บทที่ 14 ชายหนุ่ม

จ้าวหุบเขาเดียวดายมองแผ่นหลังเด็กสาวที่เมื่อครู่ยังเนื้อตัวสั่นเทาหนักราวกับหนาวเหน็บจนขาแข้งแทบแข็งแล้ว ก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

เขายังคงก้าวขาเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ กว่าจะถึงโถงรับแขกที่เรือนหลักจึงใช้เวลาไปอีกมากกว่าหนึ่งเค่อ

ทันทีที่ร่างในชุดสีขาวสะอาดปรากฏตัวในโถง คนที่นั่งกุมแผลรอมาเกือบหนึ่งชั่วยามก็รีบฝืนลุกขึ้นยืนทั้งที่ใบหน้าดูซีดเซียวคล้ายคนป่วยที่พร้อมจะหมดสติลงทุกเมื่อ

“จ้าวหุบเขา...” แขกหน้าหยกรีบเอ่ยทัก

“นายน้อยซุนยังไม่กลับไปอีกหรือ”

คำถามสั้นๆ จากจ้าวหุบเขา ทำเอาใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วซีดจางลงอีกแปดส่วน ชายชราที่ยืนเยื้องไปเบื้องหลัง “นายน้อยซุน” เห็นดังนั้นจึงก้าวขาออกมาประสานมือคารวะท่านเจ้าบ้าน พร้อมเอ่ย

“จ้าวหุบเขาโปรดเมตตา คุณชายใหญ่นั้นหาได้มีเจตนาร้าย ขอจ้าวหุบเขาได้โปรดละเว้นสักครั้ง...”

แทนที่จะตอบอะไรสักคำ ท่านจ้าวหุบเขาเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ประธานอย่างเชื่องช้า ทุกท่วงท่ากิริยาล้วนเอื่อยเฉื่อยจนผู้คนอึดอัด แต่ไม่มีใครกล้ากล่าวแทรก

เขาวาดมือไปทางกาน้ำชา เพียงเท่านั้นนายน้อยตระกูลซุนก็รีบส่งสายตาไปยังผู้ติดตามรายที่ยืนอยู่ใกล้ปั้นชามากที่สุด

ผู้ติดตามผิวคร้ามแดดในชุดสีดำสนิทดูรัดกุม รีบก้าวขึ้นไปรินน้ำชาให้เจ้าของคฤหาสน์ทันที

จ้าวหุบเขารับถ้วยชาโดยไม่พูดอะไร เขาค่อยๆ หลับตาลง จิบกำซาบความอุ่นร้อนอันหอมหวนอย่างใจเย็น

เมื่อต้องเผชิญกับปฏิกิริยาเช่นนี้ ผู้ที่สูงอายุที่สุดในโถงก็ได้แต่เหลียวมองมือนายน้อยของตนด้วยความหนักใจ...

บาดแผลนายน้อยช่างน่ากลัวนัก เพียงรอยตัดเดียวกลับตัดผ่านเส้นเลือดทำร้ายเส้นเอ็น นี่ก็ผ่านมาหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่แม้จะห้ามเลือดอย่างไร เลือดนายน้อยซุนก็ไม่ยอมหยุดไหล ทำได้เพียงใช้ยาห้ามเลือดสูตรของสกุลซุนควบคู่กับการสกัดจุดห้ามเลือดเพื่อยืดเวลาให้คุณชายใหญ่เท่านั้น ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าจ้าวหุบเขาผู้นี้จะต้องใช้ยาหรือพิษบางอย่างลงไป โลหิตจึงไม่ยอมหยุดไหลเช่นนี้

คนเราจะเสียเลือดในกายได้มากมายเท่าไหร่กัน? หากจ้าวหุบเขายังนิ่งดูดาย ไม่เพียงต้องพิการ เห็นทีคุณชายใหญ่คง...

คิดถึงตรงนี้ ชายชราก็กำหมัดแน่น ประสานมือคารวะอีกครั้ง

“ท่านจ้าวหุบเขา นายน้อยซุนเย่ของพวกเรานั้นนับเป็นความหวังเดียว

ของสกุลซุน ขอจ้าวหุบเขาโปรดเมตตาช่วยต่อเส้นเอ็นและมอบยาแก้พิษโลหิต

ไม่แข็งตัวด้วยเถิด หากท่านยอมช่วย แม้ค่ารักษาจะแพงสักปานใด บ่าวผู้นี้ก็จะไปนำมามอบให้ท่าน”

จ้าวหุบเขาลดถ้วยชาในมือลงอย่างเชื่องช้า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายชราด้วยแววตาคล้ายกำลังมองตัวโง่งมตัวหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ต่างจากก่อนหน้า

“ขอถามพ่อบ้านสกุลซุน...ทั่วทั้งแผ่นดินนี้มีข้าเป็นหมออยู่ผู้เดียวหรือ ไม่สิ อันที่จริงแล้วข้าเชี่ยวชาญเรื่องพิษมากกว่าช่วยชีวิตคนเสียด้วยซ้ำ เขาต้องการหมอ ให้มานั่งรอข้าเช่นนี้จะได้ประโยชน์อันใด” จ้าวหุบเขาเดียวดายเบนสายตาไปยังซุนเย่บ้าง “ตัวท่านเองก็ไม่ใช่เด็กเล็กไม่รู้ความ โดนใบไม้บาดแล้วไยไม่รู้จักไปรักษา คิดจะรั้งอยู่ที่นี่รอตำหนิใบไม้หุบเขาข้าหรือ”

ตำหนิ ใบไม้ หุบเขาข้า!

