่นคืนมา!
[1] S ย่อมาจาก ซาดิสม์ (sadism)หมายถึงความสุขหรือความพึงพอใจในความเจ็บปวดและความทุกข์ของผู้อื่น และ M ย่อมาจาก มาโซคิสม์ (masochism)หมายถึงความสุขหรือความพึงพอใจทางเพศเมื่อได้รับความเจ็บปวด
[2] เวลา 07.00 น. จนถึง 08.59 น.
[3] หนึ่งเค่อ เท่ากับประมาณ 15 นาที
[4] เวลา 13.00 น. จนถึง 14.59 น.
[5] เวลา 19.00 น. จนถึง 20.59 น.
[6] เวลา 09.00 น. จนถึง 10.59 น.
