บทที่ 15 เกือบเอาชีวิตมาทิ้ง
“นางบอกข้าแล้ว ระหว่างท่านกับนางไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งนั้น” ราวกับว่าเขาจงใจพูดแทรกเพราะไม่ต้องการให้ประโยคแสดงความรับผิดชอบประโยคนั้นหลุดออกมา... “นางสวมเสื้อผ้าครบถ้วนดี มีแต่ท่านที่ทำตัวเองขายหน้า นางเป็นสตรี ท่านเป็นบุรุษ แม้จะเสียหน้าอยู่บ้าง แต่บุรุษเช่นท่านจะสึกหรอสักกี่มากน้อย”
นี่เขา...เขาพูดราวกับนายน้อยซุนต้องการเรียกร้องให้สตรีปริศนาผู้นั้นรับผิดชอบที่เห็นร่างเปลือยของตนอย่างไรอย่างนั้น!
“ทั้งข้าและศิษย์ต่างเป็นผู้ฝักใฝ่ความเงียบสงบ ไม่สันทัดการรับรองผู้คน อาจจะดูเสียมารยาท ทว่ารังมุสิก[1]เล็กจ้อยไม่อาจรองรับคนร่างใหญ่ พวกท่านรีบออกจากหุบเขาเสียจะดีกว่า ยิ่งดึกลมแรง ข้ามหุบเหวตอนลมแรงนับเป็นเรื่องอันตราย อาจมีผู้ใดพลัดตกลงไปได้ทุกเมื่อ” จ้าวหุบเขาเอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง น้ำเสียงก็ยังราบเรียบดุจเดิม ทั้งอย่างนั้น คนฟังต่างเย็นวาบไปทั้งศีรษะ ยิ่งนึกถึงภาพใบไม้ในก้อนหิน ในอกก็ยิ่งสั่นสะท้าน
นะ...นี่...นี่เขาเพิ่งขู่จะฆ่าทุกคนใช่หรือไม่!
พ่อบ้านสกุลซุนกำหมัดแน่นขึ้นอีก
“ท่านจ้าวหุบเขา แต่ว่ามือของนายน้อย...”
“พ่อบ้านสกุลซุน ท่านช่างไม่รู้จักเกรงใจเสียเลย ท่านคิดว่าตอนนี้ล่วงเข้ายามใดแล้ว” จ้าวหุบเขาหยิบขวดใบจ้อยทรงรีเรียวออกมา แล้วซัดฝ่ามือเบาๆ เข้าใส่ ส่งมันเข้าสู่อุ้งมือพ่อบ้านชรา “เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับประมุขซุน ข้าจะช่วยดูมือนั่นให้”
พ่อบ้านชรารีบโค้งตัวคำนับเป็นการใหญ่ จวบจนจ้าวหุบเขาโบกมือปราม เขาจึงยอมหยุดกิริยานั้น
“ให้เขากินยานั่นก่อน อีกไม่เกินสองเค่อ รอข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย
ดีแล้วจะช่วยต่อเส้นเลือดและเส้นเอ็นให้ ส่วนค่ารักษา...”
“หนึ่งหมื่นตำลึงทอง!” พ่อบ้านสูงวัยตอบโดยไม่ต้องคิด
จ้าวหุบเขาพยักหน้าน้อยๆ “ท่านเป็นผู้รู้กฎระเบียบ”
พ่อบ้านตระกูลซุนอยากจะแค่นเสียงด่าออกมาดังๆ ทว่าไม่กล้า
หึ แน่สิ...พวกข้าย่อมต้องรู้กฎระเบียบดีอยู่แล้ว!
นับตั้งแต่ติดต่อค้าขายกันมา มีครั้งใดบ้างที่จ้าวหุบเขาผู้นี้จะยอมขยับตัวทำงานโดยไร้เงื่อนไข?
เห็นหน้านิ่งๆ น้ำเสียงที่ใช้ก็สงบราบเรียบ กิริยาอาการดูสุขุมใจเย็นเช่นนี้...จ้าวหุบเขาผู้นี้ช่างรู้จักทำการค้ายิ่งนัก! เขาทำราวกับว่าทักษะการแพทย์และทักษะเกี่ยวกับยาพิษทั้งหมดทั้งมวลไม่อาจใช้โดยเปล่า ตั้งกฎเรียบง่ายแต่โหดร้ายไว้ว่าทุกสิ่งย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย ผู้ละเมิดกฎเหล็กข้อนี้ หากไม่ตายทั้งเป็นก็หายสาบสูญ
บุรุษผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมเย็นชา หนำซ้ำยังมีวรยุทธแกร่งกล้าฆ่าไม่ตาย ตลอดหลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตด้วยการค้าขายทักษะการรักษาตลอดจนความรู้เรื่องยาพิษ แม้จะมีผู้ไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าลบหลู่ และยิ่งไม่มีใครกล้าลองดีไม่ชำระหนี้สินที่ตกค้าง ครั้งนี้นายน้อยเล่นสนุกจนเลยเถิดเกินไปแล้วจริงๆ
เฮ้อ...
พ่อบ้านสกุลซุนประสานมือคารวะ กล่าวเสียงนุ่ม “ท่านจ้าวหุบเขา นี่ก็ดึกมากแล้ว อาการนายน้อยของพวกเราเป็นเช่นนี้คงไม่อาจลงจากหุบเขา ถ้าอย่างไร...”
ท่านจ้าวหุบเขาเหลียวจ้องตาพ่อบ้านชรา ราวกับจะถามว่า “ข้าให้คืบแล้ว พวกเจ้ายังคิดจะเอาศอกอีกหรือ” พ่อบ้านสกุลซุนจึงต้องเก็บกลืนสิ่งที่คิดจะพูดกลับลงคอโดยพลัน
“รออยู่ที่นี่ ห้ามใครขยับตัวไปที่ใดทั้งนั้น หากผิดไปจากนี้ ข้าจะยกเลิก
การรักษาทันที เข้าใจหรือไม่”
ชายชรารีบตอบทันที
“ได้ ได้! พวกเรารับปาก!”
จ้าวหุบเขาเดียวดายปรายตาไปยังนายน้อยสกุลซุน ราวกับไม่ใส่ใจผู้อื่นแม้แต่น้อย
ซุนเย่เห็นดังนั้นก็กลืนน้ำลายลงคอ รีบออกปากสัญญา
“ขอจ้าวหุบเขาโปรดวางใจ ข้าและผู้ติดตามจะรักษากฎระเบียบ แม้ว่าท่านจะเอื้อเฟื้อที่พักให้ก็จะประพฤติราวไร้ตัวตน ไม่บังอาจรบกวนท่านจ้าวหุบเขาและลูกศิษย์แม้แต่น้อย”
“อืม...”
ท่านจ้าวหุบเขาลุกขึ้นจากที่นั่ง ตั้งท่าจะก้าวขาออกไปนอกโถง พ่อบ้านชราจึงอดแปลกใจไม่ได้
“นั่นท่านจ้าวหุบเขาจะไปที่ใด ไม่ใช่ว่าท่านต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อทำการรักษานายน้อยของพวกเรารึ?”
แทนคำตอบ ท่านจ้าวหุบเขาปรายตามองคนถามราวกับจะถามว่า “ข้าจะทำอะไรแล้วเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสงสัย” พ่อบ้านชราจึงได้แต่ปิดปากลง ค้อมกายน้อมส่งเจ้าบ้าน
“ดูเหมือนว่าจ้าวหุบเขาจะมุ่งหน้าไปทางเรือนเล็กทางทิศใต้นะขอรับ...” ผู้ติดตามร่างยักษ์คนหนึ่งอดเอ่ยปากไม่ได้ “ไม่ใช่ว่าเรือนพักจ้าวหุบเขาคือเรือนหลังใหญ่ใจกลางคฤหาสน์หลังนี้รึ”
“หรือว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องจริง” ผู้ติดตามอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นบ้าง
“ข่าวลือเรื่องใด”
“เรื่องที่ชาวบ้านแถบนี้พูดกันว่าจ้าวหุบเขาเดียวดายมีคนรักที่งดงามและมีน้ำใจรักมั่น ทรหดอดทนยิ่งนัก” ผู้ติดตามที่รู้ข่าวตอบเสียงเบา “เขาทอดทิ้งนาง แต่คุณหนูผู้นั้นยังคงรักมั่นจริงใจ นางยอมทิ้งเกียรติยศศักดิ์ศรี ละวางทรัพย์สมบัติและความสบาย หนีออกจากบ้านมาเผชิญความลำบาก สุดท้าย จ้าวหุบเขาจึงยอมรับนางไว้”
“เช่นนั้นก็ไม่ใช่เพียงลูกศิษย์อย่างปากว่า แต่ยังเป็น...”
แต่ละคนพยักหน้าเออออ “มิน่า...จ้าวหุบเขาถึงได้หวงแหนนางนัก หกวันก่อนเมื่อครั้งนายน้อยยังพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ จู่ๆ บุรุษผู้นั้นก็สั่งกักบริเวณพวกเราเช่นตอนนี้ไม่มีผิด เดาว่าสตรีผู้นั้นคงมาถึงหุบเขาตอนนั้นกระมัง?”
“หุบปาก!”
พ่อบ้านสกุลซุนตวาดลั่น หลังจากที่ตะแคงหูฟังมานาน
“พวกเจ้ายังคิดจะทำให้จ้าวหุบเขาไม่พอใจอีกรึ เรื่องของผู้อื่นก็เป็นเรื่องของผู้อื่น หากยังอยากมีชีวิตรอดออกจากหุบเขาก็จงปิดปากให้สนิท เข้าใจหรือไม่!” พ่อบ้านสูงวัยกวาดตามองเหล่าผู้ติดตามเรียงคน “แล้วนับจากนี้ก็ไม่ต้องเอาข่าวลือไร้สาระอะไรมาเป่าหูนายน้อยอีก!”
ที่คุณชายใหญ่นึกอุตริลอบเข้าไปแช่น้ำร้อนหลังหุบเขาก็เพราะเจ้าพวกปากเปราะพวกนี้นั่นล่ะ!
อะไรคือบ่อน้ำร้อนที่ช่วยรักษาสารพัดโรคอันกว้างขวาง งดงาม และน่าอิจฉา
อะไรคือสวรรค์บนดินที่ผู้คนต่างเล่าขานว่าอยากสัมผัสสักครั้ง
คุณชายใหญ่เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งที่บ่อน้ำร้อนนั่นแล้ว!
หลังเอ็ดตะโรระบายความขุ่นเคือง พ่อบ้านชราก็ทอดถอนใจ บ่นให้เจ้านายฟัง “ว่ากันว่าชายที่ไม่เคยมีรักยามมีรักขึ้นมาก็น่ากลัวนัก...คุณชาย จ้าวหุบเขาผู้นี้จะล่วงเกินมิได้ เห็นแก่ผู้ชราผู้นี้ ต่อไปนี้ท่านต้องระวังให้มาก”
ซุนเย่ก้มลงมองมือตนเองแล้ว ก็พลันถอนหายใจตาม
“เป็นตัวข้าเองที่ก่อเรื่องเหลวไหล...จ้าวหุบเขาเป็นผู้รักษากฎระเบียบและมีวรยุทธสูงส่งยิ่งนัก”
สองนายบ่าวต่างจ้องมองร่างสีขาวที่มุ่งหน้าลงไปยังทิศใต้ มองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอีกคนละเฮือก
แม้ในใจจะขุ่นเคืองบุรุษบ้าอำนาจ ไร้คุณธรรม ช่างกอบโกยผลประ โยชน์เข้าตัวอย่างหน้าตายผู้นั้นสักปานใด กลับไม่มีผู้ใดกล้าออกปากตำหนิติติงอะไรแม้เพียงครึ่งคำ
[1] หนู