ซุนเย่และผู้ติดตามทุกคนล้วนมุมปากกระตุกโดยมิได้นัดหมาย

ชะ ชายผู้นี้! เห็นได้ชัดว่าสาเหตุที่ใบไม้คมกริบจนตัดเส้นเลือดและเส้นเอ็นได้นั้นเป็นเพราะเขา เขายังมีหน้ามาพูดจาเรื่อยเจื้อยด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยราวกับว่าคุณชายใหญ่สำนักคุ้มภัยสกุลซุนอันโด่งดังบาดเจ็บหนักเพราะโดนใบไม้ทำร้าย

ช่างไร้ยางอาย...คนผู้นี้ช่างพูดจาไร้ยางอายได้หน้าตายนัก!

แม้จะคิดตรงกัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้งชายผู้สวมเพียงเสื้อตัวในบางๆ เพียงตัวเดียวผู้นี้

จ้าวหุบเขาวางถ้วยชาในมือลงพร้อมกับปรายตามองหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามนายน้อยซุน เขารอให้ผู้ติดตามรายนั้นเติมน้ำชาลงในถ้วยจนเต็ม จึงค่อยเริ่มกล่าวต่อไป

“บ้านมีกฎบ้าน หุบเขามีกฎของหุบเขา ข้าเคยบอกชัดเจนแล้วว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ คืนนี้นายน้อยซุนคึกคะนองถึงขั้นบุกรุกเข้าในพื้นที่ที่ข้า

ไม่อนุญาต เห็นได้ชัดว่าท่านไม่พร้อมจะทำตามกฎระเบียบของสถานที่ เช่นนี้แล้ว ข้าคงช่วยท่านรักษาอาการโดนใบไม้บาดนั่นไม่ได้”

ซุนเย่ระบายลมหายใจอย่างยากลำบาก ร่างที่ดูบอบบางสะโอดสะองดุจสตรีก้มหน้าลงต่ำด้วยความละอาย “หากข้ารู้ว่าท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง ข้าไหนเลยจะบังอาจกระทำการไม่คิดหน้าคิดหลังถึงเพียงนั้น”

พ่อบ้านสกุลซุนรีบกล่าวเสริม “ถูกแล้ว ถูกแล้ว หากสกุลซุนของพวกเรารู้ว่าท่านจ้าวหุบเขาแต่งภรรยา พวกเรามีหรือจะไม่ส่งของกำนัลมาอวยพร” พ่อบ้านฝืนคลี่ยิ้มงดงาม สว่างไสว “จริงสิ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้สตรีที่ท่านให้พวกเราจัดหามาในวันนี้ เพื่อใช้ชำระหนี้สินค่าที่พักของพวกเราเหล่าผู้ติดตาม บ่าวผู้นี้จะจัดเปลี่ยนให้เป็นของชั้นเลิศชนิดที่องค์หญิงมองแล้วยังต้องตาพร่า นอกจากนี้ พวกเรายังยินดีมอบไข่มุกราตรีและโสมพันปีที่เพิ่งได้มาให้ฮูหยินใช้ปรุงยาบำรุงโฉม หากยังไม่สมน้ำสมเนื้อกัน ฮูหยินขาดเหลือสิ่งใด ขอเพียงบอกออกมา พวกเราล้วนยินดีจัดหาให้ตามประสงค์”

“จวี๋ฮวาเป็นเพียงลูกศิษย์ที่ข้าเพิ่งรับมาเท่านั้น”

ซุนเย่ได้ยินแล้วก็ยิ่งรู้สึกละอาย

เปลือยกายต่อหน้าสตรีที่แต่งงานแล้วก็ย่ำแย่มากอยู่แล้ว นี่เขาดันเปลือยกายต่อหน้าหญิงพรหมจรรย์ ยังไม่นับอีกว่าเขาลงไปแช่น้ำในบ่อน้ำร้อนเดียวกับนาง หากเรื่องนี้แพร่ออกไป...

คิดได้ดังนั้น นายน้อยสกุลซุนก็รีบยกมือขึ้นคำนับชายที่นั่งโดดเด่นเป็นประธานอยู่เบื้องหน้า

“จ้าวหุบเขา ท่านไม่รักษาข้าไม่เป็นไร แต่คืนนี้ข้าล่วงเกินแม่นางน้อยผู้นั้น หากไม่รังเกียจที่ข้าวรยุทธยังอ่อนด้อยกว่าท่านอยู่มาก ข้า...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป